หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมเวลาหาของ เราถึงมองของที่ “ไม่เหมือนภาพในหัว” ข้ามไป ทั้งที่มันอยู่ตรงหน้า?


เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

เคยมีจังหวะแบบนี้ไหมครับ กำลังหาขวดซอสอยู่บนโต๊ะ มองซ้ายทีขวาที กวาดสายตาไปหลายรอบก็ยังไม่เจอ สุดท้ายมีคนเอื้อมมือไปหยิบของที่วางอยู่ตรงหน้าเราแทบพอดี

พอมองอีกทีถึงร้องอ๋อ...มันอยู่ตรงนั้นจริง ๆ

แต่สิ่งที่แปลกคือ ขวดอาจถูกวางนอนแทนที่จะตั้ง หรือฉลากที่เราคุ้นเคยถูกหมุนไปอีกด้าน ทำให้สิ่งที่ตาเห็นไม่ตรงกับ “ภาพของสิ่งที่เรากำลังหา” ในหัว

เรื่องแบบนี้ดูเหมือนแค่เรามองไม่ดี แต่การค้นหาด้วยสายตาของคนเราไม่ได้ทำงานเหมือนกล้องที่สแกนทุกอย่างอย่างเป็นกลาง สมองมักมีข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังหาอยู่ก่อน แล้วใช้ข้อมูลนั้นช่วยพาสายตาไปยังสิ่งที่น่าจะใช่

เราไม่ได้เริ่มหาของจากศูนย์

ลองนึกว่ามีคนบอกให้เราหากล้วยหนึ่งลูกในภาพร้านขายผลไม้ เราไม่ได้ตรวจวัตถุทุกชิ้นทีละอย่างแล้วถามว่า “นี่คือกล้วยหรือเปล่า?”

ก่อนเริ่มมอง เรารู้อยู่แล้วว่ากล้วยโดยทั่วไปมีรูปร่าง สี และลักษณะประมาณไหน ข้อมูลแบบนี้ช่วยให้สมองคัดสิ่งที่ไม่น่าเกี่ยวออกไป และให้ความสนใจกับสิ่งที่มีโอกาสเป็นเป้าหมายมากกว่า

ในงานวิจัยด้านการค้นหาด้วยสายตา มีคำที่ใช้เรียกตัวแทนของเป้าหมายซึ่งเราเก็บไว้ในความจำระหว่างการค้นหาว่า target template พูดง่าย ๆ ก็คือ “แบบของสิ่งที่กำลังหา” ที่สมองใช้เป็นตัวนำทาง

กลไกนี้มีประโยชน์มาก เพราะโลกจริงเต็มไปด้วยข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง ลองมองโต๊ะทำงานที่มีสายชาร์จ ปากกา แก้วน้ำ กุญแจ กระดาษ เหรียญ และของจุกจิกอีกหลายอย่าง ถ้าสมองต้องตรวจรายละเอียดทุกชิ้นเท่า ๆ กัน การหาของธรรมดาคงช้ากว่านี้มาก

ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อของจริงไม่ได้มีหน้าตาเหมือนแบบที่เรากำลังเตรียมไว้ในหัว

ของยังเป็นชิ้นเดิม แต่เบาะแสที่เราใช้หาเปลี่ยนไป

ขวดเครื่องดื่มที่ปกติตั้งตรง วันนี้อาจวางนอน

กล่องยาที่เราจำจากด้านหน้า วันนี้อาจหันด้านข้างออกมา

กระเป๋าที่จำจากสีภายนอก อาจถูกเสื้อคลุมบังไปครึ่งใบ

คนที่เรากำลังมองหาอาจเปลี่ยนเสื้อจากสีที่เราเคยจำ

ของจริงไม่ได้หายไปไหน แต่คุณสมบัติที่เราเคยใช้เป็นตัวช่วยค้นหาอาจไม่ปรากฏในแบบเดิม

งานทดลองเกี่ยวกับ target template พบว่า เมื่อข้อมูลที่คนมีเกี่ยวกับเป้าหมายไม่ตรงกับสิ่งที่จะต้องหา ประสิทธิภาพในการค้นหาสามารถลดลงได้ และผลไม่ได้เกิดเฉพาะตอนตัดสินว่า “นี่คือของที่หา” เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการนำความสนใจไปยังเป้าหมายด้วย

นั่นทำให้ประโยคที่เราชอบพูดเวลาเจอของว่า “อ้าว มันอยู่ตรงนี้นี่เอง” น่าสนใจกว่าที่คิด

เพราะบางครั้งของอาจอยู่ในภาพที่เรามองผ่านมาหลายรอบแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นมันยังไม่ตรงกับสิ่งที่สมองกำลังให้น้ำหนักว่า “น่าจะใช่”

การมองไปหา กับการรู้ว่า “ใช่” อาจไม่ใช่ขั้นตอนเดียวกัน

การนำสายตาไปหาเป้าหมายกับการตรวจว่าของชิ้นนั้นใช่จริงหรือไม่ อาจใช้ข้อมูลในระดับความละเอียดต่างกัน

งานวิจัยบางชุดพบว่า ในช่วงแรกของ visual search สมองสามารถใช้ข้อมูลของเป้าหมายแบบค่อนข้างหยาบเพื่อนำความสนใจไปก่อน แล้วจึงใช้ข้อมูลละเอียดขึ้นในการตัดสินว่า วัตถุที่พบตรงกับเป้าหมายจริงหรือไม่

ลองนึกถึงการเดินหารถของตัวเองในลานจอดรถ ตอนแรกเราอาจไม่ได้อ่านป้ายทะเบียนทุกคัน เราแค่มองหา “รถสีนี้ ทรงประมาณนี้ อยู่แถวประมาณนี้”

เมื่อมีรถคันหนึ่งเข้าข่าย สายตาจึงหยุดแล้วตรวจรายละเอียดเพิ่มว่าใช่รถเราจริงไหม

ระบบนี้ทำให้การค้นหาเร็วขึ้นมาก แต่ถ้ารถถูกย้ายตำแหน่ง มุมที่เห็นเปลี่ยน หรือเราเข้าใจผิดว่าจอดอยู่อีกโซนหนึ่ง การเดินผ่านรถตัวเองก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกนัก

เพราะสิ่งที่เรากำลังค้นหาในตอนนั้นอาจไม่ได้มีเพียง “รถของฉัน” แต่เป็น “รถของฉันในแบบที่ฉันคิดว่าจะเจอ”

บางครั้งเราจำของจากแค่คุณสมบัติเด่นไม่กี่อย่าง

เวลาเรานึกถึงของชิ้นหนึ่ง เราอาจไม่ได้เก็บรายละเอียดทุกอย่างในระดับเดียวกัน

น้ำยาล้างจานอาจถูกจำว่า “ขวดสีเขียว” กล่องยาอาจถูกจำว่า “กล่องขาวแถบน้ำเงิน” หรือซอสอาจถูกจำจากฉลากด้านหน้า มากกว่ารูปร่างขวดทั้งใบ

งานทดลองด้าน visual search พบว่า คุณสมบัติบางอย่าง เช่น สี สามารถมีอิทธิพลอย่างมากต่อการนำความสนใจในบางเงื่อนไข เมื่อสีเป็นเบาะแสที่มีประโยชน์ต่อการหาเป้าหมาย คนอาจพึ่งข้อมูลสีนั้นมากกว่าคุณสมบัติอื่นในช่วงนำการค้นหา

พอวันหนึ่งแพ็กเกจเปลี่ยน ของถูกหมุน หรือคุณสมบัติเด่นที่เราเคยใช้จำหายไป การค้นหาก็อาจสะดุด ทั้งที่เรายังรู้ดีว่าของชิ้นนั้นคืออะไร

แต่หาไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าเป็นเพราะ “ภาพในหัว” ทุกครั้ง

ตรงนี้ต้องแยกให้ชัดครับ เพราะการหาของไม่เจอในชีวิตจริงมีสาเหตุได้หลายอย่าง ทั้งความสนใจ ความจำ ความรกของฉาก ตำแหน่งที่เราคาดไว้ จำนวนสิ่งรบกวน ความคล้ายกันระหว่างวัตถุ และประสบการณ์จากการค้นหาครั้งก่อน ๆ

ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ได้กำลังบอกว่า สมองสร้างภาพผิดแล้วบังของจริงทุกครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ การมองหาของไม่ใช่กระบวนการที่ไม่มีความคาดหวัง

ก่อนสายตาจะเริ่มกวาดไปทั่วโต๊ะ สมองมีเบาะแสบางอย่างอยู่แล้วว่า “อะไรน่าจะเป็นของที่กำลังหา”

ส่วนใหญ่ระบบนี้ช่วยเราอย่างมาก เพราะทำให้เราไม่ต้องเสียเวลากับทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

แต่ในวันที่ของจริงผิดจากสิ่งที่คุ้นเคยนิดเดียว ความเก่งในการตัดสิ่งที่ “ไม่น่าจะใช่” ออกไปอย่างรวดเร็วนี่เอง อาจย้อนกลับมาทำให้เรามองของที่อยู่ตรงหน้าข้ามไปได้

ครั้งหน้าถ้าหาของไม่เจอ ทั้งที่มั่นใจว่ามันต้องอยู่แถวนี้ ลองเปลี่ยนคำถามจาก

“มันอยู่ตรงไหน?”

เป็น

“ตอนนี้เรากำลังคิดว่ามันต้องหน้าตาแบบไหน?”

แล้วลองมองหาของชิ้นนั้นในสภาพที่ต่างจากภาพเดิมดู

บางทีสิ่งที่ต้องเปลี่ยนอาจไม่ใช่จุดที่เรามอง แต่อาจเป็น “ภาพของสิ่งที่เรากำลังมองหา” ในหัวเราก่อนก็ได้ครับ

แหล่งที่มา:

Vickery, King & Jiang — Setting up the target template in visual search
อ้างอิง: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/15831069/

Hout & Goldinger — Target templates: the precision of mental representations affects attentional guidance and decision-making in visual search
อ้างอิง: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4286498/

Yu et al. — Visual search guidance uses coarser template information than target-match decisions
อ้างอิง: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9232460/

Malcolm & Henderson — The effects of target template specificity on visual search in real-world scenes
อ้างอิง: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/20053071/

Alexander, R. G. & Zelinsky, G. J. — Specifying the Precision of Guiding Features for Visual Search
อ้างอิง: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6706321/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 34 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนเรื่องใกล้ตัวและมุมที่คนมักมองข้าม
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!รั้วอยู่ตรงนี้ แต่โฉนดชี้อีกทาง ใครควรเป็นคนเริ่มตรวจสอบร้านอาหารชื่อดังก่อให้เกิดข้อถกเถียงด้านมนุษยธรรมเนื่องจากวิธีการเสิร์ฟกุ้งล็อบสเตอร์ที่ยังดิ้นอยู่ตอนที่เสิร์ฟทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวNetflix กำลังจะปลดพนักงานจำนวนมาก! อาจมีการประกาศอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า โดยจะลดจำนวนพนักงานลง 5% และส่งผลกระทบต่อพนักงานประมาณ 800 คนจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?งานวิจัย AMPK ยืดอายุสัตว์ทดลองได้ไกลแค่ไหนเปิดชื่อ 7 จังหวัดของไทยที่มีพื้นที่เล็กที่สุด บางจังหวัดมีขนาดไม่ถึง 500 ตารางกิโลเมตรเปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมเลขแปดทิศ งวด 16 ตุลาคม 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมงานวิจัย AMPK ยืดอายุสัตว์ทดลองได้ไกลแค่ไหนรั้วอยู่ตรงนี้ แต่โฉนดชี้อีกทาง ใครควรเป็นคนเริ่มตรวจสอบEchoNext ช่วยคัดกรองโรคโครงสร้างหัวใจจาก ECG อย่างไรเบคอนนิ่มเกี่ยวข้องกับพยาธิในสมองได้อย่างไรนกพิราบที่ถูกสงสัยเป็นสายลับจีนในมุมไบถูกขังนานแค่ไหน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รอยสึกบนฟันโบราณบอกอะไรเรื่องการใช้หมากของมนุษย์ยุคหินรั้วอยู่ตรงนี้ แต่โฉนดชี้อีกทาง ใครควรเป็นคนเริ่มตรวจสอบนกพิราบที่ถูกสงสัยเป็นสายลับจีนในมุมไบถูกขังนานแค่ไหนหมู่บ้านเดียวกัน แต่ทำไมบ้านคนละฝั่งถนนอยู่คนละเขตดูแล
ตั้งกระทู้ใหม่