หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"เปิดโลกเปิบพิสดาร! จัดอันดับ 5 เมนูอาหารสุดแปลกจากทั่วโลก


โพสท์โดย charmingvampire

เวลาที่เราพูดถึง "อาหารอร่อย" ภาพในหัวของทุกคนคงหนีไม่พ้นต้มยำกุ้ง สเต็กเนื้อนุ่ม ๆ หรือพิซซ่าชีสเยิ้ม ๆ ใช่ไหม แต่รู้หรือไม่ว่าในโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ มีหลายวัฒนธรรมที่เขามีเมนูเด็ดระดับ "โอชา" แต่สำหรับคนนอกพื้นที่แล้ว เห็นปุ๊บต้องอุทานว่า "แบบนี้ก็กินได้ด้วยเหรอ?" วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก 5 อันดับ เมนูอาหารที่แปลกพิลึกที่สุดจากทั่วโลก ที่รับรองว่าเปิดหูเปิดตาและชวนอมยิ้มในความครีเอทของมนุษย์เราแน่นอน

อันดับที่ 5: "ซุปแมงมุมทารันทูล่าทอด" (ประเทศกัมพูชา)

หากใครมีโอกาสได้ไปเยือนเมืองสะกุน ของกัมพูชา จะต้องทึ่งกับภาพพ่อค้าแม่ค้ายืนถือถาดที่มี "แมงมุมทารันทูล่าตัวใหญ่ยักษ์แปดขา" ดำมึน ทอดจนกรอบขยับมาขายให้กินเล่นราวกับเป็นมันฝรั่งทอด

เมนูนี้มีที่มาจากประวัติศาสตร์ยุคข้าวยากหมากแพงที่ชาวบ้านไม่มีอะไรจะกิน จึงต้องหันมาจับแมงมุมยักษ์ในป่ามาประทังชีวิต แต่วิธีการปรุงบอกเลยว่าละเมียดละไมมากครับ เขาจะนำแมงมุมไปคลุกเคล้ากับน้ำตาล เกลือ กระเทียมสับ และผงปรุงรส จากนั้นนำลงไปทอดในกระทะน้ำมันท่วม ๆ จนขากรอบกรุบ นักท่องเที่ยวที่ใจกล้าลองชิมต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "เหยียดผิวสัมผัสตอนเคี้ยวขาจะกรอบ ๆ เหมือนกินกุ้งทอด แต่ตรงส่วนท้องจะเหลว ๆ นุ่ม ๆ เหมือนตับบด" กลายเป็นของทานเล่นยอดฮิตที่สร้างรายได้มหาศาลในปัจจุบัน

 อันดับที่ 4: "คาสุมาร์ซู" (Casu Marzu) - ชีสหนอนดิ้นได้ (เกาะซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี)

ขยับมาที่อันดับ 4 เมนูอิตาเลียนที่ทำเอาคอชีสทั่วโลกต้องปาดเหงื่อ เพราะนี่ไม่ใช่ชีสธรรมดาๆ แต่คือ "ชีสที่อุดมไปด้วยหนอนแมลงวันนับพันตัวที่ยังมียังชีวิตอยู่!" 

วิธีการทำคือเขาจะนำชีสนมแกะไปวางทิ้งไว้ข้างนอก เพื่อเปิดโอกาสให้ "แมลงวันชีส" บินมาไข่ทิ้งไว้ เมื่อไข่ฟักตัวกลายเป็นหนอนตัวเล็กๆ บรรดาหนอนเหล่านี้จะกินชีสเข้าไปแล้วปล่อยเอนไซม์อกมาเพื่อย่อยสลายไขมัน ทำให้เนื้อชีสนุ่มนิ่มและมีรสชาติเผ็ดร้อนฉุนเฉียวขึ้นอย่างรุนแรง เวลาจะตักกิน ชาวบ้านบอกว่าต้องระวังให้ดี เพราะเจ้าหนอนพวกนี้มันสามารถ "ดีดตัว" สูงได้ถึง 6 นิ้วพุ่งเข้าตาเราได้! นักเปิบต้องตักชีสเยิ้ม ๆ ที่มีหนอนดิ้นยั้วเยี้ยเข้าปากเคี้ยวสด ๆ ถือเป็นเมนูเด็ดราคาแพงที่หาทานได้ยากมากในยุโรป 

อันดับที่ 3: "ฮาคาร์ล" (Hákarl) - เนื้อฉลามเน่าเน้นกลิ่นแอมโมเนีย (ประเทศไอซ์แลนด์)

อันดับที่ 3 ขอยกตำแหน่งให้กับเมนูที่ "กลิ่นแรงที่สุดในโลก" ส่งตรงจากแดนน้ำแข็งไอซ์แลนด์ เมนูนี้ทำมาจาก "เนื้อฉลามกรีนแลนด์" ที่ผ่านกรรมวิธีการหมักแบบพิเศษ เนื่องจากเนื้อฉลามพันธุ์นี้มีสารพิษตามธรรมชาติมนุษย์กินสด ๆ ไม่ได้ คนโบราณจึงคิดค้นวิธีฝังเนื้อฉลามไว้ใต้ดินทราย กดทับด้วยหินนานหลายเดือน เพื่อรีดสารพิษออกและปล่อยให้เนื้อเยื่อหมักหมมจนเน่า จากนั้นนำขึ้นมาตากแห้งในโรงเรือน 

รสชาติของมันบอกเลยว่าไม่ธรรมดา กลิ่นฉุนกึกจะเหมือนกับ "น้ำยาล้างห้องน้ำหรือกลิ่นปัสสาวะ" โชยเข้าจมูกทันทีที่เปิดกล่อง คนไอซ์แลนด์นิยมหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก ๆ กินคู่กับเหล้าท้องถิ่น ใครที่ได้กินครั้งแรกเป็นต้องสำลักอ้วกพุ่ง แต่สำหรับชาวไอซ์แลนด์แล้ว นี่คืองานศิลปะแห่งอาหารและอาหารเรียกน้ำย่อยชั้นเลิศประจำบ้าน 

อันดับที่ 2: "ซันนักจิ" (Sannakji) - หนวดปลาหมึกสดดิ้นดุ๊กดิ๊ก (ประเทศเกาหลีใต้)

อันดับที่ 2 เมนูยอดฮิตสายเกาหลีที่ดูเหมือนจะกินง่าย แต่แอบท้าทายความเสียว เมนูนี้คือ "หนวดปลาหมึกยักษ์สด ๆ ที่เพิ่งโดนสับหมาด ๆ" เสิร์ฟมาบนจานพร้อมน้ำมันงาและงาคั่ว ความพีกอยู่ตรงที่ แม้ปลาหมึกจะตายแล้ว แต่ระบบประสาทที่หนวดยังทำงานอยู่ ทำให้หนวดปลาหมึกในจานจะยังคง "ขยับ ดิ้นรน และม้วนตัวดุ๊กดิ๊ก" อยู่ตลอดเวลา
เวลาทาน เมนูนี้มีคำเตือนอย่างเป็นทางการว่า "ห้ามกลืนลงคอทันทีเด็ดขาด" เพราะปุ่มดูด (Suckers) บนหนวดปลาหมึกที่ยังไม่ตายสนิท มันสามารถไปเกาะหนึบติดกับหลอดลมหรือโคนลิ้นของเราจนอุดตันทางเดินหายใจได้! นักกินจะต้องเคี้ยวหนวดหมึกที่กำลังดิ้นสู้ฟันในปากให้ละเอียดที่สุดก่อนกลืน ถือเป็นเมนูท้าทายความกล้าที่ไปเกาหลีแล้วต้องลองสักครั้ง 

อันดับที่ 1: "ไข่บาลุต" (Balut) - ไข่เป็ดมีตัวมีขน (ประเทศฟิลิปปินส์)

ไข่บาลุต หนึ่งในนั้นเปลือกแตกบางส่วน แสดงให้เห็นไข่แดง ตัวลูกไก่ และเส้นเลือดที่วิ่งผ่าน

อันดับที่ 1 เมนูสตรีทฟู้ดระดับตำนานของฟิลิปปินส์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใครเห็นเป็นต้องร้องว้าว นั่นคือ "ไข่บาลุต" หรือไข่ตัวนั่นเอง มันคือไข่เป็ดที่ปฏิสนธิแล้วและถูกฟักทิ้งไว้ประมาณ 14–21 วัน จนกระทั่ง "ตัวอ่อนของลูกเป็ดเริ่มมีกระดูก มีปีก และมีขนอ่อน ๆ ขึ้นตามตัว" อยู่ภายในไข่ ก่อนจะนำไปต้มจนสุก

ไข่บาลุตอายุ 15 วัน จิ้มกับน้ำจิ้มผสมซอสพริกร้อนและน้ำส้มสายชู 

วิธีการกินที่ถูกต้องคือการเจาะรูเปลือกไข่ด้านบน เทเกลือนิดหน่อย แล้วกระดกซด "น้ำซุป" อุ่นๆ ที่อยู่ข้างในไข่ (ซึ่งรสชาติจะนัวคล้ายซุปไก่เข้มข้น) จากนั้นค่อยปอกเปลือกออกแล้วเคี้ยวตัวอ่อนลูกเป็ดคำโตๆ เข้าปาก ชาวฟิลิปปินส์เชื่อว่าบาลุตเป็นสุดยอดอาหารชูกำลัง บำรุงร่างกายชั้นยอด ปัจจุบันเป็นอาหารยอดฮิตเดินขายยามค่ำคืนที่ใครไปฟิลิปปินส์ก็ต้องได้ยินเสียงพ่อค้าตะโกนเรียกชื่อเมนูนี้ตลอดสองข้างทาง

ไข่บาลุตในเปลือกที่แตกบางส่วน

 เป็ดมัลลาร์ดถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในการผลิตไข่บาบาลุต ตัวเมีย (ซ้าย) และตัวผู้ (ขวา)

 

ขอบคุณเนื้อหา บันทึกวัฒนธรรมอาหารเปิปพิสดารโลก สารานุกรมอาหารสากล "Top 10 Weirdest Foods From Around the World" (YHA Australia) และสารานุกรมสารคดีชีวิตและอาหาร "Bizarre Foods with Andrew Zimmern" (Travel Channel / Wikipedia)
https://en.wikipedia.org/wiki/Fried_spider
https://en.wikipedia.org/wiki/Hákarl
https://en.wikipedia.org/wiki/San-nakji
https://en.wikipedia.org/wiki/Balut_(food)
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
charmingvampire's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 44 ครั้ง
โพสท์โดย charmingvampire
แวมไพร์ใจดี
ชอบการท่องเที่ยว
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: charmingvampire
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านราย จากผู้ลงทะเบียน 18.82 ล้านราย10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำแขวนนาฬิกาผิด ชีวิตอาจเปลี่ยน! เจาะลึกเคล็ดลับจัดวางนาฬิกาติดผนังตามหลักฮวงจุ้ย เสริมความมั่งคั่งและสุขภาพดีที่คนรักบ้านต้องรู้มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่ายเหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาททําไมสบู่ในโรงแรมต้องทําไซส์จิ๋ว10 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องชาร์จแบตมือถือ ที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อนทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้นอนกรนเกิดจากอะไร แก้อย่างไร และเมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดเลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่ศิลา" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..เลขไหนเด่น ส่องเลย!ทำไมถุงขนมถึงใส่ลมเยอะ ทั้งที่ดูเหมือนมีขนมน้อย? ไม่ได้มีไว้หลอกตา แต่คือเทคโนโลยีป้องกันขนมแตก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่ศิลา" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..เลขไหนเด่น ส่องเลย!ชวนลองเข้ามาดูภาพหายากที่เปิดมุมมองใหม่ ๆ บนโลกใบนี้ ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน (ชุดที่ 1)ใครสร้างปราสาทพนมรุ้ง? รู้จัก “นเรนทราทิตย์” ผู้สร้างเทวสถานบนภูเขาไฟ"เหนื่อยกับความคาดหวัง: วิธีเลิกเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกไว้กับสายตาคนอื่น"แขวนนาฬิกาผิด ชีวิตอาจเปลี่ยน! เจาะลึกเคล็ดลับจัดวางนาฬิกาติดผนังตามหลักฮวงจุ้ย เสริมความมั่งคั่งและสุขภาพดีที่คนรักบ้านต้องรู้6 เรื่องเล่าและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคิม จอง อิล อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด โรงน้ำชาในป่าไผ่
สุสานมัมมี่คาปูชิน แห่งปาแลร์โมเธอคือใคร? ใบหน้าลึกลับที่กลายเป็นหุ่น CPR ทั่วโลกปริศนาแหวนรักซ่อนพิษ รักฉันนั้น นิรันดร์กาลรักและเวทมนตร์ในครัวของแม่
ตั้งกระทู้ใหม่