ทำไมเวลาหาของ เราถึงมองของที่ “ไม่เหมือนภาพในหัว” ข้ามไป ทั้งที่มันอยู่ตรงหน้า?
เคยมีจังหวะแบบนี้ไหมครับ กำลังหาขวดซอสอยู่บนโต๊ะ มองซ้ายทีขวาที กวาดสายตาไปหลายรอบก็ยังไม่เจอ สุดท้ายมีคนเอื้อมมือไปหยิบของที่วางอยู่ตรงหน้าเราแทบพอดี
พอมองอีกทีถึงร้องอ๋อ...มันอยู่ตรงนั้นจริง ๆ
แต่สิ่งที่แปลกคือ ขวดอาจถูกวางนอนแทนที่จะตั้ง หรือฉลากที่เราคุ้นเคยถูกหมุนไปอีกด้าน ทำให้สิ่งที่ตาเห็นไม่ตรงกับ “ภาพของสิ่งที่เรากำลังหา” ในหัว
เรื่องแบบนี้ดูเหมือนแค่เรามองไม่ดี แต่การค้นหาด้วยสายตาของคนเราไม่ได้ทำงานเหมือนกล้องที่สแกนทุกอย่างอย่างเป็นกลาง สมองมักมีข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังหาอยู่ก่อน แล้วใช้ข้อมูลนั้นช่วยพาสายตาไปยังสิ่งที่น่าจะใช่
เราไม่ได้เริ่มหาของจากศูนย์
ลองนึกว่ามีคนบอกให้เราหากล้วยหนึ่งลูกในภาพร้านขายผลไม้ เราไม่ได้ตรวจวัตถุทุกชิ้นทีละอย่างแล้วถามว่า “นี่คือกล้วยหรือเปล่า?”
ก่อนเริ่มมอง เรารู้อยู่แล้วว่ากล้วยโดยทั่วไปมีรูปร่าง สี และลักษณะประมาณไหน ข้อมูลแบบนี้ช่วยให้สมองคัดสิ่งที่ไม่น่าเกี่ยวออกไป และให้ความสนใจกับสิ่งที่มีโอกาสเป็นเป้าหมายมากกว่า
ในงานวิจัยด้านการค้นหาด้วยสายตา มีคำที่ใช้เรียกตัวแทนของเป้าหมายซึ่งเราเก็บไว้ในความจำระหว่างการค้นหาว่า target template พูดง่าย ๆ ก็คือ “แบบของสิ่งที่กำลังหา” ที่สมองใช้เป็นตัวนำทาง
กลไกนี้มีประโยชน์มาก เพราะโลกจริงเต็มไปด้วยข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง ลองมองโต๊ะทำงานที่มีสายชาร์จ ปากกา แก้วน้ำ กุญแจ กระดาษ เหรียญ และของจุกจิกอีกหลายอย่าง ถ้าสมองต้องตรวจรายละเอียดทุกชิ้นเท่า ๆ กัน การหาของธรรมดาคงช้ากว่านี้มาก
ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อของจริงไม่ได้มีหน้าตาเหมือนแบบที่เรากำลังเตรียมไว้ในหัว
ของยังเป็นชิ้นเดิม แต่เบาะแสที่เราใช้หาเปลี่ยนไป
ขวดเครื่องดื่มที่ปกติตั้งตรง วันนี้อาจวางนอน
กล่องยาที่เราจำจากด้านหน้า วันนี้อาจหันด้านข้างออกมา
กระเป๋าที่จำจากสีภายนอก อาจถูกเสื้อคลุมบังไปครึ่งใบ
คนที่เรากำลังมองหาอาจเปลี่ยนเสื้อจากสีที่เราเคยจำ
ของจริงไม่ได้หายไปไหน แต่คุณสมบัติที่เราเคยใช้เป็นตัวช่วยค้นหาอาจไม่ปรากฏในแบบเดิม
งานทดลองเกี่ยวกับ target template พบว่า เมื่อข้อมูลที่คนมีเกี่ยวกับเป้าหมายไม่ตรงกับสิ่งที่จะต้องหา ประสิทธิภาพในการค้นหาสามารถลดลงได้ และผลไม่ได้เกิดเฉพาะตอนตัดสินว่า “นี่คือของที่หา” เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการนำความสนใจไปยังเป้าหมายด้วย
นั่นทำให้ประโยคที่เราชอบพูดเวลาเจอของว่า “อ้าว มันอยู่ตรงนี้นี่เอง” น่าสนใจกว่าที่คิด
เพราะบางครั้งของอาจอยู่ในภาพที่เรามองผ่านมาหลายรอบแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นมันยังไม่ตรงกับสิ่งที่สมองกำลังให้น้ำหนักว่า “น่าจะใช่”
การมองไปหา กับการรู้ว่า “ใช่” อาจไม่ใช่ขั้นตอนเดียวกัน
การนำสายตาไปหาเป้าหมายกับการตรวจว่าของชิ้นนั้นใช่จริงหรือไม่ อาจใช้ข้อมูลในระดับความละเอียดต่างกัน
งานวิจัยบางชุดพบว่า ในช่วงแรกของ visual search สมองสามารถใช้ข้อมูลของเป้าหมายแบบค่อนข้างหยาบเพื่อนำความสนใจไปก่อน แล้วจึงใช้ข้อมูลละเอียดขึ้นในการตัดสินว่า วัตถุที่พบตรงกับเป้าหมายจริงหรือไม่
ลองนึกถึงการเดินหารถของตัวเองในลานจอดรถ ตอนแรกเราอาจไม่ได้อ่านป้ายทะเบียนทุกคัน เราแค่มองหา “รถสีนี้ ทรงประมาณนี้ อยู่แถวประมาณนี้”
เมื่อมีรถคันหนึ่งเข้าข่าย สายตาจึงหยุดแล้วตรวจรายละเอียดเพิ่มว่าใช่รถเราจริงไหม
ระบบนี้ทำให้การค้นหาเร็วขึ้นมาก แต่ถ้ารถถูกย้ายตำแหน่ง มุมที่เห็นเปลี่ยน หรือเราเข้าใจผิดว่าจอดอยู่อีกโซนหนึ่ง การเดินผ่านรถตัวเองก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกนัก
เพราะสิ่งที่เรากำลังค้นหาในตอนนั้นอาจไม่ได้มีเพียง “รถของฉัน” แต่เป็น “รถของฉันในแบบที่ฉันคิดว่าจะเจอ”
บางครั้งเราจำของจากแค่คุณสมบัติเด่นไม่กี่อย่าง
เวลาเรานึกถึงของชิ้นหนึ่ง เราอาจไม่ได้เก็บรายละเอียดทุกอย่างในระดับเดียวกัน
น้ำยาล้างจานอาจถูกจำว่า “ขวดสีเขียว” กล่องยาอาจถูกจำว่า “กล่องขาวแถบน้ำเงิน” หรือซอสอาจถูกจำจากฉลากด้านหน้า มากกว่ารูปร่างขวดทั้งใบ
งานทดลองด้าน visual search พบว่า คุณสมบัติบางอย่าง เช่น สี สามารถมีอิทธิพลอย่างมากต่อการนำความสนใจในบางเงื่อนไข เมื่อสีเป็นเบาะแสที่มีประโยชน์ต่อการหาเป้าหมาย คนอาจพึ่งข้อมูลสีนั้นมากกว่าคุณสมบัติอื่นในช่วงนำการค้นหา
พอวันหนึ่งแพ็กเกจเปลี่ยน ของถูกหมุน หรือคุณสมบัติเด่นที่เราเคยใช้จำหายไป การค้นหาก็อาจสะดุด ทั้งที่เรายังรู้ดีว่าของชิ้นนั้นคืออะไร
แต่หาไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าเป็นเพราะ “ภาพในหัว” ทุกครั้ง
ตรงนี้ต้องแยกให้ชัดครับ เพราะการหาของไม่เจอในชีวิตจริงมีสาเหตุได้หลายอย่าง ทั้งความสนใจ ความจำ ความรกของฉาก ตำแหน่งที่เราคาดไว้ จำนวนสิ่งรบกวน ความคล้ายกันระหว่างวัตถุ และประสบการณ์จากการค้นหาครั้งก่อน ๆ
ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ได้กำลังบอกว่า สมองสร้างภาพผิดแล้วบังของจริงทุกครั้ง
สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ การมองหาของไม่ใช่กระบวนการที่ไม่มีความคาดหวัง
ก่อนสายตาจะเริ่มกวาดไปทั่วโต๊ะ สมองมีเบาะแสบางอย่างอยู่แล้วว่า “อะไรน่าจะเป็นของที่กำลังหา”
ส่วนใหญ่ระบบนี้ช่วยเราอย่างมาก เพราะทำให้เราไม่ต้องเสียเวลากับทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
แต่ในวันที่ของจริงผิดจากสิ่งที่คุ้นเคยนิดเดียว ความเก่งในการตัดสิ่งที่ “ไม่น่าจะใช่” ออกไปอย่างรวดเร็วนี่เอง อาจย้อนกลับมาทำให้เรามองของที่อยู่ตรงหน้าข้ามไปได้
ครั้งหน้าถ้าหาของไม่เจอ ทั้งที่มั่นใจว่ามันต้องอยู่แถวนี้ ลองเปลี่ยนคำถามจาก
“มันอยู่ตรงไหน?”
เป็น
“ตอนนี้เรากำลังคิดว่ามันต้องหน้าตาแบบไหน?”
แล้วลองมองหาของชิ้นนั้นในสภาพที่ต่างจากภาพเดิมดู
บางทีสิ่งที่ต้องเปลี่ยนอาจไม่ใช่จุดที่เรามอง แต่อาจเป็น “ภาพของสิ่งที่เรากำลังมองหา” ในหัวเราก่อนก็ได้ครับ
Vickery, King & Jiang — Setting up the target template in visual search
อ้างอิง: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/15831069/
Hout & Goldinger — Target templates: the precision of mental representations affects attentional guidance and decision-making in visual search
อ้างอิง: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4286498/
Yu et al. — Visual search guidance uses coarser template information than target-match decisions
อ้างอิง: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9232460/
Malcolm & Henderson — The effects of target template specificity on visual search in real-world scenes
อ้างอิง: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/20053071/
Alexander, R. G. & Zelinsky, G. J. — Specifying the Precision of Guiding Features for Visual Search
อ้างอิง: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6706321/
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
6 มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างยุคโบราณ ที่ราคาขายต่อพุ่ง แรงจนน่าประหลาดใจ
6 นิตยสารเก่าที่คนเคยเอาไปเช็ดกระจก แต่วันนี้กลายเป็นของสะสมราคาแรง
ย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้าง
อาชีพช่างฝีมือโบราณในไทยที่กำลังหายไป — ทำไมวันนี้แทบไร้คนสืบทอด
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ถนนหลวงเส้นไหนยาวที่สุดในไทย และต้องผ่านกี่จังหวัด
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
ดาหลา ดอกไม้กินได้ สู่พืชเศรษฐกิจ เปิดเบื้องหลังพันธุ์ใหม่ เจาะตลาดไม้ตัดดอก–ส่งออก
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
8 ท่อไอเสียรถแต่งแบรนด์ดังยุคก่อน ที่มือสองยังมีคนตามหา ราคาพุ่งกว่าของใหม่บางรุ่น
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
นายกเทศมนตรีญี่ปุ่น ประกาศทำสงครามนินจา




