หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ก้อนหินเดินได้เองจริงหรือ ? เปิดความลับ Death Valley ปริศนาธรรมชาติที่นักวิทยาศาสตร์ตามหาคำตอบ

เขียนโดย Wisdom Insight

ลองนึกภาพทะเลทรายอันกว้างใหญ่ที่แทบไม่มีสิ่งมีชีวิตให้เห็น พื้นดินแห้งแตกระแหง และเรียบเป็นบริเวณกว้าง บนพื้นนั้นมีก้อนหินขนาดต่างๆวางกระจัดกระจายอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณกลับพบว่า ก้อนหินบางก้อนไม่ได้อยู่ที่เดิม พวกมันเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งอื่น และที่น่าประหลาดยิ่งกว่านั้นคือ ก้อนหินแต่ละก้อนทิ้งร่องรอยเป็นเส้นยาวเอาไว้บนพื้นดิน ไม่มีรอยเท้าคน ไม่มีเชือก ไม่มีเครื่องจักร และไม่มีใครเห็นมันเคลื่อนที่ด้วยตา คำถามจึงเกิดขึ้นว่า “ก้อนหินเดินได้เองจริงหรือ ?”

ปรากฏการณ์นี้มีอยู่จริงที่ Racetrack Playa ใน Death Valley National Park รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ก้อนหินเหล่านี้ได้รับฉายาว่า “Sailing Stones” หรือบางครั้งเรียกว่า “Moving Rocks” เป็นเวลาหลายสิบปีที่นักวิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบว่าก้อนหินหนักหลายสิบหรือหลายร้อยกิโลกรัมสามารถเคลื่อนที่ไปบนพื้นทะเลสาบแห้งได้อย่างไร และในที่สุด นักวิจัยก็สามารถบันทึกเหตุการณ์การเคลื่อนที่ของก้อนหินได้จริง คำตอบกลับแตกต่างจากที่หลายคนคาดคิดอย่างมาก เพราะตัวการสำคัญไม่ได้มีเพียง “ลม” แต่คือการทำงานร่วมกันของน้ำ น้ำแข็ง และลม

▪️Racetrack Playa คือสถานที่แบบไหน ?

Racetrack Playa เป็นพื้นที่ลักษณะคล้าย ทะเลสาบแห้งหรือ Playa ในช่วงเวลาส่วนใหญ่ พื้นที่แห่งนี้ดูแห้งแล้ง และมีพื้นค่อนข้างเรียบ บริเวณโดยรอบเป็นภูเขา และทะเลทรายของ Death Valley เมื่อเวลาผ่านไป หินจากภูเขารอบๆสามารถกลิ้งหรือตกลงมายังพื้นของ Playa ก้อนหินเหล่านั้นมีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงก้อนใหญ่ที่มีน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัม

สิ่งที่ทำให้ Racetrack Playa มีชื่อเสียงก็คือ เมื่อกลับมาตรวจสอบก้อนหินในเวลาต่อมา นักสำรวจพบว่า บางก้อนเปลี่ยนตำแหน่ง และพื้นด้านหลังก้อนหินมีร่องยาวปรากฏอยู่

National Park Service ระบุว่า ก้อนหินบางก้อนมีน้ำหนักมากถึงประมาณ 320 กิโลกรัม และสามารถทิ้งร่องรอยยาวหลายร้อยเมตรไว้บนพื้น Playa ได้ สิ่งที่น่าประหลาดคือ ก้อนหินบางก้อนอยู่นิ่งเป็นเวลาหลายปี หากก้อนหินเคลื่อนที่ตลอดเวลา เรื่องนี้คงไม่ลึกลับมากนัก แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม ก้อนหินบางก้อนสามารถอยู่ที่เดิมเป็นเวลาหลายปี ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้มันเคลื่อนที่อีกครั้ง บางช่วงอาจไม่มีการเคลื่อนที่เลยเป็นเวลานาน เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การศึกษาปรากฏการณ์นี้ทำได้ยากมาก

นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถเพียงแค่เดินทางไปที่ Racetrack Playa แล้วรอดูก้อนหินเคลื่อนที่ได้ง่ายๆ พวกเขาต้องรอให้เกิด เงื่อนไขทางธรรมชาติที่เหมาะสม

National Park Service ระบุว่า ก้อนหินอาจอยู่นิ่งเป็นเวลาหลายปี และการเคลื่อนที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว เมื่อมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

▪️ก่อนจะรู้คำตอบ นักวิทยาศาสตร์เคยตั้งสมมติฐานอะไรไว้บ้าง ?

ก่อนที่จะมีการบันทึกการเคลื่อนที่จริง มีหลายทฤษฎีถูกเสนอขึ้นมา หนึ่งในคำอธิบายที่ฟังดูง่ายที่สุดคือ ลมแรง เพราะ Death Valley เป็นพื้นที่ทะเลทราย และมีลมเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือก้อนหินบางก้อนมีน้ำหนักมาก จึงเกิดคำถามว่า ลมต้องแรงขนาดไหนจึงจะสามารถผลักก้อนหินเหล่านี้ให้เคลื่อนที่ได้ ? บางทฤษฎีเสนอเรื่องลมหมุน (Dust Devil) บางทฤษฎีเสนอว่าพื้นที่อาจมีชั้นน้ำบางๆ ช่วยลดแรงเสียดทาน บางแนวคิดเสนอว่าน้ำแข็งอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เป็นเวลานานที่ยังไม่มีใครสามารถเห็นเหตุการณ์จริงอย่างชัดเจน

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS ONE ในปี 2014 ระบุว่า ก่อนหน้านั้นมีกลไกหลายรูปแบบถูกเสนอ ตั้งแต่ลมแรง น้ำ น้ำแข็ง ไปจนถึงน้ำแข็งที่สามารถลอย และผลักก้อนหิน

▪️จุดเปลี่ยนสำคัญ : นักวิทยาศาสตร์ติด GPS ให้ก้อนหิน เพื่อหาคำตอบ

นักวิจัย Richard Norris, James Norris และทีมงานจึงเริ่มติดตามก้อนหินอย่างเป็นระบบ พวกเขาติดตั้งสถานีตรวจวัดสภาพอากาศ กล้องถ่ายภาพแบบ Time-Lapse และอุปกรณ์ GPS กับก้อนหินบางก้อน เป้าหมายคือ หากก้อนหินเคลื่อนที่ขึ้นมาเมื่อใด พวกเขาจะสามารถรู้ได้ว่า

การทดลองเริ่มขึ้นในช่วงปี 2011 และนักวิจัยต้องเตรียมใจว่าพวกเขาอาจต้องรอเป็นเวลาหลายปี เพราะการเคลื่อนที่ของก้อนหินเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาทำให้การวิจัยนี้กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจของวิทยาศาสตร์

▪️ธันวาคม 2013 ปริศนาเริ่มเผยคำตอบ

ในเดือนธันวาคม 2013 พื้นที่ Racetrack Playa มีน้ำขังตื้นๆหลังเกิดฝน และหิมะ ช่วงกลางคืนอุณหภูมิลดต่ำลงจนทำให้น้ำบางส่วนแข็งตัว และนี่คือจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์สำคัญ พื้น Playa ซึ่งปกติแห้งและแข็ง กลับมีน้ำตื้นๆปกคลุม จากนั้นในเวลากลางคืน น้ำเกิดการแข็งตัวกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งบางๆ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นในวันถัดมา น้ำแข็งเริ่มละลาย และแตกออกเป็นแผ่น จากนั้นลมก็เริ่มผลักแผ่นน้ำแข็งเหล่านั้น และแผ่นน้ำแข็งก็ไปชนกับก้อนหิน ก้อนหินจึงเริ่มเคลื่อนที่

PLOS ONE ระบุว่า ทีมนักวิจัยสามารถบันทึกเหตุการณ์การเคลื่อนที่ได้โดยตรงเป็นครั้งแรก โดยใช้ GPS กล้อง Time-Lapse และสถานีตรวจวัดสภาพอากาศ

▪️น้ำแข็งบางๆจะผลักก้อนหินหนักหลายร้อยกิโลกรัมได้อย่างไร ?

ประเด็นนี้คือส่วนที่น่าทึ่งที่สุด หลายคนอาจจินตนาการว่าน้ำแข็งต้องหนามากถึงจะสามารถผลักก้อนหินได้ แต่การสังเกตการณ์จริงกลับพบว่า น้ำแข็งมีความบางมาก

งานวิจัยพบว่า แผ่นน้ำแข็งที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่มีความหนาประมาณ 3–6 มิลลิเมตร บางคนอาจสงสัยว่า “น้ำแข็งบางแค่นี้จะทำอะไรได้ ?” คำตอบอยู่ที่รูปแบบการเคลื่อนที่ แผ่นน้ำแข็งไม่ได้ยกก้อนหินขึ้นจากพื้น แต่ลอย และเคลื่อนตัวไปบนผิวน้ำ จากนั้นดันก้อนหินไปด้านหน้า เมื่อน้ำแข็งขนาดใหญ่ถูกลมผลัก มันสามารถออกแรงต่อเนื่องกับก้อนหินบนพื้นโคลนที่เปียก และลื่น ดังนั้น ก้อนหินจึงไม่จำเป็นต้องถูกยกขึ้น มันเพียงถูกผลักให้ไถลไปบนพื้น

PLOS ONE รายงานว่า แผ่นน้ำแข็งลอยที่มีขนาดหลายสิบเมตร สามารถผลักก้อนหินให้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำประมาณ 2–5 เมตรต่อนาที

▪️ลมไม่ได้แรงอย่างที่หลายคนคิด

สิ่งที่น่าประหลาดอีกอย่างคือ ก้อนหินไม่ได้จำเป็นต้องเจอกับพายุเฮอริเคน เพื่อเคลื่อนที่ งานวิจัยพบว่า ในเหตุการณ์ที่สังเกตการณ์ได้จริง ลมมีความเร็วประมาณ 4–5 เมตรต่อวินาทีหรือประมาณ 14–18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นี่ไม่ใช่ลมที่ดูรุนแรงจนคนทั่วไปคิดว่าสามารถผลักก้อนหินขนาดใหญ่ได้ แต่เมื่อมีแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ทำหน้าที่คล้าย “ใบเรือ” บนผิวน้ำ แรงลมจึงสามารถส่งต่อไปยังแผ่นน้ำแข็ง และจากแผ่นน้ำแข็งไปยังก้อนหิน จึงเกิดการเคลื่อนที่อย่างช้าๆ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำว่า “Sailing Stones” หรือ “หินแล่น” ถึงเป็นชื่อที่เหมาะกับปรากฏการณ์นี้มาก

▪️ก้อนหินเคลื่อนที่เร็วแค่ไหน ?

มันไม่ได้เคลื่อนที่เร็วแบบที่เราคิด งานวิจัยบันทึกว่า ก้อนหินบางก้อนเคลื่อนที่ประมาณ 2–5 เมตรต่อนาที บางเหตุการณ์ก้อนหินเคลื่อนที่เพียงช่วงเวลาสั้นๆแล้วหยุด นักวิจัยพบว่า ก้อนหินหนึ่งก้อนสามารถเคลื่อนที่ประมาณ 60 เมตรขึ้นไปในเหตุการณ์หนึ่ง และบางก้อนที่ติดตามด้วย GPS มีระยะทางรวมมากกว่า 200 เมตรในช่วงการศึกษา

PLOS ONE รายงานว่า ก้อนหินที่ติดตามบางก้อนเคลื่อนที่ได้ถึง 224 เมตร ระหว่างเดือนธันวาคม 2013 ถึงมกราคม 2014 จากหลายเหตุการณ์

▪️ก้อนหินทุกก้อนเคลื่อนที่พร้อมกันหรือไม่ ?

คำตอบคือ ไม่จำเป็น จากการสังเกตพบว่าก้อนหินหลายก้อนสามารถเคลื่อนที่ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกก้อนจะเคลื่อนที่เหมือนกัน บางก้อนเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง บางก้อนเปลี่ยนทิศทาง บางก้อนหยุด และบางก้อนอาจเคลื่อนที่ไปในเส้นทางที่ดูเหมือนสวนทางกับก้อนอื่น สาเหตุหนึ่งคือ ทิศทางการเคลื่อนที่ของแผ่นน้ำแข็ง และน้ำใต้แผ่นน้ำแข็งไม่ได้เหมือนกันทุกจุด รูปร่างของก้อนหินก็มีผลเช่นกัน รวมถึงความลาดเอียงเล็กๆของพื้น และตำแหน่งของก้อนหิน จึงเกิดเป็นร่องรอยจำนวนมากบนพื้น Playa

▪️เหตุใดก้อนหินถึงทิ้งร่องรอยเอาไว้ ?

พื้นของ Racetrack Playa ไม่ได้แข็งเหมือนพื้นหินทั่วไป เมื่อมีน้ำตื้นๆปกคลุม พื้นดินจะเปียก และนิ่มขึ้น เมื่อก้อนหินถูกผลักไปข้างหน้า มันจึงลากผ่านโคลน และทิ้งร่องไว้ด้านหลัง เมื่อเวลาผ่านไป น้ำระเหย และพื้นแห้งร่องเหล่านั้นจึงยังคงอยู่ ทำให้คนที่มาเห็นในภายหลังสามารถสังเกตได้ว่า ก้อนหินเคยอยู่ตรงไหน และเคลื่อนที่ไปทางใด จึงเหมือนกับธรรมชาติทิ้ง “หลักฐานการเดินทาง” เอาไว้บนพื้นทะเลสาบแห้ง

National Park Service ระบุว่า ร่องรอยเหล่านี้สามารถยาวได้หลายร้อยเมตร และเป็นหลักฐานสำคัญของการเคลื่อนที่ของก้อนหิน

▪️เคยมีคนคิดว่าก้อนหินเคลื่อนที่ เพราะพายุหรือฝุ่นหมุน

ก่อนการค้นพบในปี 2013–2014 นักวิทยาศาสตร์มีสมมติฐานหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ Dust Devil หรือพายุฝุ่นหมุน เพราะ Death Valley มีปรากฏการณ์ลมหมุนขนาดเล็กเกิดขึ้นจริง แต่ข้อมูลจากการติดตามก้อนหิน ทำให้เห็นว่ากลไกสำคัญของเหตุการณ์ที่สังเกตได้คือ น้ำตื้น น้ำแข็งบาง และลม ไม่ได้จำเป็นต้องใช้ลมรุนแรงมาก และไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา จึงช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมก้อนหินสามารถอยู่นิ่งเป็นเวลานาน ก่อนจะเคลื่อนที่อย่างกะทันหันในช่วงเวลาสั้นๆ

▪️เหตุใดเราถึงไม่ค่อยเห็นก้อนหินกำลังเคลื่อนที่ ?

เพราะช่วงเวลาที่เหมาะสมเกิดขึ้นไม่บ่อย ต้องมีฝนหรือหิมะมากพอให้เกิดน้ำขัง จากนั้นอุณหภูมิต้องต่ำพอให้น้ำแข็งตัว และเมื่อกลางวันมาถึง ต้องมีลม และอุณหภูมิที่เหมาะสมจนแผ่นน้ำแข็งแตก และลอย ถ้าขาดเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง การเคลื่อนที่ก็อาจไม่เกิดขึ้น ดังนั้น แม้ว่าปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นจริง แต่โอกาสที่นักท่องเที่ยวคนหนึ่งจะบังเอิญไปยืนอยู่ตรงนั้นในช่วงที่ก้อนหินกำลังเคลื่อนที่จึงต่ำมาก

งานวิจัยระบุว่า ก้อนหินใน Racetrack Playa อาจอยู่นิ่งเป็นเวลาหลายปีหรือยาวนานกว่านั้นระหว่างเหตุการณ์การเคลื่อนที่ จึงเป็นปริศนาที่ “วิทยาศาสตร์แก้ได้” เรื่องก้อนหินเดินได้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจมากของการทำงานของวิทยาศาสตร์ เพราะก่อนมีหลักฐาน ผู้คนสามารถเสนอคำอธิบายได้มากมาย ลมแรงพายุฝุ่น น้ำ น้ำแข็ง สาหร่ายหรือแม้แต่คำอธิบายที่เหนือธรรมชาติ แต่แทนที่จะเลือกคำตอบจากสิ่งที่ฟังดูน่าเชื่อ นักวิทยาศาสตร์กลับติดตามปรากฏการณ์จริง พวกเขาติด GPS ตั้งกล้อง วัดสภาพอากาศ และรอให้ธรรมชาติแสดงคำตอบออกมา เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง หลักฐานจึงชี้ไปยังกลไกที่ค่อนข้างชัดเจน ก้อนหินไม่ได้เดินเอง แต่ถูกผลักโดยแผ่นน้ำแข็งที่เคลื่อนที่จากแรงลมบนพื้นน้ำตื้น

▪️ก้อนหินที่หนัก 320 กิโลกรัมเคลื่อนที่ได้อย่างไร ?

ประเด็นนี้เป็นคำถามที่ยังน่าสนใจอยู่ National Park Service ระบุว่า มีก้อนหินบางก้อนในพื้นที่หนักได้ถึงประมาณ 320 กิโลกรัม การศึกษาปี 2014 สามารถบันทึกการเคลื่อนที่ของก้อนหินหลายขนาด แต่ผู้วิจัยก็ระบุว่า ยังมีคำถามเกี่ยวกับก้อนหินที่มีขนาดใหญ่มากที่สุด ดังนั้น เราจึงควรระวังการสรุปว่า “ก้อนหินทุกขนาดเคลื่อนที่ด้วยกลไกเดียวกันอย่างแน่นอน” หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือ กลไกน้ำแข็งบาง และลมสามารถทำให้ก้อนหินจำนวนหนึ่งเคลื่อนที่ได้จริง

▪️ธรรมชาติไม่ได้ทำให้ก้อนหิน “เดิน” แต่ทำให้เรามองไม่เห็นการเคลื่อนที่

บางทีสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้อาจไม่ใช่ก้อนหิน แต่เป็นจังหวะของธรรมชาติก้อนหินอาจอยู่นิ่งเป็นเวลาหลายปี จากนั้นฝนตก น้ำขัง อากาศหนาว น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง พระอาทิตย์ขึ้น น้ำแข็งแตก ลมพัด และก้อนหินก็เคลื่อนที่ ทั้งหมดอาจเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที หลังจากนั้นน้ำระเหย พื้นกลับมาแห้ง และก้อนหินก็หยุดนิ่งอีกครั้ง คนที่มาเยือนในวันถัดไปจึงอาจเห็นเพียงร่องรอยบนพื้น และสงสัยว่า “ใครเป็นคนลากก้อนหินพวกนี้ ?” ทั้งที่ไม่มีใครลากมันเลย ธรรมชาติเป็นผู้ทำทั้งหมด

▪️หากไป Death Valley สามารถเดินเข้าไปดูใกล้ๆได้หรือไม่ ?

Racetrack Playa เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีความเปราะบางมาก National Park Service เตือนว่า ไม่ควรขับรถออกนอกเส้นทางที่กำหนด และไม่ควรเดินบนพื้น Playa ขณะที่พื้นเปียก เพราะรอยเท้าสามารถทิ้งร่องรอยไว้บนพื้นเป็นเวลานาน การเดินทางไปพื้นที่ Racetrack ยังต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกล และเส้นทางค่อนข้างขรุขระ

NPS ระบุว่า ถนนไปยัง Racetrack มีสภาพหยาบ และห่างไกล และยานพาหนะที่มีความสูงจากพื้นมากหรือระบบขับเคลื่อนที่เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็น

ปัจจุบัน NPS ยังเตือนอย่างชัดเจนว่า ไม่ควรนำก้อนหินออกจากพื้นที่ และไม่ควรสร้างรอยบนพื้น Playa เพราะพื้นที่แห่งนี้มีคุณค่าทางธรรมชาติ และร่องรอยของก้อนหินเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ที่นักวิทยาศาสตร์ และนักท่องเที่ยวเดินทางไปชม

▪️สรุป

ถ้าถามว่า “ก้อนหินเคลื่อนที่ได้จริงหรือ ?”คำตอบคือ จริง แต่ถ้าถามว่า “มันเดินด้วยตัวเองหรือไม่ ?” คำตอบคือ ไม่ใช่ 

หลักฐานจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่า ก้อนหินบน Racetrack Playa สามารถเคลื่อนที่ได้ เมื่อเกิดเงื่อนไขที่เหมาะสม โดยมีน้ำตื้น น้ำแข็งบาง และลมทำงานร่วมกัน แผ่นน้ำแข็งที่ลอยอยู่บนผิวน้ำถูกลมพัดให้เคลื่อนที่ และดันก้อนหินไปบนพื้นโคลนที่เปียก ก่อนทิ้งร่องรอยยาวไว้เบื้องหลัง

สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในปริศนาธรรมชาติที่ยังหาคำตอบไม่ได้ จึงกลายเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมว่า ธรรมชาติบางอย่างอาจดูเหมือนเหนือธรรมชาติ เพียงเพราะเราไม่เคยเห็นกลไกของมัน และบางครั้งคำตอบที่น่าทึ่งที่สุด ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องลึกลับ เพราะวิทยาศาสตร์เองก็สามารถทำให้เรื่องธรรมดาดูน่าอัศจรรย์ได้

แหล่งที่มา: National Park Service (NPS), PLOS ONE, Death Valley National Park

อ้างอิง:
1.https://www.nps.gov/articles/deva-moving-rocks.htm
2.https://home.nps.gov/deva/planyourvisit/the-racetrack.htm
3.https://journals.plos.org/plosone/article?id=10.1371/journal.pone.0105948
4.https://www.nps.gov/deva/learn/news/racetrack.htm

ภาพประกอบ: Pixabay
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Wisdom Insight's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 22 ครั้ง
เขียนโดย Wisdom Insight
Wisdom Insight (นามปากกา)
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตกน้ำท่วมตื้นแค่ไหนจึงพัดคนล้มได้สิ่งที่น้ำยาสวนล้างทำกับสมดุลในช่องคลอดรู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริงเปิดรายชื่อรถยอดนิยม-สายลุย ที่ตอบโจทย์ช่วงสถานการณ์น้ำท่วมขังเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยทำไมร่องน้ำแห้งกลางทะเลทรายจึงอันตรายเลข 9 ตรงกัน 2 สำนัก! งวด 16 ต.ค. 69 เปิดชุด “เลขเทวดา” ชน “บนสวย”จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียนส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?ไทยส่งออกไอศกรีมอันดับ 1 ของเอเชีย แล้วอะไรทำให้ของหวานเย็น ๆ นี้ไปได้ไกลขนาดนี้?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สิ่งที่น้ำยาสวนล้างทำกับสมดุลในช่องคลอด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ดูดวง เรื่องลึกลับ
หนังสือที่ไม่มีใครอ่านออก ! ปริศนา Voynich Manuscript ที่ท้าทายนักถอดรหัสมากว่า 100 ปีวัดเจดีย์หอย วัดกลางทุ่งปทุมธานีที่ซ่อน “เจดีย์เปลือกหอย” อายุนับล้านปีธรรมะสะเทือนทั่วโลกโซเชียลธรรมที่รู้ได้ยาก
ตั้งกระทู้ใหม่