สงครามยืดเยื้อ ทำให้รัสเซีย ต้องพึ่งพาจีน แบบหมดทางเลือก
สงครามยืดเยื้อ ทำให้รัสเซีย ต้องพึ่งพาจีน แบบหมดทางเลือก
ในช่วงเวลาแค่ไม่ถึง 10 ปีมานี้ คนที่ติดตามข่าวสารที่ เกิดขึ้นในทั่วทุกมุมโลก คงจะเห็นเหมือนกันว่า มีเรื่องราว ใหญ่ ๆ เกิดขึ้นมากมายอย่างไม่หยุดหย่อน
ไม่ว่าจะเป็น สงครามกลางเมืองในซีเรีย, การล่มสลาย ของ ISIS, สงครามอิสราเอล-อิหร่าน และโรคระบาดครั้ง ใหญ่ในรอบ 100 ปี
หนึ่งในเหตุการณ์ครั้งสำคัญในช่วงไม่กี่ปี นอกเหนือจาก ที่ได้กล่าวมา ก็คือสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่เริ่ม ต้นเมื่อต้นปี 2022
ซึ่งเคยมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ต่างพากันเชื่อว่า รัสเซีย จะเอาชนะยูเครนได้ไม่ยาก และสงครามนี้จะสิ้นสุดลง ภายในเวลาสั้น ๆ เท่านั้น
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน สงครามก็ยังไม่ได้มีทีท่าว่าจะสิ้น สุด.. อีกทั้งผู้เริ่มต้นสงครามอย่างรัสเซียเอง ก็กำลังต้อง แบกรับผลลัพธ์ คือสภาพเศรษฐกิจของประเทศ ที่เปลี่ยน จากหน้ามือเป็นหลังมือ
หนทางในการเอาตัวรอดของรัสเซียในตอนนี้ หลังต้อง เจอความโดดเดี่ยวจากอดีตประเทศคู่ค้า ที่เลือกหันหลัง ให้กับรัสเซียอย่างถาวร ก็คือการหันมาพึ่งพาจีน แบบ หมดทางเลือก
หากสงสัยว่า ผลของการเริ่มต้นสงคราม และไม่สามารถ เอาชนะได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เปลี่ยนสภาพเศรษฐกิจของ รัสเซีย ให้ต้องฝากความหวังเอาไว้กับจีนขนาดไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปก่อนปี 2022 รัสเซียยังไม่ได้พึ่งพาจีนเป็น ลูกค้าหลักแบบทุกวันนี้ เพราะตลาดการค้าที่ใหญ่ที่สุด และทำกำไรให้รัสเซียมากที่สุดคือ ยุโรป
อย่างการซื้อขายพลังงานในแต่ละปีนั้น ยุโรปนำเข้าก๊าซ จากรัสเซียมากถึง 155,000 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น สัดส่วนถึง 40% ของปริมาณก๊าซที่ยุโรปใช้ทั้งหมด
ความสัมพันธ์นี้ เปรียบเสมือนคู่ค้าที่ต่างฝ่ายต่างได้ ประโยชน์ เกื้อหนุนกันมายาวนาน
แต่ทุกอย่างก็ต้องพลิกผัน เมื่อรัสเซียตัดสินใจบุกยูเครน ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022..
สถานการณ์บีบคั้นให้ทุกฝ่ายต้องถอยห่างจากรัสเซีย แม้ กระทั่งยุโรปเองที่ต้องพึ่งพาก๊าซจากรัสเซียมาตลอด ก็ ไม่เว้น
สัดส่วนก๊าซที่นำเข้ายุโรปจากรัสเซีย ลดน้อยลงเหลือเพียง 12% และตามแผน REPowerEU ของสหภาพยุโรป ก็ได้ประกาศชัดแล้วว่า ภายในปี 2027 นี้ จะเลิกนำเข้า ก๊าซจากรัสเซียอย่างถาวร..
เมื่ออู่ข้าวอู่น้ำ ที่เคยสร้างเม็ดเงินให้กับรัสเซียทุกปี ปีละ มหาศาล ต้องแห้งเหือดไป อีกทั้งสงครามที่เคยวางแผน ไว้ว่า จะเอาชัยชนะมาอย่างรวดเร็ว ก็ไม่เกิดขึ้น
1
รัสเซียจึงตกอยู่ในสภาพต้องหาเงินมาเลี้ยงทั้งกองทัพ และพยุงเศรษฐกิจในประเทศให้อยู่รอดได้ ไปพร้อม ๆ กัน
โดยประตูตลาดการค้า ก็กำลังปิดตัวลงทีละบาน ๆ จน เหลือทางเลือกให้เดินต่อจากนี้ อีกไม่มากนัก
หนทางเดียวที่ยังเหลือ และมีขนาดใหญ่พอจะรองรับ ปริมาณการขายก๊าซจากรัสเซียได้ ก็มีอยู่แค่ประเทศ เดียวคือจีน ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่พอจะอุ้มชูให้ เศรษฐกิจรัสเซีย ยังอยู่รอดต่อไปได้
ตัวเลขที่เกิดขึ้น ในช่วงไม่ถึง 2 ปีมานี้ สะท้อนความ เปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนมาก
ปี 2025 รัสเซียส่งออกน้ำมันทางเรือถึง 80% ไปให้ กับจีนและอินเดีย แต่ล่าสุดนี้เอง อินเดียก็จำใจต้อง ยอมถอยห่างจากการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เพราะโดน สหรัฐอเมริกาใช้มาตรการภาษีการค้า เป็นเครื่องมือต่อรอง
นั่นเท่ากับว่า ต่อไปจะเหลือแค่จีนเท่านั้น ที่เป็นตลาด ใหญ่เพียงแห่งเดียวในโลก ให้รัสเซียยังพึ่งพาได้
อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของการขายน้ำมันแต่ เพียงอย่างเดียว ที่รัสเซียต้องพึ่งพาจีน
เพราะแม้แต่สกุลเงินที่ใช้ในการค้าระหว่าง 2 ประเทศนี้ ก็ได้เปลี่ยนไป จนเกือบจะหมดสภาพของการค้าแบบเดิม แล้ว..
ก่อนสงคราม การชำระเงินด้วยเงินหยวน คิดเป็นสัดส่วน ไม่ถึง 2% ของการค้าทั้งหมดของรัสเซีย
แต่ทุกวันนี้ การชำระเงินระหว่างรัสเซียกับจีน ได้ทำผ่าน สกุลเงินรูเบิลของรัสเซีย และหยวนของจีน ถึงสัดส่วน 99% ของการค้าทั้งหมดของรัสเซียไปแล้ว
หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ชะตาชีวิตของค่าเงินรัสเซีย ตอนนี้ แทบจะผูกติดอยู่กับความเป็นไปของประเทศจีน โดยที่รัสเซียแทบจะไม่มีอำนาจควบคุมค่าเงินของตัวเอง เลย..
นอกจากเรื่องนี้ ก็ยังมีอีกบางเรื่อง ที่รัสเซียกำลังโดนจีน บีบ ให้ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้า คายก็ไม่ออก
อย่างโครงการท่อก๊าซ Power of Siberia 2 ที่รัสเซีย พยายามผลักดันสุดตัว เพื่อหาทางระบายก๊าซที่เคยขาย ให้ยุโรป ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง
จุดคุ้มทุนของรัสเซียอยู่ที่ราว 125 ดอลลาร์สหรัฐต่อพันลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ทางเลือกของจีนอย่างการ ซื้อ LNG ก็มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 370 ดอลลาร์สหรัฐต่อพัน ลูกบาศก์เมตร
ฟังดูแล้ว ดีลนี้ก็ควรจะปิดได้ง่าย ๆ เพราะผลตอบแทน กดูจะสมา ก็ดูจะสมประโยชน์กันทั้ง 2 ฝ่าย ให้รัสเซียขายของได้ และจีนก็ได้ซื้อของในราคาถูก
1
แต่การเจรจาก็กลับยืดเยื้อมานานถึง 20 ปี เพราะจีน รู้ดีว่า รัสเซียไม่มีทางหาผู้ซื้อรายอื่นมาทดแทนได้ จึง ไม่จำเป็นต้องรีบเร่ง และยังพยายามถ่วงเวลา กดราคา รัสเซีย ให้ต่ำลงไปเรื่อย ๆ
นอกจาก 2 เรื่องที่กล่าวมา ภาพแบบเดียวกันนี้ ก็ยัง ปรากฏชัด ในตลาดรถยนต์ของรัสเซียเช่นกัน
เมื่อบริษัทรถยนต์จากตะวันตก พากันถอนตัวออกจาก รัสเซีย การซื้อหารถยนต์ที่เคยมีทางเลือกหลากหลาย ก็ เหลือเพียงแค่ผู้เล่นจากจีน เข้ามาเติมเต็มช่องว่างแทน
ในปี 2024 จีนส่งออกรถยนต์ไปรัสเซีย ทะลุ 1 ล้านคัน เป็นครั้งแรก เปลี่ยนสภาพถนนในกรุงมอสโก ให้คลา คล่ำไปด้วยแบรนด์จีน
จนอาจจะทำให้คนที่มีโอกาสไปเที่ยวรัสเซีย พากันสงสัย เอาได้ว่า ตอนนี้เรากำลังอยู่ประเทศไหนกันแน่..
ตรงนี้เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนว่า แม้แต่เรื่องที่ดูเล็กน้อย อย่างการเลือกซื้อรถยนต์มาใช้ คนรัสเซียก็แทบจะไม่ เหลือทางเลือกแล้ว
ซึ่งหากเราลองวิเคราะห์ให้ละเอียดยิ่งขึ้น ผ่านเนื้อหาที่ เล่ามา ก็คงจะเห็นเหมือนกันว่า ความสัมพันธ์ทางการ ค้าระหว่าง 2 ประเทศ ตอนนี้มีความสำคัญต่อรัสเซีย มากกว่าจีน อย่างเทียบกันไม่ได้เลย
และจากการที่ประเทศหนึ่ง ยอมให้สกุลเงินของประเทศ อื่น เข้ามามีบทบาทในระบบเศรษฐกิจของตัวเองมากเกิน ไป จนตัวเองแทบจะไม่เหลืออำนาจในการควบคุมสกุล เงิน
ก็คือสัญญาณ ที่บ่งบอกถึงความอ่อนแอจากภายใน แบบ หมดรูป..
แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่า แม้รัสเซียจะตกอยู่ในสถานะ แทบจะไร้อำนาจต่อรอง แต่ก็ยังไม่ได้อยู่ในจุดที่ความ เป็นรัสเซีย หมดอำนาจลงอย่างสิ้นเชิง
เพราะรัสเซียก็ยังเป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์มากที่สุด ในโลก และยังสามารถมีอิสระควบคุมทิศทางนโยบาย ประเทศของตัวเองได้เต็มที่
จนพอจะกู้สถานการณ์ แก้ปัญหาความขัดแย้งที่คาราคา ซังนี้ได้ หากคู่สงครามและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน ยอม ลดราวาศอก และเลือกหันมาหาเส้นทางสันติภาพแทน
1
อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็น่าจะเข้าใจกันถึงความเปลี่ยนแปลง เชิงโครงสร้างภายในที่เกิดขึ้นกับรัสเซีย จากผลกระทบ ของสงครามที่ยืดเยื้อมา 4 ปี กันดีขึ้นแล้ว
บทเรียนจากสงครามครั้งนี้ บางทีอาจจะกำลังสอนเราว่า อำนาจต่อรองในโลกนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ว่า ใครมีกองทัพ หรืออาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่ากัน
แต่ขึ้นอยู่กับว่า ยามเมื่อเวลาคับขันเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายมา ถึง ตอนนั้นใครจะมีทางเลือกเอาตัวรอดเหลือมากกว่ากัน
ในอดีตก่อนปี 2022 ที่สงครามยังไม่เกิดขึ้น รัสเซียเคย มีลูกค้าจากประเทศยุโรปมากมาย และสามารถเลือก ค้าขายกับใครก็ได้ในโลก จนดูเหมือนมีอำนาจต่อรองอยู่ ล้นมือ
แต่เมื่อวันที่ประตูเกือบทุกบานปิดลงพร้อมกัน โดยมิได้ นัดหมายมาก่อน จนเหลือเพียงแค่ประตูบานเดียวที่ยัง เปิดอ้าอยู่คือจีน
ลองคิดดูว่า หากเราเป็นจีน ที่เหลือเป็นลูกค้าแค่คนเดียว ของรัสเซีย เราจะมีอำนาจต่อรองมากขนาดไหนกัน และ เราจะใช้โอกาสนั้น เรียกร้องอะไรบ้าง
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่บทเรียนในระดับประเทศเท่านั้น แต่ก็ช่วย สะท้อนถึงชีวิตของพวกเราทุกคนได้เหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นการต้องตัดสินใจในเรื่องธุรกิจ หรือกระทั่ง ชีวิตส่วนตัว การมีทางเลือกเหลือเพียงแค่ทางเดียว ย่อม เป็นอันตรายเสมอ
เพราะในสถานการณ์แบบนั้น เราแทบจะไม่สามารถ ควบคุมผลลัพธ์การตัดสินใจ ให้เราได้เปรียบทุกประตูได้ เลย
นั่นจึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า ทำไมการกระจายความเสี่ยง ให้เรามีทางรอด พร้อมทั้งตัดสินใจให้รอบคอบ ก่อนที่จะ เลือกทำอะไรก็ตาม
และมองเกมของชีวิตที่เราต้องเล่นด้วยมุมมองระยะยาว จนไม่ลืมละเลยที่จะพิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้น หากทุก สิ่งไม่เป็นไปตามที่เราคิด
นั่นจึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า ทำไมการกระจายความเสี่ยง ให้เรามีทางรอด พร้อมทั้งตัดสินใจให้รอบคอบ ก่อนที่จะ เลือกทำอะไรก็ตาม
และมองเกมของชีวิตที่เราต้องเล่นด้วยมุมมองระยะยาว จนไม่ลืมละเลยที่จะพิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้น หากทุก สิ่งไม่เป็นไปตามที่เราคิด
จึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่เราต้องตระหนักเอาไว้ในใจเสมอ..
สิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจ
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
'ฮันนี่แบดเจอร์' สัตว์ป่าตัวเล็กผู้ขึ้นชื่อเรื่องความกล้าหาญและไม่กลัวใคร
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง
ร้านข้าวเปียกที่อร่อยสุดๆในไทย
หัวใจเป็นมะเร็งได้ไหม คำตอบคือเป็นได้แต่พบได้น้อยมาก
จริงไหมที่ว่า 'การศึกษาไทย' ยิ่งเรียนยิ่งเหลื่อมล้ำ คนรวยกวดวิชา คนจนเข้าไม่ถึง
4 เรื่องน่าขนลุก ที่พบเจอระหว่างการปรับปรุงบ้าน
แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมา
ข้าวมธุปายาส ถ้วยสุดท้ายก่อนพระพุทธเจ้าตรัสรู้
นักฟุตบอลสัญชาติไทย ที่ทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล
พระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์ผู้ศรัทธาพระพุทธเจ้า แต่ต้องเจ็บปวดเพราะลูกของตนเอง
นิสิตกับนักศึกษา ต่างกันตรงไหน ทำไมมหาวิทยาลัยไทยเรียกไม่เหมือนกัน
ร้านข้าวเปียกที่อร่อยสุดๆในไทย
หัวใจเป็นมะเร็งได้ไหม คำตอบคือเป็นได้แต่พบได้น้อยมาก
ข้าวมธุปายาส ถ้วยสุดท้ายก่อนพระพุทธเจ้าตรัสรู้
จริงไหมที่ว่า 'การศึกษาไทย' ยิ่งเรียนยิ่งเหลื่อมล้ำ คนรวยกวดวิชา คนจนเข้าไม่ถึง


