หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ช้าง ม้า ปืน และป้อมเมือง เปลี่ยนสงครามในสุโขทัย–อยุธยา–พม่ายังไง

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

เวลาเราดูหนังย้อนยุคที่เน้นฉากสงครามไทยสมัยก่อน มักจะหนีไม่พ้นภาพกองทัพช้างศึกที่ดูน่าเกรงขาม หรือการวิ่งไล่ฟันกันด้วยดาบจนเลือดสาด มันดูเป็นภาพจำที่คลาสสิกสุดๆ จนบางทีเราก็ลืมตั้งคำถามไปว่า เฮ้ย ในความจริงมันจะอลังการงานสร้างขนาดนั้นตลอดเวลาเลยเหรอ หรือมันมีความย้อนแย้งอะไรซ่อนอยู่ภายใต้ความขลังของชุดเกราะพวกนั้น

เอาเข้าจริงประวัติศาสตร์สงครามบ้านเรานี่มันคือวิวัฒนาการของการปรับตัวแบบตัวใครตัวมันชัดๆ เริ่มจากสมัยสุโขทัยที่เน้นการรบแบบจารีต การใช้ช้างใช้ม้ามันก็เหมือนกับเทรนด์ฮิตในตอนนั้น ใครมีช้างเยอะก็ดูมีพาวเวอร์ เหมือนคนสมัยนี้ที่ต้องมีรถยุโรปขับไปทำงานเพื่อเสริมบารมีนั่นแหละ ถามว่ารบกันจริงๆ ช้างมันช่วยได้ขนาดนั้นเลยไหม เอาเข้าจริงเวลาตกใจมันก็หันหลังกลับมาเหยียบทหารฝ่ายเดียวกันเองซะงั้น เหมือนพยายามจะโชว์เหนือด้วยการขี่สัตว์ยักษ์แต่ดันคุมไม่อยู่ มันเลยเป็นภาพตลกที่คงไม่มีใครกล้าบันทึกลงในพงศาวดารตรงๆ ว่าจริงๆ แล้วช้างศึกบางตัวอาจจะเป็นแค่ภาระที่กินจุและเอาแน่เอานอนไม่ได้ในสนามรบ

พอขยับมาถึงช่วงอยุธยาปะทะกับพม่า ความสนุกมันเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อของเล่นใหม่ที่ชื่อว่าปืนไฟเข้ามา พอมองย้อนกลับไปมันน่าขำนะ เพราะเรามักจะถูกสอนให้จำว่าทหารไทยเก่งดาบเก่งกริช แต่พอปืนเข้ามาจริงๆ ฝั่งนั้นเขาก็เล่นปืน ฝั่งนี้ก็ต้องรีบหามาให้ทัน ไม่ใช่เพื่ออะไรหรอก ก็เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเป็นฝ่ายโดนยิงอยู่ข้างเดียว แต่น่าตลกตรงที่ในขณะที่เทคโนโลยีอาวุธมันไปไกลถึงขั้นใช้ดินปืน แต่รูปแบบการรบของเราก็ยังติดกับดักเดิมๆ คือการรอให้พระเอกขี่ช้างออกมาท้าดวลกันตัวต่อตัวกลางสนามรบ มันเป็นความย้อนแย้งที่แปลกประหลาด คือในขณะที่มีปืนที่สามารถสอยคนจากระยะไกลได้ แต่ก็ยังอุตส่าห์มีธรรมเนียมแบบลูกผู้ชายมาเบรกไว้ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความกล้าหาญหรือเพราะเราแค่อยากรักษาหน้าตากันแน่

ส่วนเรื่องป้อมเมืองนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสีสัน ใครจะไปคิดว่าการก่ออิฐถือปูนหนาๆ จะกลายเป็นกลยุทธ์ขั้นเทพที่ทำให้สงครามยืดเยื้อไปหลายปี พออยุธยาสร้างกำแพงเมืองหนา ฝ่ายล้อมก็ต้องหาวิธีทำลาย มันกลายเป็นเกมวิ่งไล่จับที่ดูเครียดแต่ก็ตลกในความพยายาม คือแทนที่จะมาวัดกันตรงๆ ก็กลายเป็นเรื่องของใครจะถึกทนกว่ากัน ใครจะมีเสบียงเยอะกว่ากัน ซึ่งสุดท้ายแล้วคนที่เดือดร้อนที่สุดก็ไม่ใช่กษัตริย์หรือแม่ทัพ แต่เป็นชาวบ้านที่ต้องโดนเกณฑ์ไปขุดคูเมืองหรือไปเป็นโล่มนุษย์ในจังหวะชุลมุน

พอมองดูวิวัฒนาการจากสุโขทัยมาอยุธยา เราจะเห็นว่าสงครามไม่ได้เปลี่ยนแค่เพราะปืนมันแรงขึ้น หรือกำแพงมันหนาขึ้นหรอก แต่มันเปลี่ยนเพราะเราเริ่มรู้จักคำว่าความอยู่รอดมากกว่าความเท่ การนำม้ามาใช้เพื่อความคล่องตัว หรือการนำปืนไฟมาแทนธนู มันคือการยอมรับความจริงว่าดาบอย่างเดียวมันสู้เขาไม่ไหวแล้ว แต่มันก็ยังอดขำไม่ได้ทุกทีเวลาเห็นการพยายามปรับเทคโนโลยีใหม่ให้เข้ากับจารีตเก่าๆ เหมือนพยายามเอาสมาร์ทโฟนไปวางบนเกวียนยังไงยังงั้น

ความตลกร้ายของสงครามในยุคนั้นคือการที่เราพยายามทำทุกอย่างให้ดูยิ่งใหญ่ ดูมีพิธีรีตอง ทั้งที่เนื้อในมันก็คือการแย่งชิงทรัพยากรและอำนาจแบบพื้นๆ นี่แหละ ไม่ได้มีความโรแมนติกอย่างที่หนังพีเรียดพยายามขายกันเลยสักนิด ทุกอย่างที่ใช้ ตั้งแต่ช้างตัวโตๆ ไปจนถึงปืนไฟกระบอกเล็กๆ ล้วนเป็นเครื่องมือที่สะท้อนว่าเราไม่ได้ฉลาดกว่าศัตรู หรือศัตรูไม่ได้โง่กว่าเรา แต่เราแค่พยายามวิ่งไล่ตามนวัตกรรมความตายที่ฝั่งไหนก็สรรหามาถมใส่กันเพื่อชัยชนะที่สุดท้ายก็แค่การเปลี่ยนมือผู้ปกครองเพียงชั่วคราว

พอคิดดูดีๆ สงครามโบราณพวกนี้ก็เหมือนงานโปรเจกต์ใหญ่ที่ทีมงานมีงบจำกัดแต่ต้องเอาชนะให้ได้ เลยต้องหยิบจับทุกอย่างที่มีในบ้านมาใช้ ช้างมีก็เอามา ปืนมีก็งัดออกมา กำแพงพังก็ก่อใหม่ มันดูมีความเป็นมนุษย์ที่พยายามดิ้นรนภายใต้กรอบของเวลาและเทคโนโลยีที่จำกัด มันไม่ใช่เรื่องของตำนานที่สวยหรูหรอก แต่มันคือเรื่องของคนที่พยายามจะไม่ตายภายใต้ความวุ่นวายที่ถูกเรียกว่าสงครามแค่นั้นเอง พออ่านประวัติศาสตร์แล้วเห็นความพยายามเหล่านี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขำๆ ในความพยายามที่จะสร้างประวัติศาสตร์ให้มันดูขลัง ทั้งที่เบื้องหลังมันเต็มไปด้วยความผิดพลาดและความย้อนแย้งที่น่าปวดหัวแบบนี้แหละ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 36 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดเงินเดือนตำรวจและทหารแต่ละระดับชั้น ได้รับค่าตอบแทนอะไรเพิ่มเติมบ้างเปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนรวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/9/69แนวทางเลขลาว อ.น็อตตี้ วันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 69ใครรออยู่บ้าง? เลขเด็ด "ปฏิทินหลวงปู่ศิลา" งวดนี้จัดเต็ม 16 ก.ย. 69 มาครบ ส่องด่วน!เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไรเลขเด็ด เจ๊ฟองเบียร์ งวด 16 ก.ย. 69เปิดรายได้คนไทยไปทำงานญี่ปุ่น เงินเดือนเท่าไร หักค่าที่พักและค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกลับบ้านกี่บาททำไม “ผ้าไทย” ยังเป็นพระเอก ? เมื่อแฟชั่นไทยก้าวจากภาพจำเดิมสู่เวทีร่วมสมัย7 ปริศนา: จากวงหินโบราณสู่เถ้าถ่านที่กลืนประวัติศาสตร์โปรตุเกสเลขเด็ดอาจารย์กิม งวด 16 กันยายน 2569 เปิด 5 เลขเด่น 25-28-55-84-29กกต. ลงมติคดีฮั้วเลือก สว. ส่งศาลฎีกา 77 ราย จากผู้ถูกร้อง 427 คน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?งานเข้า! สำนักพุทธลำปางแจ้งความเอาผิด หลังนักร้องแต่งคล้ายพระขึ้นเวที เต้นโชว์ไม่เหมาะสมเคลียร์แล้ว! 2,000 ล้าน “หลวงพ่อเณร” สร้าง รพ.ดอนเมือง เงินมาจากไหน? อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเป็นทรัพย์ส่วนตัวใครรออยู่บ้าง? เลขเด็ด "ปฏิทินหลวงปู่ศิลา" งวดนี้จัดเต็ม 16 ก.ย. 69 มาครบ ส่องด่วน!แนวทางเลขลาว อ.น็อตตี้ วันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 69เลขเด็ดอาจารย์กิม งวด 16 กันยายน 2569 เปิด 5 เลขเด่น 25-28-55-84-29
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เลขเด็ดอาจารย์กิม งวด 16 กันยายน 2569 เปิด 5 เลขเด่น 25-28-55-84-297 นิสัยก่อนนอน5 วิธีฝึกจิตให้สงบขึ้นบทเรียนจากสามก๊ก สำหรับคนที่กำลังสร้างตัว
ตั้งกระทู้ใหม่