หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไม่มีมอเตอร์ ไม่มีแบตเตอรี่ แต่กระโดดสูงกว่า 80 เท่าของตัวเอง หุ่นยนต์นิ่มตัวนี้เอาแรงมาจากไหน?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ลองนึกภาพหุ่นยนต์ตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีมอเตอร์ ไม่มีแบตเตอรี่ ไม่มีล้อ และไม่มีขา

แต่เมื่อถูกแสงอินฟราเรด มันกลับบิดตัว สะสมพลังงาน แล้วดีดตัวขึ้นจากพื้นได้เอง

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ มันไม่ได้กระโดดได้เพียงครั้งเดียว แต่สามารถ รีเซ็ตตัวเองแล้วเริ่มกระโดดรอบใหม่ ได้ตราบใดที่ยังได้รับแสงอินฟราเรดอย่างเหมาะสม

นี่คือผลงานของนักวิจัยจาก North Carolina State University ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร PNAS ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569

และแบบที่นักวิจัยปรับให้เหมาะสมสามารถกระโดดในแนวดิ่งได้สูงกว่า 80 เท่าของความสูงตัวเอง

ไม่มีแบตเตอรี่ แล้วพลังงานมาจากไหน?

คำตอบคือ พลังงานมาจากแสงอินฟราเรดภายนอก

ตัวหุ่นยนต์ทำจากวัสดุที่เรียกว่า Liquid Crystal Elastomer หรือ LCE ซึ่งสามารถตอบสนองต่อความร้อนที่เกิดจากแสงได้

นักวิจัยนำแถบ LCE มาทำเป็นโครงสร้างคล้ายหยดน้ำ และติดส่วนแข็งรูปตัว V ที่ปลายด้านหนึ่ง

เมื่อถูกแสงอินฟราเรด พื้นผิวของ LCE จะหดตัว ทำให้โครงสร้างเริ่มหมุนและบิด

แต่เพราะส่วนตัว V ขัดขวางไม่ให้มันเพียงกลิ้งไปกับพื้น การบิดจึงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และพลังงานยืดหยุ่นถูกสะสมอยู่ในโครงสร้าง

ถ้าเรียงกระบวนการแบบง่ายที่สุดก็คือ

แสงอินฟราเรด → LCE หด → โครงสร้างบิด → สะสมพลังงาน → Snap → กระโดด

เมื่อการบิดถึงจุดวิกฤต พลังงานที่สะสมอยู่จะถูกปล่อยออกอย่างรวดเร็ว ส่วนแข็งรูปตัว V จะกระแทกพื้นและส่งตัวหุ่นขึ้นไปในอากาศ

จุดเด่นจริง ๆ คือ “กระโดดแล้วรีเซ็ตตัวเอง”

ถ้าหุ่นยนต์กระโดดได้ครั้งเดียวแล้วต้องมีคนจับมาง้างใหม่ งานนี้คงไม่น่าสนใจเท่านี้ครับ

ความพิเศษอยู่ที่ หลังจากปล่อยพลังงานและลอยขึ้นจากพื้น ตัว LCE จะคลายการบิดกลับไปใกล้รูปร่างเดิม

เมื่อลงพื้นและยังมีแสงอินฟราเรดอยู่ กระบวนการสะสมพลังงานก็เริ่มขึ้นใหม่ได้อีกครั้ง

จึงเกิดวงจร

บิดตัว → สะสมพลังงาน → ดีดตัว → คลายกลับ → เริ่มใหม่

NC State เรียกลักษณะนี้ว่า self-resetting เพราะตัวโครงสร้างสามารถกลับเข้าสู่สภาพพร้อมเริ่มรอบใหม่ได้เอง โดยไม่ต้องมีมอเตอร์อีกชุดมาง้างกลับ

กระโดดสูงกว่า 80 เท่าของตัวเองจริงไหม?

จริงในแง่ สัดส่วนต่อความสูงของตัวหุ่นยนต์

งานวิจัยรายงานว่าแบบที่ปรับเหมาะสมสามารถกระโดดแนวดิ่งได้สูงกว่า 80 เท่าของความสูงตัว และกระโดดไปข้างหน้าได้มากกว่า 3 เท่าของความยาวตัว

แต่ต้องระวังการตีความ เพราะตัวหุ่นยนต์มีขนาดเล็กมาก

ดังนั้นคำว่า “80 เท่า” ไม่ได้หมายถึงกระโดดสูงระดับตึก แต่หมายถึงประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับขนาดตัวของมันเอง

แค่เปลี่ยนมุม V ก็เปลี่ยนวิธีเคลื่อนที่

จุดที่สวยมากในเชิงวิศวกรรมคือ นักวิจัยไม่จำเป็นต้องใส่มอเตอร์เพิ่มเพื่อเปลี่ยนว่าหุ่นจะคลานหรือกระโดด

เพียงปรับ มุมของส่วนแข็งรูปตัว V พฤติกรรมก็เปลี่ยนไป

ประมาณ 120 องศา — หุ่นมีแนวโน้มคลานไปข้างหน้า

ประมาณ 90 องศา — กระโดดไปข้างหน้า

ประมาณ 50 องศา — กระโดดขึ้นในแนวดิ่ง

พูดอีกแบบคือ Geometry กลายเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมพฤติกรรม

แทนที่จะต้องเขียนโปรแกรมว่า “ตอนนี้ให้คลาน ต่อไปให้กระโดด” นักวิจัยสามารถออกแบบพฤติกรรมบางส่วนลงไปในรูปร่างของตัวหุ่นตั้งแต่แรก

แล้วแสงแรงขึ้น จะกระโดดแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไหม?

ไม่ใช่ครับ

นักวิจัยพบว่าความเข้มของแสงอินฟราเรดต้องอยู่ในช่วงที่เหมาะสม

ถ้าอ่อนเกินไป หุ่นอาจสะสมพลังงานไม่พอสำหรับการกระโดด

แต่ถ้าแรงเกินไป การเคลื่อนที่อาจเริ่มไม่เสถียร และกระโดดไปในทิศทางที่คาดเดาได้ยากขึ้น

ดังนั้นระบบนี้ไม่ได้เป็นสูตรว่า

“ยิ่งส่องแสงแรง ยิ่งกระโดดดี”

แต่ต้องหาจุดสมดุลระหว่างพลังงานที่ป้อนเข้าและความเสถียรของการเคลื่อนที่

พื้นไม่เรียบก็ยังไปต่อได้

ทีมนักวิจัยไม่ได้ทดลองเฉพาะบนโต๊ะเรียบในห้องปฏิบัติการ

ในงาน Proof of Concept มีการทดลองกับสภาพพื้นหลายประเภท เช่น หญ้า ทราย หิน เศษไม้ ทางลาด สิ่งกีดขวาง รวมถึงบริเวณรอยต่อระหว่างน้ำกับพื้นดิน

ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างแบบนี้สามารถเคลื่อนที่ผ่านสภาพแวดล้อมที่ไม่เรียบและไม่เป็นระเบียบได้ในระดับต้นแบบ

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมนักวิจัยจึงมองว่ากลไกดังกล่าวอาจมีศักยภาพสำหรับงานอย่างการนำทางในพื้นที่ซับซ้อน หุ่นยนต์ฝูง และการสำรวจสภาพแวดล้อม

แต่ยังไม่ใช่หุ่นยนต์กู้ภัยพร้อมใช้งาน

จุดนี้ต้องแยกข้อเท็จจริงออกจากภาพอนาคตครับ

NC State ระบุชัดว่า งานนี้ยังไม่มีการใช้งานทันที และเป็นความก้าวหน้าพื้นฐานที่ควรนำไปศึกษาต่อยอด

ดังนั้นเรายังไม่ควรบอกว่า หุ่นยนต์ชนิดนี้กำลังถูกส่งไปสำรวจซากอาคาร หรือถูกใช้งานจริงในพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว

สิ่งที่พูดได้อย่างแม่นยำกว่าคือ

กลไกนี้มีคุณสมบัติที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่ต้องเคลื่อนผ่านพื้นที่ซับซ้อนในอนาคต

แล้วนี่คือพลังงานฟรีหรือเปล่า?

ไม่ใช่

หุ่นยนต์ไม่ได้สร้างพลังงานจากความว่างเปล่า

พลังงานของมันมาจากแสงอินฟราเรดที่ส่องจากภายนอก

วัสดุ LCE ทำหน้าที่รับพลังงานนั้น แล้วเปลี่ยนให้กลายเป็นการเปลี่ยนรูปและพลังงานยืดหยุ่น ก่อนปล่อยออกมาเป็นการเคลื่อนที่

สิ่งที่โดดเด่นจึงไม่ใช่คำว่า “ไม่มีพลังงาน”

แต่คือ

ไม่ต้องแบกแบตเตอรี่และมอเตอร์ไว้บนตัวเอง

ทำไมงานนี้ถึงน่าสนใจกว่าการทำหุ่นให้กระโดดสูง?

เพราะมันแสดงแนวคิดสำคัญของ Soft Robotics ว่า

คุณสมบัติของวัสดุและรูปทรงสามารถทำหน้าที่บางอย่างแทนกลไกควบคุมที่ซับซ้อนได้

ตัวหุ่นสามารถ

ทั้งหมดนี้เกิดจากการออกแบบวัสดุและ Geometry ที่ทำงานร่วมกัน

ครั้งต่อไปถ้าเห็นคำว่า

“หุ่นยนต์ไม่มีแบตเตอรี่”

จึงอย่าเพิ่งตีความว่า

“หุ่นยนต์ไม่มีแหล่งพลังงาน”

ในกรณีนี้พลังงานยังมีอยู่ครบ

แค่เดินทางมาในรูปของ แสงอินฟราเรด

แล้วผ่านกระบวนการ

แสง → การหดตัว → การบิด → พลังงานยืดหยุ่น → การดีดตัว

จนสิ่งที่ดูเหมือนหุ่นยนต์จิ๋วกำลังกระโดดด้วยตัวเอง

จริง ๆ แล้วคือการเอา วัสดุศาสตร์ ฟิสิกส์ และรูปทรง มาทำงานร่วมกันอย่างฉลาดมากครับ

แหล่งข้อมูล:

1. North Carolina State University — Light-Powered Soft Robots Can Keep Jumping Forever, 28 August 2026
https://news.ncsu.edu/2026/08/soft-robots-jumping-forever/

2. Fangjie Qi และคณะ — A Self-Resetting Soft Ring for Autonomous, Continuous Leaping in Unstructured Environments, Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS)
https://doi.org/10.1073/pnas.2607940123

หมายเหตุ: งานวิจัยนี้เป็นต้นแบบด้าน Soft Robotics และยังไม่มีการใช้งานเชิงพาณิชย์ทันที ภาพประกอบบางภาพเป็นการจำลองเพื่อช่วยอธิบายหลักการ ไม่ใช่ภาพถ่ายต้นแบบจริงทุกภาพ
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนเรื่องใกล้ตัวและมุมที่คนมักมองข้าม
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 อาชีพอิสระ คนธรรมดาก็เริ่มได้ ไม่ต้องมีร้าน4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้” 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินถอดทุกครั้งอี มินโฮ ลุคใหม่ในงาน “The Assassin(s)” แฟน ๆ นึกถึงคิมทันฟ้าบันดาลทรัพย์ 16/9/69 เลข 7 เด่นมาแต่ไกล งวดนี้มีชุดไหนน่าส่องบ้าง8 รถมือสองที่มีปัญหาประจำรุ่น ต้องเช็กให้ดีก่อนจ่ายเงิน"มด" สื่อสารกันได้ไง? ทำไมเดินเรียงแถวตรงเป๊ะ?5 จังหวัดเศรษฐีเงียบ ค่าครองชีพไม่แรง แต่คนมีทรัพย์สินไม่น้อยเปิดอันดับโลก ประเทศไหน “บ้าหวย” ที่สุด แชมป์ตัวจริงไม่ใช่ไทยเปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้างต้อนรับ “การ์กี” อย่างยิ่งใหญ่ ลูกสาวคนแรกในครอบครัวรอบ 200 ปีเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด8 รถมือสองที่มีปัญหาประจำรุ่น ต้องเช็กให้ดีก่อนจ่ายเงินอี มินโฮ ลุคใหม่ในงาน “The Assassin(s)” แฟน ๆ นึกถึงคิมทันฟ้าบันดาลทรัพย์ 16/9/69 เลข 7 เด่นมาแต่ไกล งวดนี้มีชุดไหนน่าส่องบ้าง"มด" สื่อสารกันได้ไง? ทำไมเดินเรียงแถวตรงเป๊ะ?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เคล็ดไม่ลับ ดูแลผิวหน้า กู้หน้าพังด้วยสมุนไพรไทยรวยหลอก ๆ ในโซเชียล เมื่อยอดไลก์กำลังพาเงินเดือนเราไปผ่อนร้องไห้ไม่ใช่อ่อนแอ แต่ก็ไม่ใช่ “ดีท็อกซ์สมอง” อย่างที่เล่าต่อกันเหล็กกล้าคาร์บอนสูงเจอน้ำทะเลก็เกิดสนิม! แล้วทำไม USS Abraham Lincoln ถึงเลือก “ไทย” เป็นจุดพักใหญ่?
ตั้งกระทู้ใหม่