การตีตราผู้ป่วยโรคจิตเภทจากสังคมและภาพจำข่าวอาชญากรรมที่ไม่สะท้อนความจริง
เวลาเห็นคำว่าโรคจิตเภท หลายคนมักนึกภาพอะไรบางอย่างขึ้นมาแทบจะทันที ทั้งที่จริงแล้วภาพในหัวนั้นมาจากการเล่าเรื่องบางแบบที่เจอซ้ำบ่อย โดยเฉพาะข่าวอาชญากรรมหรือเหตุรุนแรงที่ถูกพูดถึงในสื่อ
เริ่มจากเรื่องพื้นฐานก่อน โรคจิตเภทเป็นภาวะทางจิตเวชที่ส่งผลต่อการรับรู้ ความคิด และอารมณ์ คนที่มีภาวะนี้อาจมีช่วงที่สับสนกับความคิดของตัวเอง หรือแยกแยะความจริงกับสิ่งที่สมองสร้างขึ้นได้ยากในบางช่วงเวลา แต่ช่วงเวลาดีขึ้นก็มี และหลายคนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เมื่อได้รับการดูแลต่อเนื่อง
ปัญหาเกิดขึ้นตรงที่สังคมไม่ได้เห็นภาพนี้ครบทุกด้าน สิ่งที่ถูกเล่าต่อบ่อยคือเหตุการณ์ที่รุนแรงหรือผิดปกติ ทำให้ความเข้าใจค่อย ๆ เอียงไปทางเดียว
ภาพจำที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นมักมีลักษณะประมาณนี้
- คนที่เป็นโรคจิตเภทมักถูกมองว่าอันตราย
- ถูกตีความว่าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ตลอดเวลา
- ถูกเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความรุนแรงแทบทุกครั้งที่มีข่าว
เมื่อภาพจำแบบนี้ฝังอยู่ การใช้ชีวิตของคนที่มีภาวะนี้ในสังคมก็เริ่มเปลี่ยนไปทันที
ในชีวิตจริง สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนกลุ่มนี้มักต่างออกไปมาก
- บางคนใช้ชีวิตอยู่บ้าน ดูแลตัวเองได้ดี แต่ต้องกินยาและพบแพทย์สม่ำเสมอ
- บางคนทำงานได้ตามปกติ แต่เลือกไม่เปิดเผยเรื่องสุขภาพเพราะกลัวการถูกมองแปลก
- บางคนมีครอบครัวช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด และสามารถมีชีวิตที่คงที่ขึ้นได้เมื่อได้รับการสนับสนุน
สิ่งที่กระทบหนักไม่ได้มีแค่ตัวโรค แต่คือการตีความจากคนรอบข้าง
การถูกมองด้วยสายตาระแวง หรือถูกตีกรอบว่าเป็นอันตราย ทำให้เกิดระยะห่างในความสัมพันธ์โดยไม่จำเป็น
ในมุมของครอบครัวก็มีผลเหมือนกัน หลายบ้านต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เงียบ ๆ เพราะกลัวคำพูดจากคนรอบตัว ความกดดันแบบนี้ทำให้การพาคนไปรักษาช้าลง หรือหลีกเลี่ยงการขอความช่วยเหลือ
อีกด้านหนึ่งที่มีผลมากคือสื่อและข่าวอาชญากรรม เวลาเหตุการณ์รุนแรงถูกเล่าออกมาแบบเชื่อมโยงกับโรคจิตเภทบ่อย ๆ คนอ่านจะค่อย ๆ เชื่อมสองอย่างเข้าด้วยกันโดยอัตโนมัติ ทั้งที่ในความเป็นจริง เหตุการณ์ความรุนแรงมีปัจจัยซับซ้อนมากกว่านั้น เช่น สภาพแวดล้อม ความเครียด การใช้สารเสพติด หรือปัญหาสังคมอื่นร่วมด้วย
เมื่อข่าวเลือกเล่าเฉพาะช่วงที่สะเทือนใจ ภาพรวมของผู้ป่วยทั้งหมดจึงหายไป เหลือเพียงปลายยอดที่ดูรุนแรงที่สุดเท่านั้น
ผลกระทบจากการตีตราไม่ได้หยุดแค่ความคิดของคนทั่วไป แต่ลงไปถึงโอกาสในชีวิตจริง
- การหางานยากขึ้น เพราะนายจ้างกังวลทั้งที่ไม่มีข้อมูลครบ
- การเข้าสังคมลดลง เพราะกลัวถูกมองผิด
- การเข้ารับการรักษาช้าลง เพราะความกลัวการถูกตีตรามากกว่าตัวโรค
การเปลี่ยนมุมมองเริ่มจากรายละเอียดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้คำพูดที่ไม่เหมารวมคนทั้งกลุ่ม การไม่เชื่อมทุกเหตุรุนแรงเข้ากับโรคเดียว และการเปิดพื้นที่ให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ครบมากขึ้น
เมื่อภาพที่เห็นเริ่มหลากหลายขึ้น ความเข้าใจต่อผู้ป่วยก็มีโอกาสใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นตามไปด้วย
หนังไทยเรื่องไหนบ้างที่ต่างชาติซื้อสิทธิ์ไปรีเมก
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียน
10 สัตว์ฉลาดสุดขีด! รอดพ้นวิกฤตน้ำท่วมป่าด้วยกลยุทธ์ที่คุณคาดไม่ถึง
ส่องแนวทาง @ใต้ฟ้า งวด 16 ต.ค. 69 จับตาเลข 4 พร้อม 444
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
ติดใต้ซากตึก อย่าตะโกนต่อเนื่องจนสูดฝุ่นเข้าปอด
ทำไมน้ำท่วมขังถึงทำให้เกิดไฟรั่ว? 5 วิธีเช็กความปลอดภัยก่อนแตะสิ่งของ เตือนภัยใกล้ตัวที่หลายบ้านมองข้าม
ได้กลิ่นแก๊สรั่วในบ้าน ต้องออกไปโทรศัพท์ข้างนอกก่อน
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
“ไม้กลายเป็นหิน” เกิดขึ้นได้อย่างไร ? จากต้นไม้มีชีวิตสู่หินแข็ง ใช้เวลานานกี่ปี ?
ติดใต้ซากตึก อย่าตะโกนต่อเนื่องจนสูดฝุ่นเข้าปอด
แผลสัตว์กัดควรเย็บทันทีหรือไม่
10 สัตว์ฉลาดสุดขีด! รอดพ้นวิกฤตน้ำท่วมป่าด้วยกลยุทธ์ที่คุณคาดไม่ถึง
รถคว่ำหรือจมน้ำ เข็มขัดนิรภัยปลดไม่ออกได้จริงแค่ไหน
ลูกบิดประตูร้อนตอนเกิดเพลิงไหม้บอกอะไร
“ไม้กลายเป็นหิน” เกิดขึ้นได้อย่างไร ? จากต้นไม้มีชีวิตสู่หินแข็ง ใช้เวลานานกี่ปี ?



