คนเกิดปี 1992–1999 มีวัยเด็กที่หายาก โตมากับ Analog และเป็นวัยรุ่นในยุค Digital
ถ้าคุณเกิดช่วงประมาณปี 1992–1999 ลองย้อนกลับไปนึกถึงวัยเด็กดู
ตอนนั้นการ์ตูนไม่ได้เปิดดูตอนไหนก็ได้ อยากดูต้องจำเวลาออกอากาศให้ทัน
อยากคุยกับเพื่อนก็ไม่ได้หยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความทันที บางบ้านมีโทรศัพท์เครื่องเดียว และถ้ามีคนใช้อยู่ก็ต้องรอ
เพลงบางเพลงต้องรอฟังจากวิทยุ รอโหลด หรือหาไฟล์จากเพื่อน
แต่ผ่านไปไม่กี่ปี คนกลุ่มเดียวกันกลับได้รู้จัก MSN, Hi5, Windows XP, เกมออนไลน์, MP3, 4shared, BlackBerry และโลก Social Media
นี่จึงเกิดคำพูดหนึ่งที่ถูกแชร์กันมากในโลกออนไลน์ว่า
“คนเกิดช่วง 1992–1999 คือรุ่นที่มีวัยเด็กหายากที่สุด เพราะโตทันทั้งโลก Analog และ Digital”
ฟังแล้วชวนคิดมาก แต่ถ้าตัดความ nostalgia ออกก่อน คำพูดนี้จริงแค่ไหน?
สิ่งที่จริงคือ คนช่วงนี้เกิดตรง “รอยต่อ” ที่น่าสนใจมาก
ปีเกิด 1992–1999 ไม่ใช่กลุ่ม generation อย่างเป็นทางการกลุ่มเดียวเสียทีเดียว
ถ้าอิงการแบ่งของ Pew Research Center คนที่เกิดถึงปี 1996 มักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Millennials ส่วนตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นไปจะเริ่มเข้าสู่ Gen Z
แต่เส้นแบ่ง generation เองก็ไม่ใช่กฎธรรมชาติ และสำนักต่าง ๆ สามารถกำหนดปีไม่เหมือนกันได้
สิ่งที่น่าสนใจกว่าป้ายชื่อคือ ประสบการณ์ทางเทคโนโลยี
คนที่เกิดในช่วงนี้จำนวนมากมีวัยเด็กในช่วงที่อินเทอร์เน็ตยังไม่ได้ติดตัวเราไปทุกที่ แต่เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น โลกกลับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
วัยเด็กยังเป็นโลกที่ “ต้องรอ”
ภาพจำของคนไทยช่วงนั้นมีตั้งแต่โทรศัพท์บ้าน ตู้โทรศัพท์ ม้วนวิดีโอ VCD/VHS เกมเครื่อง ไปจนถึงการรอดูรายการโทรทัศน์ตามเวลา
เด็กยังออกไปเล่นนอกบ้าน ดีดลูกแก้ว กระโดดยาง เล่นฟุตบอล หรือไปตามบ้านเพื่อนโดยไม่ได้มีแชตกลุ่มบอกตำแหน่งกันตลอดเวลา
ถ้าอยากดูการ์ตูนตอนหนึ่งแล้วพลาด ก็อาจต้องรอการฉายซ้ำ
ถ้าเพลงยังโหลดไม่เสร็จ ก็ต้องรอ
ถ้าเพื่อนยังไม่ออนไลน์ MSN ก็ไม่มีอะไรให้ทำมากนักนอกจากรอให้ชื่อเขาเด้งขึ้นมา
แต่ตรงนี้ต้องระวังคำอธิบายว่า “เพราะต้องรอ จึงทำให้คนรุ่นนี้อดทนกว่าคนรุ่นหลัง”
มันเป็นสมมติฐานที่ฟังดูสมเหตุสมผล แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ว่า ปีเกิดทำให้คนรุ่นหนึ่งมีความอดทนมากกว่าอีกเจเนอเรชันโดยตรง
แล้วโลกก็เปลี่ยนเร็วมากในช่วงที่พวกเขากำลังโต
เมื่อเด็กกลุ่มนี้เข้าสู่วัยรุ่นหรือวัยเรียน โลกดิจิทัลเริ่มเข้ามาเร็วขึ้น
คอมพิวเตอร์ตามบ้านและร้านอินเทอร์เน็ตกลายเป็นเรื่องคุ้นเคย
จาก MSN ไป Hi5 จากเว็บบอร์ดไป Facebook จาก MP3 ไปสตรีมมิง จากโทรศัพท์ปุ่มกดไป BlackBerry และสมาร์ตโฟน
สิ่งที่เคยต้องกลับบ้านถึงจะออนไลน์ได้ ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นอินเทอร์เน็ตที่อยู่ในกระเป๋าตลอดวัน
Pew เคยอธิบายความต่างลักษณะนี้ไว้ว่า Millennials เป็นกลุ่มที่ เติบโตขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของอินเทอร์เน็ต ขณะที่ Gen Z รุ่นหลังเกิดมาในโลกที่สมาร์ตโฟน โซเชียลมีเดีย และการเชื่อมต่อแทบตลอดเวลาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอยู่แล้ว
คนคนเดียวจึงเหมือนผ่านเทคโนโลยีหลายยุคในช่วงชีวิตเดียว
คนกลุ่มนี้สามารถจำโลกที่โทรศัพท์ยังอยู่กับที่ ก่อนจะมาใช้โทรศัพท์มือถือที่ติดตัวตลอดเวลา
จำยุคที่เพลงต้องอยู่ในเทปหรือแผ่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็น MP3 และสุดท้ายเป็น Streaming
จำยุคที่คุยกับเพื่อนต้องโทรไปบ้าน ก่อนจะผ่าน MSN, Hi5, Facebook และแอปแชต
จำยุคที่โทรทัศน์มีผังรายการ ก่อนจะมาถึง YouTube, Netflix และ Video on demand
ถ้าย่อเส้นทางนี้ให้สั้นที่สุด มันจะประมาณว่า:
Analog Childhood → Internet Arrives → Social Web → Smartphone Era → Always Connected
ความน่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว แต่คือคนกลุ่มหนึ่งได้ผ่านทุกช่วงนั้นด้วยตัวเอง
แล้วเรื่อง “อยู่กับความเบื่อเป็น” มีอะไรจริงอยู่ไหม?
ตรงนี้น่าสนใจ เพราะงานวิจัยยุคหลังพบความสัมพันธ์ระหว่างความเบื่อกับการใช้สื่อดิจิทัลจริง แต่เรื่องไม่ได้ง่ายแบบ “คนสมัยก่อนเบื่อเป็น คนสมัยใหม่เบื่อไม่เป็น”
งานทบทวนงานวิจัยหลายสิบชิ้นพบว่า ความเบื่อสัมพันธ์กับการใช้สื่อดิจิทัล โดยเฉพาะการใช้แบบมีปัญหา แต่หลักฐานส่วนใหญ่ยังไม่สามารถบอกเหตุและผลได้ชัดว่าอะไรเป็นตัวทำให้อะไรเกิดขึ้น
งานทดลองอีกชุดหนึ่งพบว่า การสลับคลิปหรือเลื่อนไปมาบ่อย ๆ เพื่อหนีความเบื่อ อาจกลับทำให้ผู้เข้าร่วม รู้สึกเบื่อมากขึ้น และมีส่วนร่วมกับเนื้อหาน้อยลง
ดังนั้นโลก on-demand อาจเปลี่ยน “วิธีที่เราจัดการกับความเบื่อ” จริง แต่ยังไม่พอจะสรุปว่าคนที่โตมาก่อนสมาร์ตโฟนจึงมีความอดทนเหนือกว่าโดยธรรมชาติ
ส่วนเรื่อง “รุ่นนี้ยืดหยุ่นและสร้างสรรค์กว่า” ก็ยังต้องระวัง
อีกคำอธิบายหนึ่งที่พบในคลิปแนว nostalgia บ่อยคือ คนที่ทันทั้ง Analog และ Digital จะมีความยืดหยุ่นหรือความคิดสร้างสรรค์สูงกว่ารุ่นอื่น เพราะต้องปรับตัวผ่านการเปลี่ยนแปลงจำนวนมาก
ตรงนี้ฟังดูเข้าท่า แต่ยังไม่ควรเปลี่ยนให้เป็นข้อเท็จจริงทางจิตวิทยา
คนแต่ละรุ่นมีเหตุการณ์และเทคโนโลยีที่ต้องปรับตัวต่างกัน และความยืดหยุ่นของแต่ละคนยังขึ้นกับครอบครัว การศึกษา สังคม เศรษฐกิจ และประสบการณ์ส่วนตัวอีกมาก
สิ่งที่พูดได้มากกว่าคือ คนที่โตในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ มีประสบการณ์ตรงกับเทคโนโลยีสองสภาพแวดล้อมที่ต่างกันมาก
พวกเขาจำโลกก่อนการเชื่อมต่อตลอดเวลาได้ และขณะเดียวกันก็เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในโลกที่ออนไลน์แทบตลอดเวลา
ดังนั้น “วัยเด็กที่หายากที่สุดในประวัติศาสตร์” จริงไหม?
ถ้าพูดในเชิงวิทยาศาสตร์ — ยังไม่มีหลักฐานที่จะจัดอันดับว่าวัยเด็กของคนเกิด 1992–1999 “หายากที่สุด” หรือ “ดีที่สุด” ในประวัติศาสตร์
และปี 1992–1999 ก็ไม่ใช่เส้นแบ่งทางจิตวิทยาที่ทำให้คนในช่วงนั้นมีคุณสมบัติเหมือนกันทั้งหมด
แต่ถ้าใช้คำว่า “หายาก” ในความหมายของ ประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ มันมีส่วนที่น่าสนใจจริง
เพราะคนกลุ่มหนึ่งได้ใช้ชีวิตช่วงต้นในโลกที่อินเทอร์เน็ตยังไม่ตามตัวไปทุกที่ ก่อนจะเติบโตขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกออนไลน์เต็มรูปแบบ
พวกเขาจำได้ทั้งเสียงโมเด็ม เสียง MSN เด้ง การรอเพลงโหลด และความรู้สึกที่ออกจากบ้านแล้วไม่ได้ออนไลน์กับใครตลอดเวลา
ขณะเดียวกัน วันนี้คนกลุ่มเดียวกันกลับทำงาน ประชุม จ่ายเงิน ดูหนัง ฟังเพลง ซื้อของ และคุยกับเพื่อนผ่านอุปกรณ์ชิ้นเดียวในกระเป๋า
สิ่งที่น่าคิดจึงอาจไม่ใช่ว่า “คนรุ่นนี้พิเศษกว่ารุ่นอื่นหรือไม่”
แต่คือ พวกเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ได้เห็นด้วยตัวเองว่า โลกก่อนอินเทอร์เน็ตติดตัว กับโลกหลังอินเทอร์เน็ตติดตัว ต่างกันมากแค่ไหน
และบางทีสิ่งที่เราเรียกว่า “คิดถึงวัยเด็ก” อาจไม่ได้เป็นเพียงความคิดถึงของเล่นหรือการ์ตูนเก่า ๆ
แต่อาจเป็นความคิดถึงช่วงเวลาที่ การหายไปจากโลกออนไลน์สักหลายชั่วโมง ยังเป็นเรื่องธรรมดาโดยที่ไม่มีใครสงสัยว่าเราไปไหน
แรงบันดาลใจของประเด็น:
BetterKnow — วิดีโอเรื่องคนเกิดช่วง 1992–1999 กับวัยเด็กในรอยต่อ Analog–Digital
ข้อมูลประกอบ:
Pew Research Center — Where Millennials end and Generation Z begins
อ้างอิง: https://www.pewresearch.org/short-reads/2019/01/17/where-millennials-end-and-generation-z-begins/
American Psychological Association — Fast-forward to boredom: How switching behavior on digital media makes people more bored
อ้างอิง: https://www.apa.org/news/press/releases/2024/08/online-videos-boredom
Computers in Human Behavior Reports — Boredom and digital media use: A systematic review and meta-analysis
อ้างอิง: https://doi.org/10.1016/j.chbr.2023.100313
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดี
3 พิธีกรชื่อดังที่มีค่าตัวแพงมากที่สุด
เปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวา
เปิด 5 สหกรณ์ที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในไทย อันดับ 1 เงินทะลุแสนล้าน!
5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/9/69
เลขเด่น 16/9/69 สำนักไหนให้เลขอะไร? เทียบชัด ๆ เลขไหนชนกันหลายสำนัก
จังหวัดรวยที่สุดในไทย คำตอบอาจไม่ใช่กรุงเทพฯ และอันดับ 1 ตัวเลขเกือบล้าน!
แล้วทำไมคีย์บอร์ดทั่วโลกถึงเริ่มด้วย QWERTY ไม่เรียงเป็น ABC
รีวิวหนังดัง SHELTER คลั่งนรก หลบตาย
10มหาวิทยาลัยรัฐยอดนิยมที่คนอยากเข้าเรียนมากที่สุด
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีวิทยาเขตมากที่สุด
เปิด 5 สหกรณ์ที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในไทย อันดับ 1 เงินทะลุแสนล้าน!





