ทำไมชาวอเมริกันจำนวนมากไม่ชอบ Donald Trump? เปิด 5 เหตุผลสำคัญ
โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่สร้างความเห็นแตกต่างมากที่สุดในสหรัฐฯ ผู้สนับสนุนจำนวนมากมองว่าเขาเป็นผู้นำที่กล้าพูด กล้าท้าทายระบบการเมืองเดิม และให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของอเมริกา ขณะที่คนอีกจำนวนไม่น้อยกลับไม่ชอบหรือคัดค้านเขาอย่างรุนแรง
ความรู้สึกด้านลบต่อทรัมป์ไม่ได้เกิดจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เป็นผลจากหลายปัจจัย ทั้งบุคลิกภาพ วิธีสื่อสาร แนวทางบริหารประเทศ นโยบาย เศรษฐกิจ และเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา
ข้อมูลสำรวจความคิดเห็นในช่วงต้นปี 2026 ยังสะท้อนให้เห็นว่าความคิดเห็นต่อทรัมป์แบ่งออกอย่างชัดเจน โดยชาวอเมริกันจำนวนมากมีมุมมองด้านลบต่อเขา ขณะที่ทรัมป์ยังคงมีฐานผู้สนับสนุนที่แข็งแรง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน
1. บุคลิกภาพ พฤติกรรม และวาทศิลป์
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนบางกลุ่มไม่ชอบทรัมป์ คือรูปแบบการพูดและบุคลิกที่ตรงไปตรงมา รุนแรง และแตกต่างจากนักการเมืองแบบดั้งเดิม
ทรัมป์มักใช้เวทีปราศรัยและสื่อออนไลน์โจมตีคู่แข่งทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา บางครั้งมีการตั้งฉายา วิจารณ์บุคลิกหรือรูปลักษณ์ รวมถึงใช้ถ้อยคำที่ฝ่ายตรงข้ามมองว่าอาจสร้างความรู้สึกแบ่งแยกในเรื่องเชื้อชาติ เพศ หรือกลุ่มทางสังคม
สำหรับผู้สนับสนุน วิธีพูดเช่นนี้อาจถูกมองว่าเป็นความจริงใจ ไม่อ้อมค้อม และไม่ยอมอยู่ภายใต้กรอบของนักการเมืองเดิม แต่สำหรับฝ่ายต่อต้านกลับมองว่า วาทศิลป์ลักษณะดังกล่าวอาจทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรงขึ้น
อีกประเด็นคือการท้าทายบรรทัดฐานทางการเมือง ทรัมป์เคยวิจารณ์หน่วยงานของรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ และสื่อมวลชนกระแสหลักอย่างรุนแรง รวมถึงเคยใช้คำว่า “Enemy of the People” หรือ “ศัตรูของประชาชน” กล่าวถึงสื่อบางส่วน
ผู้ที่ไม่เห็นด้วยมองว่า การโจมตีสื่อหรือหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่องอาจลดความไว้วางใจต่อสถาบันของประเทศ ขณะที่ผู้สนับสนุนกลับมองว่าเขากำลังตรวจสอบระบบที่มีอำนาจและอคติมานาน
2. นโยบายที่สร้างความขัดแย้งสูง
นโยบายด้านคนเข้าเมือง
นโยบายคนเข้าเมืองเป็นหนึ่งในเรื่องที่สร้างทั้งแรงสนับสนุนและแรงต่อต้านมากที่สุด
มาตรการต่าง ๆ เช่น การสร้างกำแพงบริเวณชายแดนสหรัฐฯ–เม็กซิโก การเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมชายแดน การจับกุมและส่งกลับผู้อพยพ รวมถึงนโยบายแยกสมาชิกในครอบครัวบริเวณชายแดนในช่วงรัฐบาลชุดแรก ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มสิทธิมนุษยชนและชาวอเมริกันสายเสรีนิยม
ฝ่ายต่อต้านมองว่า มาตรการบางอย่างรุนแรงเกินไปและอาจกระทบต่อหลักมนุษยธรรม ขณะที่ผู้สนับสนุนมองว่า รัฐบาลมีหน้าที่ควบคุมพรมแดน บังคับใช้กฎหมาย และให้ความสำคัญกับผู้ที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ อย่างถูกต้อง
ดังนั้น ประเด็นคนเข้าเมืองจึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่า “ควรควบคุมชายแดนหรือไม่” แต่ยังรวมถึงคำถามว่า ควรใช้มาตรการเข้มงวดเพียงใด และจะรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงกับสิทธิมนุษยชนอย่างไร
นโยบาย “America First”
นโยบายต่างประเทศแบบ America First ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เป็นอันดับแรก
ทรัมป์สนับสนุนการทบทวนข้อตกลงระหว่างประเทศ เพิ่มแรงกดดันให้พันธมิตรร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านความมั่นคงมากขึ้น และใช้มาตรการทางภาษีเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ
หลังกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2025 รัฐบาลทรัมป์ยังเริ่มกระบวนการถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงภูมิอากาศปารีสอีกครั้ง
ผู้สนับสนุนมองว่าแนวทางนี้ช่วยลดภาระของสหรัฐฯ และปกป้องแรงงานภายในประเทศ ส่วนฝ่ายต่อต้านกังวลว่า อาจลดบทบาทของสหรัฐฯ ในเวทีโลก กระทบความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตร และทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศยากขึ้น
3. ประเด็นเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และกำแพงภาษี
แม้ผู้สนับสนุนจำนวนมากชื่นชอบแนวคิดลดภาษี ลดกฎระเบียบ และส่งเสริมธุรกิจภายในประเทศ แต่เศรษฐกิจก็เป็นอีกประเด็นที่ทำให้ทรัมป์ถูกวิพากษ์วิจารณ์
ในช่วงปี 2025–2026 คนอเมริกันจำนวนมากยังมีความกังวลเรื่องค่าครองชีพ ราคาสินค้า ที่อยู่อาศัย และภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าหรือกำแพงภาษี (Tariffs) เป็นประเด็นสำคัญ ฝ่ายสนับสนุนมองว่า ภาษีนำเข้าช่วยปกป้องโรงงาน แรงงาน และธุรกิจของสหรัฐฯ จากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายต่อต้านกังวลว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคผ่านราคาสินค้า และอาจสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ
ผลสำรวจของ Pew Research Center ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 พบว่า ความคิดเห็นของชาวอเมริกันต่อมาตรการเพิ่มภาษีนำเข้ายังคงแตกต่างกันอย่างชัดเจน และมีผู้ไม่เห็นด้วยมากกว่าผู้เห็นด้วย
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับนโยบายของประธานาธิบดีเพียงคนเดียว แต่ยังได้รับผลจากราคาพลังงาน เศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ย ตลาดแรงงาน และเหตุการณ์ระหว่างประเทศด้วย
4. ปัญหาทางกฎหมายและข้อถกเถียงด้านจริยธรรม
ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่ถูกสภาผู้แทนราษฎรลงมติถอดถอน หรือ Impeachment ถึงสองครั้ง
อย่างไรก็ตาม คำว่า Impeachment ไม่ได้หมายความว่าถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยอัตโนมัติ เนื่องจากกระบวนการต้องผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา และทรัมป์ไม่ได้ถูกวุฒิสภาลงมติว่ามีความผิดจนถึงขั้นถอดถอนในการพิจารณาทั้งสองครั้ง
ในการพิจารณาครั้งที่สองเมื่อปี 2021 วุฒิสภามีมติไม่ถึงเกณฑ์สองในสามที่จำเป็นสำหรับการลงโทษ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเผชิญข้อพิพาท การสอบสวน และคดีความหลายกรณี ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ซึ่งทำให้ฝ่ายต่อต้านตั้งคำถามเกี่ยวกับจริยธรรม การใช้อำนาจ และการเคารพหลักนิติรัฐ
อย่างไรก็ตาม สถานะและผลของแต่ละคดีแตกต่างกัน และมีการเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการศาล จึงควรแยกพิจารณาเป็นรายคดี ไม่ควรสรุปรวมว่าการถูกกล่าวหาหรือถูกฟ้องหมายถึงมีความผิดในทุกกรณี
5. เหตุการณ์บุกอาคารรัฐสภา 6 มกราคม 2021
เหตุการณ์วันที่ 6 มกราคม 2021 ถือเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของภาพลักษณ์ทรัมป์
ในวันดังกล่าว กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์จำนวนหนึ่งบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ หรือ Capitol ขณะที่รัฐสภากำลังดำเนินกระบวนการรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020
คนอเมริกันจำนวนมาก รวมถึงนักการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมบางส่วน มองว่า การตั้งคำถามต่อผลการเลือกตั้งและพฤติกรรมของทรัมป์ในช่วงก่อนเกิดเหตุ มีส่วนเพิ่มความตึงเครียดและกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการถ่ายโอนอำนาจ
ขณะเดียวกัน ผู้สนับสนุนทรัมป์บางส่วนเห็นว่า ความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ควรแยกพิจารณาระหว่างคำพูดทางการเมืองกับการกระทำของผู้ที่เข้าไปก่อเหตุ และไม่ควรเหมารวมว่าผู้สนับสนุนทรัมป์ทุกคนเห็นด้วยกับความรุนแรง
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติถอดถอนทรัมป์เป็นครั้งที่สองในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปลุกปั่นให้เกิดการก่อจลาจล แต่ท้ายที่สุดวุฒิสภาไม่ได้ลงมติว่ามีความผิดถึงเกณฑ์ที่กำหนด
ทำไมเรื่องที่บางคนไม่ชอบ กลับเป็นเหตุผลที่อีกฝ่ายชื่นชอบ?
ข้อสังเกตสำคัญคือ สังคมอเมริกันมีความแตกต่างทางการเมืองสูง และความคิดเห็นต่อทรัมป์มักแบ่งตามแนวคิดและพรรคการเมือง
หลายสิ่งที่ทำให้ฝ่ายต่อต้านไม่ชอบทรัมป์ เช่น
-
การพูดตรงและใช้ถ้อยคำรุนแรง
-
การท้าทายระบบราชการและสื่อกระแสหลัก
-
นโยบายคนเข้าเมืองที่เข้มงวด
-
แนวคิด America First
-
การไม่ปฏิบัติตามธรรมเนียมของนักการเมืองแบบเดิม
กลับเป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำให้ผู้สนับสนุนจำนวนมากชื่นชอบเขา เพราะมองว่าทรัมป์เป็นตัวแทนของผู้ที่ไม่พอใจระบบการเมืองเก่า และกล้าทำในสิ่งที่นักการเมืองทั่วไปไม่กล้าทำ
ดังนั้น คำถามว่า “ทำไมคนในสหรัฐฯ ถึงไม่ชอบ Donald Trump” อาจไม่มีคำตอบเพียงด้านเดียว เพราะทรัมป์ไม่ได้เป็นเพียงนักการเมืองที่มีผู้ต่อต้านจำนวนมาก แต่ยังเป็นผู้นำที่มีฐานสนับสนุนแข็งแรงและสามารถกลับมาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีได้อีกครั้ง
ความแตกต่างนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเมืองสหรัฐฯ ไม่ได้แบ่งเพียงว่าใคร “ชอบ” หรือ “ไม่ชอบ” ตัวบุคคล แต่ยังเกี่ยวข้องกับมุมมองต่อเศรษฐกิจ คนเข้าเมือง บทบาทรัฐบาล ค่านิยมทางสังคม และทิศทางที่แต่ละฝ่ายต้องการให้ประเทศเดินต่อไป
อ้างอิง:
https://www.pewresearch.org/politics/2026/02/04/americans-largely-disapprove-of-trumps-tariff-increases/
https://news.gallup.com/poll/699221/trump-approval-rating-drops-new-second-term-low.aspx
https://www.senate.gov/legislative/LIS/roll_call_votes/vote1171/vote_117_1_00059.htm
10 วิธีประหยัดค่าไฟในบ้าน ทำได้ง่าย ลดค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องลงทุนเยอะ
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
10 เมืองที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดที่สุดในโลก เมืองน่าอยู่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1
10 พิธีกรรายการโทรทัศน์ไทยที่มีค่าตัวสูงที่สุด
ไขความลับ "อภิญญา" ด้วยวิทยาศาสตร์ควอนตัม: เรื่องเหนือธรรมชาติที่อธิบายได้?
กาแฟคั่วอ่อน vs คั่วเข้ม ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับสุขภาพ
เลขเด็ด "แม่จำเนียรล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69 มาแล้ว!..รีบส่องด่วน!!
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/7/69
ปริศนาไวรัสโบราณอายุ 30,000 ปี จากชั้นดินเยือกแข็งไซบีเรีย
Why Cats Still Scratch the Sofa When They Have a Scratching Post
สื่อนอกตีข่าวไฟไหม้ผับกรุงเทพฯ เสียชีวิต 27 ราย ย้อนโศกนาฏกรรมสถานบันเทิงในไทย
10 วิธีประหยัดค่าไฟในบ้าน ทำได้ง่าย ลดค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องลงทุนเยอะ
10 เมืองที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดที่สุดในโลก เมืองน่าอยู่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม



