ทายาทฉาว..ลูกสาวซานอิน
จากเรื่องราวขององค์หญิงซานอินในคราวก่อน พวกเราคงจำได้ว่าพระนางมีสวามี ชื่อ เหอจี ผู้มีสายเลือดขุนนางผู้สูงศักดิ์: เขาคือบุตรชายแท้ๆ ของ "เหอช่างซื่อ" (He Shangzhi) ตระกูลเหอแห่งซินอัน/เหอหนาน ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางใหญ่ระดับสมุหนายกและเสนาบดีที่มีเกียรติยศและอิทธิพลสูงมากในราชสำนัก เหอจีเป็นชายหนุ่มที่ "รูปงาม หน้าตาหล่อเหลา มีกิริยามารยาทสุภาพเรียบร้อย และเต็มไปด้วยความรู้ความสามารถ" เป็นสุภาพบุรุษสเปกทองคำที่ผู้หญิงยุคนั้นใฝ่ฝัน เพราะความหล่อ และความเพียบพร้อมแท้ๆ ทำให้ฮ่องเต้เซียวอู่ (พ่อของซานอิน) ตาแหลมคม เลือกเขามาแต่งงานเป็นราชบุตรเขย โดยที่เขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ต้องทนดูภรรยาตัวเองมีฮาเร็มชายบำเรอ 30 คนเดินผ่านหน้าห้องนอนไปทุกค่ำคืน โดยเฉพาะกับชูหยวน อาเขย ที่ฮ่องเต้สั่งให้ไปปรนนิบัติองค์หญิงซานอินเป็นเวลาสิบวัน ชูหยวนปฏิเสธอย่างหนักแน่น และแม้ในวันที่สิบ เธอก็ไม่สามารถโน้มน้าวให้เขาเชื่อฟังได้ เธอจึงต้องปล่อยเขาไป ในช่วงสิบวันนี้ ชูหยวนได้พักอยู่กับเหอจี พระสวามีของเจ้าหญิง และทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน
ทำไมเราต้องกล่าวถึง เหอจี เพราะต่อมา เหอจี ได้มีลูกสาวกับ แม่นางซ่ง ซึ่งเป็นอนุภรรยา ชื่อว่า เหอจิ้งอิง ดังนั้นเหอจิ้งอิง จึงได้ชื่อว่า เป็นลูกเลี้ยงของ องค์หญิงซานอิน ทำให้นางเติบโตมาในสภาพแวดล้อมของตระกูลเหอที่คาวคลุ้งไปด้วยเรื่องรักๆ ใคร่ๆ จนซึมซับพฤติกรรมมาโดยไม่รู้ตัว
ภาพวาดพู่กันโบราณจำลองภาพเหอจิ้งอิง (ภาพจากคลังประวัติศาสตร์ Baidu Baike)
ในปี ค.ศ. 484 เซียวจางเม้า (บิดาของเซียวจ้าวเย่) ได้เลือกเหอจิ้งอิงมาเป็นชายาของเซียวจ้าวเย่ ซึ่งตอนนั้นมีบรรดาศักดิ์เป็น "หนานจวิ้นหวัง" (อ๋องแห่งหนานจวิ้น) เหอจิ้งอิงจึงได้รับยศเป็น "หนานจวิ้นหวังเฟย" (พระชายาแห่งหนานจวิ้น) หลังจากมกุฎราชกุมารเซียวจางเม้าสิ้นพระชนม์ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 493 ต่อมาในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 493 เซียวจ้าวเย่ได้ขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารแทนบิดา และเหอจิ้งอิงได้รับแต่งตั้งเป็นมกุฎราชกุมารี เบื้องหน้าเซียวจ้าวเย่แสดงความไว้อาลัยต่อการจากไปของบิดา และแสดงความห่วงใยในพระพลานามัยของจักรพรรดิอู่ (เสด็จปู่) ที่กำลังประชวรหนัก แต่เบื้องหลังเมื่อเขาเขียนจดหมายถึงเหอจิ้งอิง เขากลับเขียนอักษรจีนคำว่า ความสุข ตัวใหญ่หนึ่งตัว และล้อมรอบด้วยอักษร ความสุข ตัวเล็กอีก 36 ตัว
ในช่วงปลายปีเดียวกันนั้น จักรพรรดิอู่เสด็จสวรรคต เซียวจ้าวเย่ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ และสถาปนาเหอจิ้งอิงขึ้นเป็นฮองเฮา พอปู่ตายปุ๊บ เขากับฮองเฮาเหอจิ้งอิงก็จัดปาร์ตี้ฉลองทันทีตั้งแต่วันแรกที่ขึ้นครองราชย์ ทั้งยังนำสมาชิกในครอบครัวของเหอฮองเฮาเข้ามาอาศัยในวัง โดยจัดตำหนักเย่าหลิงซึ่งเป็นตำหนักชั้นในให้เป็นที่พัก ถือเป็นการละเมิดราชประเพณีอย่างร้ายแรงในยุคนั้น
ฮองเฮาเหอจิ้งอิงเป็นคนมักมากในกาม นางไม่สนใจฮ่องเต้ แต่เที่ยวไล่จับทหารองครักษ์หนุ่มๆ และชายงามรอบตัวมาบำเรอความใคร่กลางวัง คำบันทึกตรงๆ ในพงศาวดารระบุว่า ฮองเฮาก็สำส่อนเช่นกัน ห้องพักส่วนตัวเปิดโล่งตลอดทั้งคืน ภายในภายนอกปะปนกันวุ่นวาย ไม่อาจแยกแยะได้อีกต่อไป นางมีชื่อเสียงเรื่องการคบชู้ตั้งแต่ดำรงยศเป็นพระชายา ความสัมพันธ์อื้อฉาวที่สุดคือกับ "หยางหมิน" คนสนิทของสวามี ซึ่งกล่าวกันว่าทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืนราวกับสามีภรรยา
ฮ่องเต้ผู้เป็นสามีก็ดันเป็นคนเสเพลบ้ากามพอกัน แทนที่จะโกรธ ฮ่องเต้กลับ "ไฟเขียว" ให้กับชู้รัก หยางหมิน ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นลูกชายของพ่อหมอผี และฮ่องเต้ก็คลั่งไคล้เรื่องไสยศาสตร์มาก เขาเชื่อว่าชู้ของเมียมีอาคมแก่กล้า จึงรักและเกรงใจชู้คนนี้มาก ถึงขั้นยอมให้มานอนร่วมเตียงเดียวกัน เขาใช้เงินในคลังหลวงไปกับการซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับหรูหราให้ฮองเฮา และชายชู้ บันทึกระบุว่าเขาชอบเอาเงินทอง และไข่มุกมาปาเล่นในวังเพื่อความสนุกสนาน จนเงินคลังแทบหมดสิ้นภายในปีเดียวความคลั่งรัก และบ้ากามทำให้ฮองเฮาเหอจิ้งอิงดึงดันให้ฮ่องเต้ประทานยศใหญ่ให้ชายชู้ อีกทั้งเขายังแอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ "พระสนมฮั่วซื่อ" ซึ่งมีสถานะเป็น เมียเก็บหรืออนุภรรยาแท้ๆ ของพ่อตัวเอง จนขุนนางในราชสำนักพากันสลดใจกับความคาวคลุ้งในมุ้งหลวงยุคนั้น
เซียวจ้าวเย่
ในช่วงต้นปี ค.ศ. 494 "เซียวหลวน" อัครเสนาบดีผู้เป็นอาของบิดาของเซียวจ่าวเย่ ได้ส่งนายพลเซียวถ่านจือ เข้าทูลให้เซียวจ้าวเย่ประหารชีวิตหยางหมิน ตอนแรกเซียวจ้าวเย่ปฏิเสธ ส่วนเหอฮองเฮาก็ร้องไห้คร่ำครวญขอชีวิตหยางหมิน แต่นายพลเซียวถ่านจือชี้ให้เห็นว่า ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ชู้สาวระหว่างฮองเฮากับหยางหมินได้แพร่สะพัดไปทั่วแล้ว ทำให้เซียวจ้าวเย่จำต้องยินยอม และออกราชโองการประหารชีวิตหยางหมิน หลังจากเซียวถ่านจือทูลลากลับไป เซียวจ้าวเย่พยายามจะยกเลิกคำสั่งประหารชีวิตนั้น แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะหยางหมินถูกสำเร็จโทษไปเรียบร้อย
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ. 494 เซียวจ้าวเย่เริ่มเกลียดชังเซียวหลวนที่คอยควบคุมและจำกัดอำนาจของเขาอยู่ตลอดเวลา ฮ่องเต้หนุ่มจึงแอบวางแผนลับเพื่อจะโยกย้ายและกำจัดเซียวหลวนออกไปจากเมืองหลวง แต่ทว่าแผนการนี้กลับรั่วไหลไปถึงหูของเซียวหลวนเสียก่อน ทำให้เซียวหลวนเกิดความหวาดระแวง เซียวหลวนจึงตัดสินใจทำรัฐประหารตัดหน้าทันที เซียวจ้าวเย่พยายามวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกไปทาง ตรอกตะวันตก (ซีโหน่ง) ของพระราชวังหลวงเมืองเจี้ยนคัง (นานกิงในปัจจุบัน แต่ไม่เหลือซากพระราชวังเดิมแล้ว) แต่ทหารของเซียวหลวนได้ไล่กวดตามมาทัน ทหารได้รุมฟันและสังหารเขาจนขาดใจตายจมกองเลือดอยู่กลางตรอกแคบๆ แห่งนั้น
หลังจากฆ่าเซียวจ้าวเย่สำเร็จ เซียวหลวนได้แอบอ้างราชโองการในนามของพระพันปี (ไทเฮา) สั่ง ปลดเซียวจ้าวเย่ย้อนหลังให้เหลือบรรดาศักดิ์เพียงแค่ "อ๋องแห่งอวี่หลิน" (Prince of Yulin) เพื่อเป็นการตราหน้าว่าเป็นทรราช และฮ่องเต้ทรชน ศพของเขาถูกยกขึ้นรถม้าคันเล็กๆ อย่างไร้เกียรติเพื่อนำไปฝังตามพิธีของอ๋องธรรมดา ส่วนพวกกลุ่มชายชู้และข้ารับใช้คนสนิทที่ร่วมจัดปาร์ตี้มั่วโลกีย์ในมุ้งหลวงก็ถูกจับกุมและลากตัวไปตัดหัวประหารชีวิตตามไปทั้งหมด แต่เซียวหลวนยังไม่กล้าขึ้นครองราชย์เองทันที จึงได้ไปลากตัวเซียวเจาเหวินในวัยเพียง 14 ปี ขึ้นมาตั้งเป็นฮ่องเต้หุ่นเชิดองค์ที่ 4 ของราชวงศ์
เซียวเจาเหวิน
หลังจากนั้น เซียวหลวนได้บีบให้เซียวเจาเหวินลงนามสละราชบัลลังก์ แล้วปลดยศเขาลงไปเป็นเพียง "อ๋องแห่งไห่หลิง" แล้วสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้หมิงแห่งราชวงศ์ฉีใต้ หลังจากโดนปลดได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน เซียวหลวนที่ระแวงว่าจะมีคนอ้างชื่อหลานชายคนนี้กลับมาสู้รบ จึงได้ส่งยาพิษไปบังคับให้เซียวเจาเหวินดื่มจนสิ้นใจตายอย่างโดดเดี่ยวในเดือนธันวาคม ค.ศ. 494 ด้วยวัยเพียง 14-15 ปี
ส่วนเหอจิ้งอิงฮองเฮาถูกลดพระยศลงเหลือเพียง "ยวี่หลินหวังเฟย" (พระชายาแห่งยวี่หลิน) และหน้าประวัติศาสตร์ก็ไม่มีการบันทึกถึงเรื่องราวชีวิตหรือวันสิ้นพระชนม์ของเธออีกเลย
https://en.wikipedia.org/wiki/He_Jingying
https://baike.baidu.com
https://commons.wikimedia.org
แขวนนาฬิกาผิด ชีวิตอาจเปลี่ยน! เจาะลึกเคล็ดลับจัดวางนาฬิกาติดผนังตามหลักฮวงจุ้ย เสริมความมั่งคั่งและสุขภาพดีที่คนรักบ้านต้องรู้
เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่ศิลา" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..เลขไหนเด่น ส่องเลย!
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
ทําไมสบู่ในโรงแรมต้องทําไซส์จิ๋ว
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
ทำไมถุงขนมถึงใส่ลมเยอะ ทั้งที่ดูเหมือนมีขนมน้อย? ไม่ได้มีไว้หลอกตา แต่คือเทคโนโลยีป้องกันขนมแตก
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ปฏิวัติวงการสิ่งทอ! เจาะลึก "Metafabric" ผ้าอัจฉริยะลดอุณหภูมิ กุญแจสำคัญสู้วิกฤตคลื่นความร้อนโลก
เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่ศิลา" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..เลขไหนเด่น ส่องเลย!
ชวนลองเข้ามาดูภาพหายากที่เปิดมุมมองใหม่ ๆ บนโลกใบนี้ ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน (ชุดที่ 1)
ใครสร้างปราสาทพนมรุ้ง? รู้จัก “นเรนทราทิตย์” ผู้สร้างเทวสถานบนภูเขาไฟ
"เหนื่อยกับความคาดหวัง: วิธีเลิกเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกไว้กับสายตาคนอื่น"
แขวนนาฬิกาผิด ชีวิตอาจเปลี่ยน! เจาะลึกเคล็ดลับจัดวางนาฬิกาติดผนังตามหลักฮวงจุ้ย เสริมความมั่งคั่งและสุขภาพดีที่คนรักบ้านต้องรู้
6 เรื่องเล่าและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคิม จอง อิล อดีตผู้นำเกาหลีเหนือ





