สุสานมัมมี่คาปูชิน แห่งปาแลร์โม
ถ้าคุณคิดว่าสุสานใต้ดินปารีสที่เอาเฉพาะกระดูกมาเรียงเป็นกำแพงนั้นน่ากลัวแล้ว... ขอบอกเลยว่าที่นี่ยิ่งกว่านั้นหลายเท่า! เพราะที่นี่ไม่ได้เก็บแค่กระดูก แต่พวกเขาเก็บ "มัมมี่ร่างมนุษย์ที่ยังมีเสื้อผ้า ผม และผิวหนังแห้งติดกระดูก" แขวนเรียงรายอยู่เต็มสองข้างทาง และนี่คือเรื่องราวสุดหลอนของ "สุสานมัมมี่คาปูชินแห่งปาแลร์โม" (Capuchin Catacombs of Palermo) ในประเทศอิตาลี สุสานใต้ดินกาปูชิน นี้ เป็นที่เก็บศพแห้งแบบมัมมี่ภายในสุสานใต้ดินที่เมืองปาแลร์โมในซิซิลีทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ในปัจจุบันเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวแนวสยองขวัญ และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แนวแปลก
ห้องรวมร่างของคนที่มี "อาชีพ" ต่างๆ เช่น ทนาย, หมอ, อาจารย์, ศิลปิน, ทหาร By Sibeaster - Own work, Public Domain, Wikipedia
ต้นเรื่องเกิดจาก อารามคณะคาปูชิน ในปาแลร์โม มีสุสานเดิมไม่พอใช้ในศตวรรษที่ 16 พระจึงเริ่มขุดห้องใต้ดินเพิ่ม ในปี 1599 พวกเขาได้ทำมัมมี่ให้กับหนึ่งในสมาชิกของตนที่เพิ่งเสียชีวิต คือบราเดอร์ซิลเวสโตรแห่งกุบเบียโอ และนำร่างไปไว้ในอุโมงค์ใต้ดิน ร่างต่างๆ ถูกทำให้แห้งบนชั้นวางท่อเซรามิกภายในอุโมงค์ และบางครั้งก็นำมาล้างด้วยน้ำส้มสายชู ร่างบางส่วนถูกดอง และบางส่วนถูกใส่ไว้ในตู้กระจกปิดผนึก พระถูกเก็บรักษาไว้พร้อมกับเสื้อผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และบางครั้งก็พร้อมกับเชือกที่เคยใช้ลงโทษตัวเองเพื่อบำเพ็ญเพียร อีกนัยหนึ่งคือเป็นเครื่องหมายของการชดใช้บาป
มัมมี่ผู้ชาย By Sibeaster - Own work, Public Domain, Wikipedia
มัมมี่ผู้หญิง By Sibeaster - Own work, Public Domain, Wikipedia
เดิมทีอุโมงค์ใต้ดินแห่งนี้มีไว้สำหรับฝังศพพระในคณะเท่านั้น แต่ในเวลาต่อมาหลายศตวรรษ การได้ฝังร่างไว้ในอุโมงค์ของคณะคาปูชินกลายเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะของชนชั้นสูง เช่น มาร์ควิส วินเซนโซ นาโตลี หัวหน้าผู้พิพากษาของปาแลร์โมและประธานของ Royal Heritage แพ่งและทางอาญา
มัมมี่พระ By Sibeaster - Own work, Public Domain, Wikipedia
บุคคลสำคัญในท้องถิ่นจึงระบุไว้ในพินัยกรรมว่าต้องการให้เก็บรักษาร่างไว้ในชุดเสื้อผ้าแบบใด หรือแม้แต่ให้มีการเปลี่ยนชุดให้เป็นประจำ นักบวชจะสวมชุดนักบวช ส่วนคนอื่นๆ ก็จะสวมเสื้อผ้าตามแฟชั่นในยุคนั้น ญาติๆ จะมาเยี่ยมเพื่อสวดภาวนาให้ผู้ล่วงลับ และดูแลรักษาร่างให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย อุโมงค์เหล่านี้ได้รับการดูแลด้วยเงินบริจาคจากญาติของผู้เสียชีวิต ศพใหม่แต่ละร่างจะถูกวางไว้ในช่องชั่วคราวก่อน แล้วจึงย้ายไปไว้ในที่ถาวรในภายหลัง ตราบใดที่ญาติยังส่งเงินบริจาคต่อเนื่อง ร่างก็จะอยู่ในที่ของตน แต่หากญาติหยุดส่งเงิน ร่างนั้นก็จะถูกนำไปวางไว้บนชั้นจนกว่าจะกลับมาส่งเงินอีกครั้ง
ในปี 1871 บราเดอร์ริคาร์โดเป็นพระองค์สุดท้ายที่ถูกนำมาฝังไว้ในอุโมงค์ แต่หลังจากนั้นก็ยังมีบุคคลสำคัญอื่นๆ ถูกนำมาฝังเพิ่ม อุโมงค์ถูกปิดอย่างเป็นทางการในปี 1880 แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมอยู่เรื่อยๆ การฝังศพครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในช่วงปี 1920 ถึง 1930 หนึ่งในร่างสุดท้ายที่ถูกนำมาฝังคือ โรซาเลีย ลอมบาร์โด เสียชีวิตด้วยโรคปอดบวม ซึ่งตอนนั้นอายุเกือบสองขวบ
โรซาเลีย ลอมบาร์โด (Wikipedia / Public Domain)
ร่างของเธอยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์อย่างน่าทึ่ง โดยได้รับการรักษาไว้ด้วยวิธีการของศาสตราจารย์อัลเฟรโด ซาลาเฟีย กระบวนการของเขาใช้ฟอร์มาลินเพื่อฆ่าแบคทีเรีย แอลกอฮอล์เพื่อทำให้ร่างแห้ง กลีเซอรีนเพื่อไม่ให้แห้งจนเกินไป กรดซาลิไซลิกเพื่อฆ่าเชื้อรา และส่วนผสมที่สำคัญที่สุดคือเกลือสังกะสี ทั้งสังกะสีซัลเฟตและสังกะสีคลอไรด์ เพื่อให้ร่างคงความแข็ง แต่เนื่องจากร่างของลอมบาร์โดยังคงเสื่อมสลายอยู่ จึงจำเป็นต้องย้ายมัมมี่ไปไว้ในจุดที่แห้งกว่าในอุโมงค์ และนำโลงศพไปใส่ไว้ในตู้กระจกปิดผนึกสุญญากาศที่มีก๊าซไนโตรเจนเพื่อป้องกันการเสื่อมสลาย การฝังศพครั้งสุดท้ายในที่นี้คือศพของ โจวานนี ลิ-คาตา ดี เบาชินา เคานต์แห่งอิสนีลโล ในปี 1939
ศาสตราจารย์อัลเฟรโด ซาลาเฟีย นักทำศพชาวซิซิลี - ไม่ระบุที่มาของภาพ (Wikipedia / Public Domain)
โรซาเลีย ลอมบาร์โด ในตู้กระจก By Habanero666 - Own work, CC BY-SA 3.0, commons.wikimedia
อุโมงค์แห่งนี้มีศพประมาณ 8,000 ร่าง โดยเป็นมัมมี่สภาพดี 1,252 ร่าง ตามผลสำรวจครั้งล่าสุดโดย EURAC ในปี 2011 โดยร่างทั้งหมดเรียงรายอยู่ตามผนัง ห้องต่างๆ ถูกแบ่งตามประเภท ได้แก่ ผู้ชาย ผู้หญิง หญิงพรหมจารี เด็ก นักบวช พระ และผู้มีอาชีพต่างๆ ร่างบางร่างได้รับการรักษาสภาพไว้ได้ดีกว่าร่างอื่น บางร่างถูกจัดให้อยู่ในท่าทางต่างๆ เช่น เด็กสองคนนั่งอยู่ด้วยกันบนเก้าอี้โยก โลงศพสามารถเข้าถึงได้โดยครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อที่ในบางวันครอบครัวจะสามารถมาจับมือกับผู้ล่วงลับและสวดภาวนาร่วมกันได้
ส่วนของเด็กๆ Unknown author (Public domain / commons.wikimedia)
หญิงพรหมจารี Unknown author (Public domain / commons.wikimedia)
นักบวช Unknown author (Public domain / commons.wikimedia)
ในสุสานใต้ดินก็มีร่างของบุคคลสำคัญ ๆ หลายคนอาทิเช่น ฟิลิปโป เพน-นี-โน เสียชีวิตปี 1801 ประติมากรชาวซิซิลี, อเล็กซองเดร์ มิโช เดอ โบเรตูร์ นายพลชาวปีเอมอนต์ (แคว้นทางเหนือของอิตาลี) และที่ปรึกษาทางทหาร (1841, ฝังแบบหลุมพื้น ไม่ได้แขวนหรือตั้งตามผนัง), โจวานนี ปาแตร์นีตี รองกงสุลสหรัฐอเมริกา เสียชีวิตปี 1911
นายพลอเล็กซองเดร์ มิโช เดอ โบเรตูร์ By Workshop of George Dawe - Public Domain, commons.wikimedia
โจวานนี ปาแตร์นีตี โดย By Sibeaster - Own work, Public Domain, commons.wikimedia
อุโมงค์เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ การถ่ายภาพด้านในถูกห้ามอย่างเป็นทางการ โดยมีป้ายเตือนที่ชัดเจนติดไว้สำหรับผู้เข้าชม ปัจจุบันมีการติดตั้งเหล็กกั้นเพื่อป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวแตะต้องหรือไปโพสท่าถ่ายรูปกับศพ บรรยากาศข้างในทั้งกดดัน เงียบสงัด และอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตาย เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า ไม่ว่าตอนมีชีวิตอยู่คุณจะร่ำรวยหรือแต่งตัวสวยงามขนาดไหน สุดท้ายทุกคนก็ต้องกลายเป็นเพียงร่างที่ไร้วิญญาณเหมือนกันหมด...
https://en.wikipedia.org/wiki/Alfredo_Salafia
เลข 67 คืออะไร ทำไมเด็กเจนใหม่พูดกันทุกวัน
ศัพท์ไวรัล “สลิ้งแตก” คืออะไร? เปิดความหมายและที่มาของคำฮิตบนโซเชียล
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 กรกฎาคม
5 เมนูไทยที่ได้รับการจัดอันดับอร่อยที่สุดของโลก อาหารไทยที่ต่างชาติยกนิ้วให้
เจาะลึกเลขอัญเชิญ "แม่ทำเนียน" และ 10 อันดับเลขเด็ดมหาชนยอดนิยมสูงสุด งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุด
ทำไมรสอูมามิจึงถูกเรียกว่า "รสชาติที่ห้า" เปิดความลับของรสชาติที่หลายคนกินทุกวันโดยไม่รู้ตัว
เชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
5 รูรั่วทางการเงินจาก "Sub" รายเดือน ที่คนยุคนี้ยอมจ่ายทิ้งแบบไม่รู้ตัว
"เขากะลา" ภูเขาลูกเล็กในนครสวรรค์ "ประตูมิติ" เชื่อมโลกกับเอเลี่ยน?!
ปลาหมอคางดำ: มหันตภัยเงียบใต้ผืนน้ำ เมื่อ "เอเลี่ยนสปีชีส์" กำลังเปลี่ยนระบบนิเวศไทย
ปลาหมอคางดำ: มหันตภัยเงียบใต้ผืนน้ำ เมื่อ "เอเลี่ยนสปีชีส์" กำลังเปลี่ยนระบบนิเวศไทย














