จังหวัดไหนมีคนบริจาคเลือดสม่ำเสมอที่สุด
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
เช้าวันธรรมดาในศูนย์รับบริจาคโลหิต บางคนถือใบนัดมารอหน้าประตูตั้งแต่ยังไม่เปิด บางคนจำวันครบกำหนดได้เองและแวะมาหลังเลิกงาน ภาพแบบนี้ทำให้น่าสงสัยว่า หากนับกันทั้งประเทศ จังหวัดไหนน่าจะมีคนกลับมาบริจาคอย่างสม่ำเสมอมากที่สุด
เรื่องนี้ดูเหมือนจะตอบได้ด้วยการเปิดตารางแล้วเรียงอันดับ แต่ข้อมูลที่ต้องใช้จริงซับซ้อนกว่ายอดเลือดซึ่งแต่ละจังหวัดจัดหาได้ เพราะคำว่า “คนเดินเข้าศูนย์” ต้องแยกจากผู้บริจาคผ่านหน่วยเคลื่อนที่ ขณะที่คำว่า “สม่ำเสมอ” ต้องติดตามผู้บริจาครายเดิมว่ากลับมากี่ครั้งในหนึ่งปี ไม่ใช่นับเพียงจำนวนถุงเลือดทั้งหมด
ข้อมูลที่เปิดเผยบอกความถี่ได้ในระดับประเทศ
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติเปิดเผยสถิติปี 2568 ว่า คนส่วนใหญ่บริจาคเพียงปีละ 1 ครั้ง จำนวน 1,085,413 คน หรือร้อยละ 67.26 ส่วนผู้ที่บริจาค 2 ครั้งมี 304,430 คน หรือร้อยละ 18.86 และผู้ที่บริจาค 3 ครั้งมี 147,529 คน หรือร้อยละ 9.14
กลุ่มที่บริจาคครบ 4 ครั้งมี 70,174 คน คิดเป็นร้อยละ 4.35 และกลุ่มที่มากกว่า 4 ครั้งมี 6,214 คน หรือร้อยละ 0.38 ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่า ผู้บริจาคที่กลับมาอย่างสม่ำเสมอยังเป็นคนส่วนน้อย จึงเกิดโครงการ Give Blood Now ในปี 2569 ซึ่งตั้งเป้าชวนให้บริจาคอย่างน้อย 3 ครั้งต่อปี
เหตุผลที่ยังระบุจังหวัดอันดับหนึ่งไม่ได้
ข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ยังไม่มีตารางเดียวซึ่งแจกแจงครบทุกจังหวัดว่า มีผู้บริจาคแบบเดินเข้าแต่ละศูนย์กี่คน และในจำนวนนั้นมีผู้กลับมาบริจาค 3 หรือ 4 ครั้งต่อปีกี่คน จึงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะประกาศชื่อจังหวัดใดว่าเป็นจังหวัดที่คนบริจาคเลือดสม่ำเสมอที่สุด
การนำยอดบริจาครวมของจังหวัดหนึ่งมาเทียบกับอีกจังหวัดก็อาจทำให้เข้าใจผิด จังหวัดที่มีโรงพยาบาลใหญ่หรือมีหน่วยเคลื่อนที่ออกถี่อาจเก็บโลหิตได้มาก แม้จำนวนผู้เดินเข้าศูนย์ประจำจะไม่ได้สูงที่สุด นอกจากนี้ คนหนึ่งอาจพักอยู่จังหวัดหนึ่งแต่ไปบริจาคใกล้ที่ทำงานอีกจังหวัดหนึ่ง ทำให้ยอด ณ จุดรับบริจาคไม่เท่ากับจำนวนผู้บริจาคซึ่งเป็นประชากรของจังหวัดนั้น
คำตอบที่ตรงที่สุดจึงไม่ใช่ชื่อจังหวัด แต่คือยังไม่มีอันดับทางการที่เปรียบเทียบได้อย่างเป็นธรรม การยกจังหวัดใดขึ้นมาเป็นแชมป์จากข่าวกิจกรรมเฉพาะครั้ง ยอดหน่วยเคลื่อนที่ หรือยอดโลหิตรวม จะเป็นการใช้ตัวเลขคนละความหมายกับคำถาม
ตารางแบบไหนจึงจะตอบคำถามนี้ได้จริง
อย่างน้อยต้องมีจำนวนผู้บริจาคไม่ซ้ำรายจังหวัด แยกสถานที่ประจำออกจากหน่วยเคลื่อนที่ แสดงจำนวนครั้งที่แต่ละคนบริจาคภายในปี และคำนวณเป็นสัดส่วนต่อประชากรที่มีสิทธิบริจาค การใช้จำนวนดิบอย่างเดียวจะทำให้จังหวัดใหญ่ได้เปรียบ ส่วนการนับเฉพาะถุงเลือดก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดจากคนเดิมที่กลับมาหรือผู้บริจาครายใหม่
ข้อมูลระดับประเทศยังสะท้อนโจทย์สำคัญอีกด้าน ปี 2568 ไทยมีผู้บริจาคโลหิตราว 1.84 ล้านคน หรือร้อยละ 2.79 ของประชากร ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 3 ที่ถูกใช้เป็นระดับอ้างอิงสำหรับการมีโลหิตเพียงพอ สิ่งที่ระบบต้องการจึงไม่ใช่เพียงวันที่คนจำนวนมากพร้อมใจกันมา แต่เป็นการกลับมาตามกำหนดอย่างต่อเนื่องตลอดปี เพื่อให้คลังเลือดรองรับผู้ป่วยได้แม้ในช่วงที่ไม่มีข่าวหรือกิจกรรมรณรงค์ใหญ่
เปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดี
คนเกิดปี 1992–1999 มีวัยเด็กที่หายาก โตมากับ Analog และเป็นวัยรุ่นในยุค Digital
รีวิวหนังดัง SHELTER คลั่งนรก หลบตาย
5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา
จังหวัดรวยที่สุดในไทย คำตอบอาจไม่ใช่กรุงเทพฯ และอันดับ 1 ตัวเลขเกือบล้าน!
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/9/69
เปิด 5 สหกรณ์ที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในไทย อันดับ 1 เงินทะลุแสนล้าน!
แล้วทำไมคีย์บอร์ดทั่วโลกถึงเริ่มด้วย QWERTY ไม่เรียงเป็น ABC
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีวิทยาเขตมากที่สุด
3 พิธีกรชื่อดังที่มีค่าตัวแพงมากที่สุด
น้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทย สรุปแล้วคือที่ไหน? เปรโต๊ะลอซู ทีลอซู หรือแม่สุรินทร์
เปิด 5 สหกรณ์ที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในไทย อันดับ 1 เงินทะลุแสนล้าน!
คนเกิดปี 1992–1999 มีวัยเด็กที่หายาก โตมากับ Analog และเป็นวัยรุ่นในยุค Digital
รีวิวหนังดัง SHELTER คลั่งนรก หลบตาย
เปิดตำนาน “นางเอกหนังไทยคนแรก” ชีวิตจริงเป็นอดีตนางพระกำนัล





