หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ข่าวดี...!!! 4 พริกแกงไทย ต้านมะเร็ง


เขียนโดย

ข่าวดี!!!ดร.สมศรี เจริญเกียรติกุล นักวิชาการจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการทดลองสารสกัดของน้ำพริกแกง 4 ชนิด ได้แก่ น้ำพริกแกงป่า แกงเลียง แกงส้ม และน้ำต้มยำ นำมาเลี้ยงเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวพบว่า

น้ำแกงป่า

น้ำแกงเลียง

และน้ำแกงส้ม

มีศักยภาพให้เซลล์มะเร็งตายแบบธรรมชาติ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์อื่นในร่างกาย ได้มากถึง 45%

ขณะที่ แกงเหลือง ทำให้เซลล์มะเร็งตายแบบธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีก 15 เท่า ดีกว่าการใช้ยาถึง 2 เท่า!!!

วัฒนธรรมการทานอาหารของคนไทยในปัจจุบันแปรเปลี่ยนไปเป็นแบบตะวันตกมากขึ้น การทานอาหารฟาสต์ฟู้ด ที่ไม่มีผัก ล้วนมีแต่เนื้อสัตว์ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ร่างกายของเรามีไขมันเพิ่มมากขึ้น เมื่อไขมันสูงจึงก่อให้เกิดอนุมูลอิสระมากขึ้น นั่นหมายถึงว่าอนุมูลอิสระเหล่านี้ก็จะไปทำลายเซลล์ในร่างกายของเราด้วย

แต่สำหรับอาหารไทยของเราจะมีไขมันต่ำ และจะมีพวกเครื่องเทศ สมุนไพร และผักพื้นบ้านอยู่มาก ซึ่งตัวนี้เป็นตัวสำคัญที่จะทำการไปจับตัวอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรา

อาหารไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพริกแกงที่จะมีส่วนประกอบของเครื่องเทศอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5 ชนิด เช่น กระเทียม หอม ข่า กระชาย ขมิ้น ที่สำคัญคือพริก เป็นต้น

ซึ่งพริกแกงที่ยกตัวอย่างมาทำการวิจัย คือ แกงส้ม แกงเลียง แกงป่า และแกงเหลือง เบื้องต้นทำการวิจัยในห้องทดลอง คือ นำเซลล์มะเร็งมาเลี้ยงด้วยน้ำแกงชนิดต่างๆ เป็นเวลาสักระยะหนึ่ง แล้วนำมาตรวจด้วยเครื่องมือเฉพาะ เราจะพบว่าเมื่อเวลาผ่านไป เซลล์มะเร็งเหล่านี้มีการตาย ซึ่งในการทำวิจัยนี้ได้มีการนำยาที่ใช้ฆ่าเซลล์มะเร็งมาเป็นตัวควบคุมเพื่อเปรียบเทียบว่าสิ่งไหนสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้มากกว่ากัน ซึ่งผลออกมาว่ายาที่ใช้สำหรับโรคมะเร็งนั้นได้ผลในการฆ่าเซลล์มะเร็งถึง 70-80% ส่วนน้ำแกงที่สกัดออกมาสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ 40-50%

ซึ่งผลการวิจัยชี้ชัดว่าพริกแกงทั้ง 4 ชนิดที่ได้ผลมากที่สุด เรียงตามอันดับได้ดังนี้
1.แกงเลียง
2.แกงป่า
3.แกงส้ม
4.แกงเหลือง

โพสท์โดย: loveja
แหล่งที่มา:http://med.mahidol.ac.th/ramachannel/index.php/knowledge-24082558-2/
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10156925114080154&set=pcb.10156925114475154&type=3&theater
ที่มา : ผศ.ดร.สมศรี เจริญเกียรติกุล อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล จากรายการพบหมอรามา ช่วง Big Story
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Faithbook's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 2,536 ครั้ง
เขียนโดย Faithbook
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
24 VOTES (4/5 จาก 6 คน)
VOTED: zerotype, Exoexo, MAC Mask, Tabebuia, ginger bread
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุดจังหวัดในไทยที่ไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย5 ประเทศที่ "ลึกลับ" และ "เข้ายาก" ที่สุดในโลกสายเชีย วงศ์วิโรจน์ ชี้แจงเอง ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาวทะเลทรายลุต นรกบนดิน ร้อนกว่า 70 องศาเซลเซียส5 บทเรียนวัย 40 ที่คนทำงานไทยมักรู้ช้าเกินไป10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุดจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด"ถ่ายรูปชู 2 นิ้ว" เสี่ยงข้อมูลรั่วไหล..กูรูไซเบอร์ออกมาเตือนแล้ว!คนไทยนิยมไปทำงานที่ประเทศไหน มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในโลกทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ป่าที่พบเสือโคร่งอาศัยอยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จิตวิทยาการแต่งบ้าน "Small Space, Big Happiness" จัดห้องอย่างไรให้ใจไม่ป่วยเม่นป่ากลายเป็น “ก้อนสีเขียว” ปริศนา! เรื่องจริงสุดสะเทือนใจ เมื่อสัตว์ตัวเล็กต้องเผชิญอันตรายจากน้ำมือมนุษย์กฎ 80/20 (Pareto Principle) เคล็ดลับทำงานน้อยแต่ได้มาก พลิกชีวิตให้ Productivity พุ่ง2โรงเรียนสังกัด (สพฐ. ) ที่นักเรียนเยอะที่สุดในไทย
ตั้งกระทู้ใหม่