หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รักและเวทมนตร์ในครัวของแม่


เขียนโดย charmingvampire

เลโอนาร์ดา ชานชุลลี แม่ที่รักลูกสุดใจคนนี้ เกิดที่เมืองมอนเตลลา จังหวัดอาเวลลีโน ในดินแดนที่ขณะนั้นคือราชอาณาจักรอิตาลี เธอเคยพยายามฆ่าตัวตายสองครั้งในวัยเยาว์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1917 ชานชุลลีได้แต่งงานกับรัฟฟาเอเล ปันซาร์ดี ซึ่งเป็นเสมียนสำนักงานทะเบียน

แต่มารดาของเธอไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ เนื่องจากได้วางแผนจะให้เธอแต่งงานกับชายอีกคน และได้สาปแช่งเธอ ดังนั้นในปี ค.ศ. 1921 เธอและสามีจึงย้ายไปอยู่ที่เมืองเลารีอา จังหวัดโปเตนซา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของปันซาร์ดี

ที่นี่เธอถูกตัดสินโทษ และจำคุกในข้อหาฉ้อโกง เมื่อได้รับการปล่อยตัว ทั้งคู่ก็ย้ายไปอยู่ที่เมืองลาเชโดเนีย จังหวัดอาเวลลีโน แต่หลังจากบ้านของพวกเขาถูกทำลายในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่อิรปีเนีย ในปี ค.ศ. 1930 พวกเขาจึงย้ายรกรากอีกครั้งไปยังเมืองคอร์เรจโจ ซึ่งที่นั่นชานชุลลีได้เปิดร้านค้าเล็กๆ ขึ้นมา โดยเธอเป็นที่ชื่นชอบและได้รับความเคารพนับถืออย่างมากในย่านนั้น

เลโอนาร์ดา ชานชุลลี เมื่อวัยสาว

ชานชุลลีตั้งครรภ์ทั้งหมด 17 ครั้ง แต่ต้องสูญเสียลูกไป 3 คนจากการแท้ง อีก 10 คนเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยเหตุนี้ ชานชุลลีจึงปกป้อง และหวงแหนลูกๆ ทั้ง 4 คนที่รอดชีวิตมาเป็นอย่างมาก ความกลัวของเธอถูกตอกย้ำด้วยคำเตือนที่เคยได้รับก่อนหน้านี้จากหมอดูรายหนึ่ง ซึ่งทักว่าเธอจะได้แต่งงานและมีลูก แต่ลูกๆ ทุกคนจะเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย นอกจากนี้ มีรายงานว่าชานชุลลีได้ไปหาชาวโรมานี (ยิปซี) ผู้ทำนายลายมือ ซึ่งบอกกับเธอว่า "ในมือขวาของเจ้า ฉันเห็นคุก ส่วนในมือซ้าย ฉันเห็นโรงพยาบาลจิตเวชสำหรับอาชญากร"

เลโอนาร์ดา ชานชุลลี ช่างทำสบู่แห่งคอร์เรจโจ

ในปี ค.ศ. 1939 ชานชุลลีได้ทราบข่าวว่า จูเซปเป บุตรชายคนโต และเป็นลูกคนโปรดของเธอ กำลังจะเข้าร่วมกับกองทัพบกแห่งราชอาณาจักรอิตาลีเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงครามโลกครั้งที่สอง เธอตั้งมั่นที่จะปกป้องเขาให้ได้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม และได้ข้อสรุปว่าความปลอดภัยของลูกชายจำเป็นต้องใช้เครื่องเซ่นสังเวยด้วยชีวิตมนุษย์ ชานชุลลีได้เสาะหาเหยื่อจนพบ ซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคน 3 คน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นเพื่อนบ้านของเธอเอง

เหยื่อรายแรกของชานชุลลีชื่อ ฟาอุสตินา เซ็ตติ เป็นผู้หญิงโสดมาตลอดชีวิตที่มาขอให้เธอช่วยหาสามีให้ ชานชุลลีบอกเธอว่ามีคู่ที่เหมาะสมอยู่ในเมืองโปลา แต่ขอให้เธออย่าบอกเรื่องนี้กับใคร เธอยังเกลี้ยกล่อมให้เซ็ตติเขียนจดหมายและโปสต์การ์ดถึงญาติและเพื่อนๆ โดยให้ฝากส่งตอนที่เธอไปถึงโปลาแล้ว เพื่อบอกทุกคนว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี (แหล่งข้อมูลบางแห่งบันทึกไว้ว่า ชานชุลลีได้รับเงินเก็บทั้งชีวิตของเซ็ตติจำนวน 30,000 ลีร์ เป็นค่าบริการด้วย)

ก่อนเดินทางเซ็ตติมาหาชานชุลลีเป็นครั้งสุดท้าย ชานชุลลีฆ่าเธอด้วยขวานแล้วลากศพเข้าไปในตู้เสื้อผ้า จากนั้นก็หั่นศพออกเป็นเก้าชิ้น แล้วรองเลือดไว้ในอ่าง ชานชุลลีบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ในคำให้การอย่างเป็นทางการของเธอว่า

"ฉันโยนชิ้นส่วนศพลงในหม้อ ใส่โซดาไฟ 7 กิโลกรัม ที่ฉันซื้อไว้สำหรับทำสบู่ลงไป แล้วคนส่วนผสมจนชิ้นส่วนละลายกลายเป็นของเหลวข้นสีดำ ฉันเทมันใส่ถังหลายใบแล้วเอาไปทิ้งในถังส้วมซึมแถวนั้น ส่วนเลือดในอ่าง ฉันรอจนมันแข็งตัว แล้วเอาไปอบให้แห้งในเตาอบ บดให้ละเอียด แล้วผสมกับแป้ง น้ำตาล ช็อกโกแลต นม ไข่ รวมถึงเนยเทียมนิดหน่อย นวดส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ฉันทำคุกกี้ชาแบบกรอบๆ ออกมาเยอะมาก แล้วเสิร์ฟให้พวกผู้หญิงที่มาเยี่ยมเยียนฉัน ฉันกับจูเซปเป้ก็กินมันด้วยเหมือนกัน"

เงินลีร์ชนิดต่างๆ

ฟรานเชสกา โซอาวี เป็นเหยื่อรายที่สอง ชานชุลลีอ้างว่าเธอหางานที่โรงเรียนสตรีในเมืองเพียเชนซาให้โซอาวีได้ และเหมือนกับกรณีของเซ็ตติ ชานชุลลีเกลี้ยกล่อมให้เธอเขียนโปสต์การ์ดส่งให้เพื่อนๆ คราวนี้ให้ส่งจากเมืองคอร์เรจโจ และเช่นเดียวกับเซ็ตติ โซอาวีมาหาชานชุลลีครั้งสุดท้ายก่อนเดินทาง ชานชุลลีให้เธอดื่มไวน์ที่ผสมยาสลบ แล้วฆ่าด้วยขวาน การฆาตกรรมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 1940 ชานชุลลีกำจัดศพด้วยวิธีเดียวกับที่ทำกับเซ็ตติ และว่ากันว่าเธอได้เงินจากเหยื่อรายนี้ไป 3,000 ลีร์

เหยื่อรายที่สามและเป็นรายสุดท้ายของชานชุลลีคือ เวอร์จิเนีย คาโชปโป แม่ม่าย อดีตนักร้องโซปราโนที่ว่ากันว่าเคยร้องเพลงอยู่ที่โรงละครลาสกาลา ชานชุลลีอ้างกับคาโซปโปว่า หางานเป็นเลขาให้กับอิมเพรสซาริโอลึกลับในเมืองฟลอเรนซ์ให้กับเธอได้ (อิมเพรสซาริโอ คือ คนที่จัดและออกเงินทุนให้คอนเสิร์ต ละครเวที หรืออุปรากร ทำหน้าที่ในวงการการแสดงคล้ายๆ กับโปรดิวเซอร์หนังหรือโทรทัศน์)

ภาพวาดโรงละครลาสกาลาในศตวรรษที่ 19

ชานชุลลีสั่งให้เธออย่าบอกใครเด็ดขาดว่าเธอจะไปที่ไหน คาโชปโปตกลง และในวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 1940 เธอก็มาหาชานชุลลีเป็นครั้งสุดท้าย รูปแบบการฆาตกรรมเหมือนกับสองรายแรกทุกอย่าง แต่ต่างจากเหยื่อสองรายแรกตรงที่ ชานชุลลีหลอมศพเพื่อทำสบู่ ตามคำให้การของชานชุลลีว่า

"เธอจบลงในหม้อ เหมือนกับอีกสองคน... เนื้อของเธอเป็นไขมันสีขาว พอหลอมละลายแล้ว ฉันเติมโคโลญจน์ลงไปหนึ่งขวด แล้วต้มอยู่นานมาก จนสามารถทำสบู่เนื้อครีมที่พอใช้ได้ออกมา ฉันแจกสบู่ก้อนให้เพื่อนบ้านและคนรู้จัก คุกกี้ก็อร่อยขึ้นด้วย ผู้หญิงคนนั้นหวานจริงๆ"

ชานชุลลีได้เงินจากคาโชปโป ไปประมาณ 50,000 ลีร์ เครื่องประดับต่างๆ และพันธบัตรรัฐบาล เธอยังเอาชุดและรองเท้าของเหยื่อทั้งหมดไปขายด้วย ในกรณีนี้ทำให้เธอได้รับฉายาว่า ช่างทำสบู่แห่งคอร์เรจโจ 

เลโอนาร์ดา ชานชุลลี

พี่สะใภ้ของคาโชปโปชื่อ อัลเบอร์ตินา ฟานติ เริ่มสงสัยกับการหายตัวไปอย่างกะทันหันของเธอ เพราะครั้งสุดท้ายที่เห็นคือคาโชปโปเดินเข้าไปในบ้านของชานชุลลี เธอจึงไปแจ้งความกับผู้กำกับการตำรวจในเมืองเรจโจ เอมีเลีย ซึ่งได้เปิดการสอบสวน และจับกุมชานชุลลีในเวลาต่อมา ชานชุลลีไม่ยอมรับสารภาพเรื่องการฆาตกรรม จนกระทั่งความสงสัยเริ่มพุ่งไปที่ลูกชายของเธอ จูเซปเป้ พันซาร์ดี เธอจึงให้การอย่างละเอียดถึงสิ่งที่เธอทำ เพื่อล้างมลทินให้ลูกชายพ้นจากความผิด เธอถูกพิจารณาคดีฆาตกรรมที่เรจโจ เอมีเลีย ในปี 1946 เธอไม่รู้สึกสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย ถึงขั้นแก้คำให้การอย่างเป็นทางการบนศาล เธอจับราวพยานด้วยมือที่ดูบอบบางอย่างน่าแปลกใจ และแก้คำพูดของอัยการเรื่องรายละเอียดบางอย่างอย่างใจเย็น ดวงตาสีเข้มลึกของเธอเป็นประกายด้วยความภูมิใจแปลกๆ ในขณะที่เธอสรุปว่า"ฉันมอบกระบวยทองแดง ที่ฉันใช้ตักไขมันออกจากหม้อ ให้กับประเทศของฉัน ซึ่งต้องการโลหะอย่างมากในช่วงท้ายของสงคราม"

เครื่องมือที่เลโอนาร์ดา ชานชุลลีใช้ในการก่อคดีของเธอ ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ที่พิธภัณฑ์อาชญาวิทยา กรุงโรม ภาพโดย มีสมี

ชานชุลลีถูกตัดสินว่ามีความผิด และถูกจำคุก 30 ปี พร้อมถูกส่งไปอยู่ในสถานพยาบาลสำหรับอาชญากรอีก 3 ปี เธอเสียชีวิตด้วยโรคเลือดออกในสมอง ที่สถานพยาบาลหญิงสำหรับอาชญากรในปอซูโอลี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1970 ของกลางหลายชิ้นจากคดี รวมถึงหม้อที่ใช้ต้มเหยื่อ ปัจจุบันถูกจัดแสดงอยู่ที่พิธภัณฑ์อาชญาวิทยาในกรุงโรม นอกจากนี้ยังมีละครแนวตลกร้ายเกี่ยวกับชานชุลลีชื่อ Love and Magic in Mama's Kitchen หรือ รักและเวทมนตร์ในครัวของแม่ เปิดแสดงครั้งแรกโดย ลีนา แวร์ตมูลเลอร์ ที่เทศกาลสโปเลโตในปี 1979 และละครเรื่องนี้ก็เปิดแสดงบนบรอดเวย์ในปี 1983

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
charmingvampire's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 22 ครั้ง
เขียนโดย charmingvampire
แวมไพร์ใจดี
ชอบการท่องเที่ยว
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยน้ำทะเลเค็มเท่ากันทุกที่ไหมไฟเตือนน้ำมันขึ้น ขับต่อได้อีกกี่กิโลเมตร? สิ่งที่คนใช้รถควรรู้เรารู้ได้ยังไงว่าน้ำมันดิบต้องเอามากลั่นหวยลาว 30 มิถุนายน 2569รวมเลขเด่นในกระแสโซเชียลต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเลสิวจะเลิกขึ้นตอนอายุเท่าไหร่ ทำไมบางคนโตแล้วก็ยังเป็นอยู่สาเหตุที่แม่จากไป..??5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยรวมของขวัญยอดนิยมที่สนมชอบส่งไปเพื่อแซะกัน10 จักรวรรดิ ที่เคยเป็นมหาอำนาจของโลกก่อนยุคปัจจุบัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
น้ำทะเลเค็มเท่ากันทุกที่ไหมสิวจะเลิกขึ้นตอนอายุเท่าไหร่ ทำไมบางคนโตแล้วก็ยังเป็นอยู่5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยขนหน้าแข้งมีไว้ทำไม โกนออกได้ไหมหรือมีประโยชน์กับร่างกาย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด โรงน้ำชาในป่าไผ่
ยาแฝดมิสซาดำ มนต์ดำแห่งพระราชวังแวร์ซายด์ใครสังหาร ฟาโรห์รามเสสที่ 3ทายาทฉาว..ลูกสาวซานอินฮาเร็มรัก นายบำเรอ องค์หญิงซานอิน
ตั้งกระทู้ใหม่