หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สหรัฐฯ เคยพัฒนา Bat Bomb เพื่อใช้ค้างคาวนำสารก่อเพลิงโจมตีญี่ปุ่นอย่างไร

เขียนโดย evileyes

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

เช้าวันหนึ่งของเดือนพฤษภาคม 1943 เจ้าหน้าที่สนามบินช่วยฝึกบินใกล้เมืองคาร์ลสแบด รัฐนิวเม็กซิโก เห็นควันพวยขึ้นจากอาคารไม้หลายหลังในเขตฐานทัพ ไฟลุกจากหอควบคุมการบิน โรงเก็บเครื่องบิน และอาคารพัก โดยไม่มีเครื่องบินข้าศึกอยู่บนท้องฟ้า

ต้นเหตุคือการทดลองอาวุธของสหรัฐฯ ที่พยายามเปลี่ยนค้างคาวให้เป็นพาหะนำสารก่อเพลิงไปยังเมืองญี่ปุ่น แผนนี้มีชื่อเล่นว่า Bat Bomb และภายหลังถูกจัดเป็นโครงการ Project X-Ray มันถูกสร้างขึ้นจริง มีการจับค้างคาวมาทดสอบจริง และเคยทำให้ฐานทัพของฝ่ายตนเองเสียหายจริง

ไอเดียเริ่มจากถ้ำค้างคาว

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นวันที่ 7 ธันวาคม 1941 เมื่อไลท์เทิล เอส. แอดัมส์ ทันตแพทย์จากรัฐเพนซิลเวเนีย เดินทางกลับจากคาร์ลสแบดแคเวิร์นส์ หลังเห็นฝูงค้างคาวนับจำนวนมหาศาลบินออกจากถ้ำ ระหว่างทางเขาได้ยินข่าวญี่ปุ่นโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ ความคิดเรื่องการตอบโต้จึงผูกเข้ากับภาพค้างคาวจำนวนมากที่เพิ่งเห็น

แอดัมส์ส่งข้อเสนอไปยังทำเนียบขาววันที่ 12 มกราคม 1942 โดยให้ใช้ค้างคาวหางอิสระเป็นตัวนำอาวุธ เขาตั้งสมมติฐานจากพฤติกรรมของค้างคาวที่มักหาที่มืดและซอกอาคารเพื่อพักตอนกลางวัน รวมกับลักษณะเมืองญี่ปุ่นซึ่งมีบ้านไม้และวัสดุไวไฟอยู่เป็นจำนวนมาก ฝ่ายทหารจึงส่งแนวคิดไปศึกษาต่อผ่านหน่วยงานสงครามเคมีและกองทัพอากาศ

เหตุผลที่เลือกค้างคาวขนาดเล็กมาจากความสามารถในการแบกน้ำหนักภายนอกเมื่อเทียบกับตัวของมันเอง นักวิจัยไม่ได้ต้องการให้มันบินชนเป้าหมาย แต่หวังให้มันกระจายตัวแล้วเข้าไปเกาะตามชายคา ห้องใต้หลังคา โรงเก็บของ หรือโครงสร้างไม้ ก่อนทิ้งอุปกรณ์ก่อเพลิงไว้ในจุดที่เข้าถึงได้ยาก

ตู้เหล็กที่บรรจุสิ่งมีชีวิตแทนดินระเบิด

รูปแบบที่พัฒนาขึ้นเป็นปลอกทรงกระบอกสำหรับบรรจุถาดค้างคาวหลายชั้น ภายในมีค้างคาวที่ถูกทำให้เข้าสู่ภาวะคล้ายจำศีลด้วยความเย็น เมื่อปล่อยจากเครื่องบิน กลไกชะลอการตกจะช่วยให้ปลอกลงถึงระดับที่กำหนด จากนั้นอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะปลุกค้างคาวและเปิดทางให้พวกมันบินออกไป

อุปกรณ์ก่อเพลิงมีขนาดเล็กมาก รายงานประวัติศาสตร์ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ระบุแบบที่มีน้ำหนักประมาณ 17 และ 28 กรัม บรรจุน้ำมันก๊าดข้นในปลอกไนโตรเซลลูโลส พร้อมตัวหน่วงเวลา ช่างทดลองติดอุปกรณ์ไว้บริเวณผิวหนังส่วนอกด้วยคลิปผ่าตัดและเชือกสั้น ความตั้งใจคือให้ค้างคาวหาที่เกาะ แล้วปล่อยอุปกรณ์ไว้ก่อนเกิดเปลวไฟ

การทดสอบชุดแรกเผยปัญหาทันที ในเดือนพฤษภาคม 1943 มีการรวบรวมค้างคาวราว 3,500 ตัวจากคาร์ลสแบดแคเวิร์นส์ ส่งไปทำให้เย็นที่มิวร็อก เลก แล้วปล่อยจากเครื่องบิน B-25 หลายเที่ยว ค้างคาวจำนวนมากยังไม่ตื่นจากความเย็น จึงไม่บินและตกลงสู่พื้น การทดลองของกองทัพบกตลอดช่วงนั้นใช้ค้างคาวมากกว่า 6,000 ตัว

อาวุธที่หันกลับมาเผาฐานทัพตัวเอง

เมื่อย้ายการทดสอบกลับมาที่สนามบินช่วยของคาร์ลสแบด ปัญหาเปลี่ยนจากค้างคาวไม่บินเป็นค้างคาวบินไปผิดที่ เจ้าหน้าที่เตรียมค้างคาวชุดหนึ่งไว้ถ่ายภาพและทดสอบด้วยอุปกรณ์ก่อเพลิงจริง อากาศร้อนปลุกพวกมันเร็วกว่าที่คาด เมื่อมีช่องเปิด ค้างคาวจึงบินออกไปหลบตามหอควบคุม โรงเก็บเครื่องบิน สำนักงาน และอาคารพักของฐาน

อุปกรณ์ที่ติดอยู่กับตัวค้างคาวทำงานหลังผ่านช่วงหน่วงเวลา เปลวไฟจึงเริ่มเกิดขึ้นในอาคารไม้หลายจุดพร้อมกัน เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินยังไม่สามารถระดมกำลังดับไฟได้เต็มที่ เพราะโครงการถูกเก็บเป็นความลับ รายงานของ National Park Service ระบุว่าสิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่ของฐานถูกไฟไหม้ ส่วนบันทึกของ Air & Space Forces Magazine ยังเล่าถึงโรงเก็บเครื่องบินและรถของนายพลที่ถูกไฟจากการทดลองเสียหาย

เหตุการณ์นี้ทำให้ชื่อ Bat Bomb กลายเป็นเรื่องเล่าที่ฟังเหมือนมุกตลกร้าย แต่ในทางทหารมันคือสัญญาณชัดเจนว่าระบบปล่อยอาวุธยังควบคุมทิศทางของค้างคาวไม่ได้ ความเสียหายเกิดขึ้นในพื้นที่ของฝ่ายตนเอง และการคาดเดาว่าค้างคาวจะเลือกจุดซ่อนตามแผนก็ไม่ใช่สิ่งที่สั่งการได้

ไฟไหม้ไม่ใช่จุดจบของโครงการ

การทดสอบของกองทัพบกยุติลงปลายเดือนพฤษภาคม 1943 แต่โครงการไม่ได้ถูกยกเลิกทันทีจากเหตุไฟไหม้ ในเดือนสิงหาคม กองทัพส่งงานต่อให้กองทัพเรือ และโครงการถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Project X-Ray จากนั้นนาวิกโยธินเข้ามาดูแลการทดลองในถ้ำและพื้นที่ทดสอบแห่งใหม่

การทดลองของนาวิกโยธินในเดือนธันวาคม 1943 จุดไฟได้หลายจุด แต่ไฟจำนวนมากดับไปเอง มีเพียงบางจุดที่หากเกิดในพื้นที่จริงอาจต้องใช้ทีมดับเพลิงมืออาชีพ กองทัพจึงยังพยายามปรับปรุงอุปกรณ์และวางแผนการทดสอบขนาดใหญ่

แผนดังกล่าวไปไม่ถึงสนามรบ เมื่อประเมินแล้วพบว่า Bat Bomb จะพร้อมใช้งานได้ราวกลางปี 1945 พลเรือเอกเออร์เนสต์ เจ. คิงจึงสั่งยุติโครงการ ขณะนั้นโครงการใช้งบประมาณไปประมาณ 2 ล้านดอลลาร์ และไม่เคยถูกนำไปโจมตีเมืองญี่ปุ่นจริง

Bat Bomb จึงไม่ได้จบลงเพราะค้างคาวทำภารกิจสำเร็จแล้วถูกยกเลิก แต่จบลงเพราะการควบคุมสัตว์มีชีวิตให้ทำงานตามแผนทำได้ยากเกินไป และการพัฒนาล่าช้ากว่าอาวุธชนิดอื่น โครงการนี้ทิ้งภาพประวัติศาสตร์ที่แปลกประหลาดไว้สองด้าน ด้านหนึ่งคือความพยายามใช้พฤติกรรมตามธรรมชาติของค้างคาวเป็นเครื่องมือสงคราม อีกด้านคือผลการทดลองที่ทำให้กองทัพอเมริกันต้องมองไฟไหม้จากอาวุธของตัวเองก่อนจะคิดถึงเมืองเป้าหมาย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 48 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ปลากัดกับปลากิมแตกต่างกันอย่างไรทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวเปิดลิสต์อาหารเทศกาลกินเจ อะไรกินได้บ้าง? ของใกล้ตัวที่หลายคนยังเข้าใจผิดเปิดพิกัดเซเว่นที่เล็กที่สุดในไทย พื้นที่แค่ 9 ตารางเมตรเปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว4 เกาะยอดฮิตของคนไทยและต่างชาติที่นิยมเดินทางไปเที่ยวมากที่สุดเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!จัดอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกและน้อยที่สุดในโลก 2025ที่มาและตำนานของ "เทศกาลกินเจ"
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดความลับ ทำไมชาบูและหมูกระทะถึงเยียวยาจิตใจเราได้ดีที่สุดในวันเหนื่อยๆ?ปู่นาคเน้นล่างตัวเดียว งวด 16 ต.ค. 2569 จับตาแนวทางเลขเด็ด พร้อมเลขกลับเปิดพิกัดเซเว่นที่เล็กที่สุดในไทย พื้นที่แค่ 9 ตารางเมตร4 เกาะยอดฮิตของคนไทยและต่างชาติที่นิยมเดินทางไปเที่ยวมากที่สุดข้าวเหนียวไทยไปไกลแค่ไหน? เปิดตลาดต่างประเทศที่นิยมข้าวเหนียวจากประเทศไทยปลากัดกับปลากิมแตกต่างกันอย่างไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดพิกัดเซเว่นที่เล็กที่สุดในไทย พื้นที่แค่ 9 ตารางเมตร4 เกาะยอดฮิตของคนไทยและต่างชาติที่นิยมเดินทางไปเที่ยวมากที่สุดใน 1 วัน มนุษย์เราควรมีเซ็กส์กันกี่ครั้งถึงจะเหมาะสม?เปิดลิสต์อาหารเทศกาลกินเจ อะไรกินได้บ้าง? ของใกล้ตัวที่หลายคนยังเข้าใจผิด
ตั้งกระทู้ใหม่