หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ทำไมเวลาเดินสวนกันเยอะ ๆ คนถึงค่อย ๆ แยกเป็นเลนเอง ทั้งที่ไม่มีใครสั่ง?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ทำไมเวลาเดินสวนกันเยอะ ๆ คนถึงค่อย ๆ แยกเป็นเลนเอง ทั้งที่ไม่มีใครสั่ง?

ลองนึกถึงทางเชื่อม สถานีรถไฟฟ้า หรือทางเดินที่มีคนจำนวนมากกำลังเดินสวนกันสองทิศ

ตอนแรกภาพอาจดูยุ่งเหยิง ทุกคนเหมือนกำลังหาช่องของตัวเอง แต่ถ้ามีพื้นที่และจำนวนคนเหมาะสม ไม่นานเรามักเห็นอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

คนที่เดินไปทางเดียวกันเริ่มต่อกันเป็นแนว

ส่วนคนที่เดินสวนมา ก็ค่อย ๆ ไหลไปอยู่อีกแนวหนึ่ง

ทั้งที่ไม่มีใครยืนสั่งว่า “ฝั่งนี้เดินไป ฝั่งนั้นเดินกลับ”

ปรากฏการณ์นี้มีชื่อว่า lane formation และเป็นตัวอย่างของสิ่งที่เรียกว่า self-organization — ระเบียบที่เกิดขึ้นเองจากการกระทำของคนจำนวนมาก

🚶 จุดเริ่มต้นไม่ได้อยู่ที่ “ทุกคนตกลงกัน”

เวลาเราเดินตรงเข้าไปหาใครสักคน เราไม่ได้รอจนเกือบชนแล้วค่อยตัดสินใจเสมอไป

เรามองทิศทาง ความเร็ว และการเคลื่อนไหวของคนตรงหน้า แล้วเริ่มปรับทางเดินล่วงหน้า

อีกฝ่ายก็ทำแบบเดียวกัน

การทดลองด้าน pedestrian dynamics พบว่า การหลบกันของคนเดินไม่ได้เป็นเพียงการตอบสนองหลังเกิดปัญหา แต่มีองค์ประกอบของ การคาดการณ์การเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย หรือ anticipation อยู่ด้วย

ลองนึกภาพว่าคน A เบี่ยงออกขวาเล็กน้อยเพื่อหลบคนที่กำลังเดินสวนมา

คนที่เดินตามหลัง A ก็พบว่าเส้นทางด้านนั้นเริ่มโล่งและเดินต่อได้ง่าย

เมื่อการปรับเล็ก ๆ แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำกับคนหลายสิบคน สิ่งที่เริ่มจากการหลบกันเป็นรายคนสามารถกลายเป็นแนวคนที่เดินไปทิศเดียวกันได้

ไม่มีใครออกแบบเลน แต่การหลบกันซ้ำ ๆ ทำให้เลนค่อย ๆ ปรากฏขึ้น

🧩 ทำไมพอมีเลนแล้ว คนอื่นถึงยิ่งเข้าไปอยู่ในเลนนั้น?

เพราะการเดินตามคนที่กำลังไปทางเดียวกับเรา มักทำให้ต้องเผชิญหน้ากับคนที่เดินสวนมาน้อยลง

งานศึกษาการไหลของคนสองทิศพบว่า พฤติกรรมหลักที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเลนมีทั้งการหลบคนที่กำลังสวนมา และการเคลื่อนตามคนด้านหน้าที่กำลังไปยังปลายทางเดียวกัน

เมื่อคนทิศเดียวกันเริ่มเรียงอยู่ใกล้กัน การเดินผ่านฝูงชนจึงราบรื่นขึ้น เพราะไม่ต้องเปลี่ยนทิศหลบคนสวนหน้าซ้ำ ๆ เท่าเดิม

จากจุดนี้เกิดวงจรเล็ก ๆ ขึ้น

เริ่มมีแนว → เดินในแนวนั้นง่ายขึ้น → คนอื่นเข้ามาใช้แนวเดียวกัน → เลนชัดขึ้น

สิ่งที่ดูเหมือนมีใครจัดระเบียบ จึงสามารถเกิดจากการตัดสินใจเล็ก ๆ ของแต่ละคนได้

📱 แล้วถ้ามีคนบางคน “อ่านทางคนอื่น” ไม่ทันล่ะ?

ตรงนี้มีการทดลองที่น่าสนใจมาก

งานในวารสาร Science Advances ให้คนสองกลุ่ม กลุ่มละ 27 คน เดินสวนกันในทางเดินจำลอง และในบางรอบให้คนเพียง 3 คนใช้โทรศัพท์มือถือขณะเดิน เพื่อรบกวนความสามารถในการมองและคาดการณ์การเคลื่อนไหวของคนรอบข้าง

ผลที่พบไม่ใช่แค่คนเล่นมือถือเดินหลบคนอื่นได้แย่ลง

แต่การก่อตัวของรูปแบบการเดินที่เป็นระเบียบของทั้งกลุ่มก็เกิดช้าลงด้วย

โดยเฉพาะเมื่อผู้ที่ถูกรบกวนอยู่ด้านหน้าของกลุ่ม นอกจากนี้ทั้งคนที่ใช้มือถือและคนที่เดินเข้าหาพวกเขาต่างก็หลบกันได้ยากขึ้น

ตรงนี้ทำให้เรื่องน่าสนใจกว่าแค่ “เดินตามคนข้างหน้า”

เพราะเลนของฝูงชนไม่ได้เกิดจากแต่ละคนสนใจตัวเองเพียงอย่างเดียว

มันยังอาศัยการที่คนสามารถ อ่านการเคลื่อนไหวของกันและกัน แล้วปรับตัวก่อนจะชนกันจริง

🌊 จากการหลบคนหนึ่ง กลายเป็นระเบียบของคนทั้งฝูง

นี่คือส่วนที่น่าสนใจที่สุดของเรื่อง

ถ้ามองคนเพียงคนเดียว เราอาจเห็นแค่

“มีคนอยู่ข้างหน้า → เบี่ยงหลบ”

แต่เมื่อเอาพฤติกรรมเดียวกันไปวางในกลุ่มคนจำนวนมาก การเบี่ยงทางของคนหนึ่งก็เปลี่ยนพื้นที่ที่คนถัดไปต้องเลือก

คนถัดไปจึงปรับตาม

แล้วการปรับนั้นก็ส่งผลต่อคนอื่นต่อไปอีก

ท้ายที่สุดเราจึงได้สิ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าการตัดสินใจของคนใดคนหนึ่ง นั่นคือ โครงสร้างระดับฝูงชน

งานทดลองเกี่ยวกับ pedestrian counterflow พบการเกิดเลนขึ้นเองจากคนสองกลุ่มที่เดินเข้าหากันในทางเดินจำลอง และงานด้าน crowd dynamics จึงมักใช้ lane formation เป็นตัวอย่างคลาสสิกของ self-organization ในมนุษย์

⚠️ แต่ฝูงชนไม่ได้สร้างเลนสวย ๆ ได้ทุกครั้ง

ตรงนี้สำคัญครับ

คำว่า self-organization ไม่ได้แปลว่า ถ้ามีคนเดินสวนกันเมื่อไร จะต้องแบ่งเป็นเลนเรียบร้อยทุกครั้ง

งานทบทวนด้าน pedestrian counterflow ชี้ว่า รูปแบบดังกล่าวขึ้นกับเงื่อนไขหลายอย่าง เช่น ความหนาแน่น พื้นที่ที่มีให้เคลื่อนตัว สัดส่วนของคนในแต่ละทิศ และรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนเดิน

ถ้าคนน้อยมาก ทุกคนอาจหลบกันได้อย่างอิสระจนไม่มีความจำเป็นต้องสร้างเลนที่ชัดเจน

แต่ถ้าหนาแน่นมากเกินไป การเคลื่อนไหวก็อาจติดขัดจนรูปแบบที่เป็นระเบียบเกิดได้ยากเช่นกัน

ดังนั้นสิ่งที่เราเห็นบนทางเดินจริงจึงอาจเป็นทั้งเลนที่ชัดเจน เลนที่เกิดแล้วแตก หลายเลนที่รวมกัน หรือช่วงที่คนเดินปะปนกันอีกครั้ง

มันเป็นระเบียบแบบ dynamic ไม่ใช่เส้นบนถนนที่ถูกตีไว้ถาวร

👀 ครั้งหน้าลองมองฝูงชนอีกแบบ

ครั้งหน้าเมื่อเดินอยู่ในสถานีหรือทางเชื่อมที่มีคนสวนกัน ลองไม่มองแต่ละคนแยกกัน

ลองมองทั้งพื้นที่

ช่วงแรกอาจเห็นคนหลบซ้าย หลบขวา ดูเหมือนไม่มีระบบอะไรเลย

แต่ไม่นานอาจเริ่มเห็นแนวของคนที่กำลังเดินไปทิศเดียวกันเกิดขึ้น แล้วช่องว่างสำหรับคนอีกทิศก็ค่อย ๆ แยกออกจากกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ

ไม่มีใครจำเป็นต้องเห็นภาพรวมทั้งหมด

แต่ละคนเพียงอ่านคนที่อยู่ใกล้ ๆ พยายามไม่ชน และหาทางเดินต่อของตัวเอง

จากการตัดสินใจเล็ก ๆ เหล่านั้น ระเบียบระดับฝูงชนสามารถปรากฏขึ้นมาได้เอง

บางครั้งสิ่งที่ดูเหมือน “มีคนจัดไว้แล้ว” จึงไม่ได้เริ่มจากคำสั่งส่วนกลางเลย

แต่มาจากคนจำนวนมากที่กำลัง ปรับตัวให้เข้าหากันทีละก้าว

เนื้อหาโดย: พีรพัฒน์ พีพี

แหล่งที่มา
Mutual anticipation can contribute to self-organization in human crowds — Science Advances
อ้างอิง https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7968841/

Empirical analysis of the lane formation process in bidirectional pedestrian flow — Physical Review E
อ้างอิง https://doi.org/10.1103/PhysRevE.94.032304

Self-organisation phenomena in pedestrian counter flows and its modelling — Safety Science
อ้างอิง https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0925753522002144

Experimental study of the behavioural mechanisms underlying self-organization in human crowds — Proceedings of the Royal Society B
อ้างอิง https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC2839952/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 73 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
เนื้อหาโดย: พีรพัฒน์ พีพี
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: Wisdom Insight, พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันมหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัวซากคล้ายท่อนไม้อายุ 407 ล้านปีเป็นรา ต้นไม้ หรือสิ่งมีชีวิตอีกแขนงหนึ่ง?10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคนหญิงวัย 29 ปี เป็นอัมพาตทั้งแขนและขา หลังถูกเห็บกัดแม่น้ำหนึ่ง ล.พัฒนา งวด 29 ต.ค. 69 แยกเลขเด่นวงกลม ชุด 4 ตัว และเลขจับคู่ 2 ตัว108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงจัดอันดับประเทศค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก คนทำงานต้องมีรายได้เท่าไรจึงจะอยู่ได้ ?เลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจรู้จัก “ออยศรี” ผู้ตั้งคำถามบัญชีรับบริจาคของบุ๋ม ปนัดดาไดเมียวญี่ปุ่นใช้ผ้าดำกับแหนบส่องเกล็ดหิมะทีละเม็ดเมื่อเกือบ 200 ปีก่อน—เขาวาดลายไว้กี่แบบ?5 จังหวัดไทยที่ชื่อยาว อ่านยาก และชวนให้สะกดผิด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ส่องเลขธูปมงคล ‘องค์พ่อพระพิฆเนศ’ แนวทางโชคลาภงวด 1 พฤศจิกายน 2569ซากคล้ายท่อนไม้อายุ 407 ล้านปีเป็นรา ต้นไม้ หรือสิ่งมีชีวิตอีกแขนงหนึ่ง?หญิงวัย 29 ปี เป็นอัมพาตทั้งแขนและขา หลังถูกเห็บกัดไดเมียวญี่ปุ่นใช้ผ้าดำกับแหนบส่องเกล็ดหิมะทีละเม็ดเมื่อเกือบ 200 ปีก่อน—เขาวาดลายไว้กี่แบบ?แม่น้ำหนึ่ง ล.พัฒนา งวด 29 ต.ค. 69 แยกเลขเด่นวงกลม ชุด 4 ตัว และเลขจับคู่ 2 ตัวภาพอาหารค่ำมื้อสุดท้ายที่มีหมา ทหาร และตัวตลกจนศาลศาสนาเวนิสเรียกจิตรกรมาสอบ สุดท้ายเขาแก้ภาพอย่างไร?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ชายพรุ Lindow Man กินขนมปังจากข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ก่อนตายอย่างรุนแรงจริงหรือ?ฉากจิ๋วของเกลแลตลีรวมเศษแก้วแตกกับของสะสมชิ้นโปรดไว้ในภาพเดียวซากคล้ายท่อนไม้อายุ 407 ล้านปีเป็นรา ต้นไม้ หรือสิ่งมีชีวิตอีกแขนงหนึ่ง?ไดเมียวญี่ปุ่นใช้ผ้าดำกับแหนบส่องเกล็ดหิมะทีละเม็ดเมื่อเกือบ 200 ปีก่อน—เขาวาดลายไว้กี่แบบ?
ตั้งกระทู้ใหม่