แล้วทำไมคีย์บอร์ดทั่วโลกถึงเริ่มด้วย QWERTY ไม่เรียงเป็น ABC
ลองมองแป้นพิมพ์ตรงหน้าเราแล้วถามง่าย ๆ ว่า ถ้าต้องออกแบบใหม่จากศูนย์ ทำไมไม่เรียงตัวอักษรเป็น A-B-C-D-E ไปเลย?
อย่างน้อยคนที่เพิ่งเริ่มใช้ก็น่าจะหาตัวอักษรง่ายกว่า
แต่คีย์บอร์ดที่เราใช้กันทุกวันกลับเริ่มด้วยตัวอักษร Q-W-E-R-T-Y ซึ่งดูเหมือนไม่มีเหตุผลอะไรเลย
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ รูปแบบนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดพร้อมคอมพิวเตอร์
มันมีอายุมากกว่า 150 ปี และเริ่มต้นจากยุคเครื่องพิมพ์ดีด
คีย์บอร์ดยุคแรกเคยเกือบเรียงตามตัวอักษรจริง
ในช่วงทศวรรษ 1860 Christopher Latham Sholes และผู้ร่วมงานกำลังพัฒนาเครื่องพิมพ์ดีดรุ่นแรก ๆ
ต้นแบบช่วงแรกไม่ได้ใช้ QWERTY แบบที่เราคุ้นเคย แต่จัดตัวอักษรค่อนข้างเป็นลำดับคล้ายตัวอักษร
แปลว่าแนวคิด “เรียง ABC” ไม่ได้ถูกมองข้ามตั้งแต่แรก
แต่ระหว่างการทดลองหลายรุ่น ตำแหน่งตัวอักษรถูกขยับไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเกิดรูปแบบที่เราเรียกว่า QWERTY
เรื่องเล่ายอดฮิตคือ “ย้ายตัวอักษรเพื่อไม่ให้เครื่องติด”
เครื่องพิมพ์ดีดยุคแรกใช้ก้านโลหะที่เรียกว่า typebar กระแทกตัวอักษรลงบนกระดาษ
ถ้ากดตัวอักษรบางคู่เร็วเกินไป ก้านที่อยู่ใกล้กันอาจชนหรือติดกันได้
จึงมีคำอธิบายที่เล่าต่อกันมานานว่า Sholes จัดตัวอักษรใหม่เพื่อแยกคู่ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยออกจากกัน และลดปัญหาเครื่องติด
เรื่องนี้ฟังดูสมเหตุสมผล และยังพบได้ในบทความจำนวนมาก
แต่เมื่อมองแป้น QWERTY จริง ๆ คู่ตัวอักษรที่ใช้บ่อยบางคู่ เช่น E กับ R ก็ยังอยู่ติดกัน
นักประวัติศาสตร์จึงไม่ได้เห็นตรงกันว่า “ป้องกันเครื่องติด” คือคำอธิบายทั้งหมดของ QWERTY
อีกแนวคิดหนึ่งบอกว่า คนส่งโทรเลขอาจมีส่วนเปลี่ยนแป้นพิมพ์
งานศึกษาของ Koichi Yasuoka และ Motoko Yasuoka ตามรอยการเปลี่ยนแปลงของคีย์บอร์ดยุคแรก และเสนอว่า รูปแบบ QWERTY อาจพัฒนาขึ้นจากความต้องการของ พนักงานรับโทรเลข
ในยุคนั้น คนรับข้อความ Morse ต้องฟังสัญญาณแล้วพิมพ์ข้อความออกมาให้ทัน
ปัญหาคือรหัสบางชุดสามารถสับสนกันได้ และการจัดตำแหน่งตัวอักษรบางแบบอาจช่วยให้พนักงานถอดข้อความได้สะดวกขึ้น
จุดนี้ทำให้แนวคิดที่ว่า QWERTY ถูกสร้างมาเพื่อ “ทำให้คนพิมพ์ช้าลง” ดูง่ายเกินไป
สิ่งที่พูดได้ปลอดภัยกว่าคือ QWERTY ค่อย ๆ เปลี่ยนจนกลายเป็นมาตรฐาน
เส้นทางของมันไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจครั้งเดียว
เครื่องพิมพ์ดีดยุคแรกมีการทดลองจัดแป้นหลายรูปแบบ ก่อน QWERTY จะค่อย ๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดเมื่อบริษัท Remington นำเครื่องพิมพ์ดีดของ Sholes และ Glidden ออกขายเชิงพาณิชย์ในปี 1874
เมื่อเครื่องแบบนี้ขายได้มากขึ้น คนพิมพ์จำนวนมากก็เริ่มเรียนรู้ตำแหน่ง QWERTY
บริษัทต่าง ๆ ซื้อเครื่องที่ใช้เลย์เอาต์เดียวกัน โรงเรียนสอนพิมพ์ก็ฝึกคนด้วยระบบเดียวกัน และนายจ้างก็ต้องการพนักงานที่ใช้ระบบนั้นได้
เมื่อมีคนจำนวนมากเรียนระบบเดิมไปแล้ว การเปลี่ยนทุกอย่างจึงเริ่มแพงและยุ่งยากขึ้น
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “Path Dependency”
บางเทคโนโลยีไม่ได้อยู่รอดเพราะมันดีที่สุดเสมอไป
แต่มันอยู่รอดเพราะ มีคนจำนวนมากใช้มันอยู่แล้ว
เมื่อระบบหนึ่งกลายเป็นมาตรฐาน เครื่องจักร หลักสูตร ผู้ใช้ และอุตสาหกรรมทั้งหมดจะเริ่มสร้างสิ่งต่าง ๆ รอบมาตรฐานนั้น
การเปลี่ยนไปใช้ระบบใหม่จึงไม่ได้มีต้นทุนแค่ซื้อคีย์บอร์ดใหม่
คนทั้งระบบต้องเรียนใหม่ด้วย
แม้คอมพิวเตอร์จะไม่มี “ก้านพิมพ์ติด” แล้ว QWERTY ก็ยังอยู่
เมื่อคอมพิวเตอร์เข้ามา เราไม่ต้องใช้ typebar โลหะอีกต่อไป
ในทางเทคนิค จึงไม่มีเหตุผลด้านกลไกแบบเครื่องพิมพ์ดีดที่บังคับให้ต้องใช้ QWERTY
แต่ตอนนั้นคนจำนวนมหาศาลเรียนรู้มันไปแล้ว
จากเครื่องพิมพ์ดีด → คอมพิวเตอร์ → โทรศัพท์มือถือ → สมาร์ตโฟนจอสัมผัส
อุปกรณ์เปลี่ยนแทบทั้งหมด แต่ตำแหน่งตัวอักษรหลักยังตามเรามาเหมือนเดิม
แล้วมีคีย์บอร์ดที่ “ดีกว่า” QWERTY ไหม?
มีคนพยายามออกแบบใหม่หลายครั้ง
ตัวอย่างที่ดังที่สุดคือ Dvorak Simplified Keyboard ซึ่งพยายามนำตัวอักษรที่ใช้บ่อยมาวางใกล้ตำแหน่งพักนิ้วมากขึ้น
มีการศึกษาบางชุดที่เสนอว่าการจัดแบบอื่นอาจช่วยเรื่องความเร็วหรือความสบายได้ในบางกรณี แต่ผลไม่ได้เป็นเอกฉันท์
สิ่งที่แน่นอนกว่าคือ ระบบใหม่เหล่านี้ต้องเจอกับคู่แข่งที่ใหญ่มาก
นั่นคือ คนทั้งโลกคุ้นกับ QWERTY ไปแล้ว
สิ่งที่แปลกที่สุดจึงไม่ใช่ QWERTY แต่คือเราใช้มันจนไม่รู้สึกว่าแปลก
ลองคิดดูว่า โทรศัพท์ในมือเรามีพลังประมวลผลมากกว่าเครื่องจักรยุคศตวรรษที่ 19 อย่างเทียบกันแทบไม่ได้
แต่ถ้าเปิดแป้นพิมพ์ภาษาอังกฤษขึ้นมา สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเรายังเริ่มด้วย
Q W E R T Y
เหมือนกับเครื่องพิมพ์ดีดเมื่อกว่า 150 ปีก่อน
ดังนั้นคำตอบของคำถามว่า “ทำไมไม่เรียง ABC?” อาจไม่ได้อยู่ที่ว่าการเรียง QWERTY เหนือกว่าในทุกด้าน
แต่อยู่ที่ว่า เมื่อเทคโนโลยีหนึ่งกลายเป็นมาตรฐานใหญ่พอ สิ่งที่ยากที่สุดอาจไม่ใช่การสร้างระบบใหม่ แต่คือการทำให้คนทั้งโลกยอมเลิกใช้ระบบเดิม
Smithsonian Magazine — Where Did the QWERTY Keyboard Come From?
อ้างอิง: https://www.smithsonianmag.com/innovation/origins-qwerty-keyboard-typewriter-180982726/
Smithsonian Magazine — The QWERTY Keyboard Will Never Die. Where Did the 150-Year-Old Design Come From?
อ้างอิง: https://www.smithsonianmag.com/history/the-qwerty-keyboard-will-never-die-where-did-the-150-year-old-design-come-from-49863249/
Koichi Yasuoka & Motoko Yasuoka — On the Prehistory of QWERTY
อ้างอิง: https://repository.kulib.kyoto-u.ac.jp/dspace/bitstream/2433/139379/1/42_161.pdf
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดี
รีวิวหนังดัง SHELTER คลั่งนรก หลบตาย
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/9/69
5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ
คนเกิดปี 1992–1999 มีวัยเด็กที่หายาก โตมากับ Analog และเป็นวัยรุ่นในยุค Digital
เปิด 5 สหกรณ์ที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในไทย อันดับ 1 เงินทะลุแสนล้าน!
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา
เปิด 7 อาชีพในไทยที่รายได้ดี แต่คนทั่วไปแทบไม่รู้ว่ามีอาชีพนี้
เลขเด่น 16/9/69 สำนักไหนให้เลขอะไร? เทียบชัด ๆ เลขไหนชนกันหลายสำนัก
3 พิธีกรชื่อดังที่มีค่าตัวแพงมากที่สุด
10มหาวิทยาลัยรัฐยอดนิยมที่คนอยากเข้าเรียนมากที่สุด
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีวิทยาเขตมากที่สุด
เปิด 5 สหกรณ์ที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในไทย อันดับ 1 เงินทะลุแสนล้าน!
คนเกิดปี 1992–1999 มีวัยเด็กที่หายาก โตมากับ Analog และเป็นวัยรุ่นในยุค Digital
รีวิวหนังดัง SHELTER คลั่งนรก หลบตาย
เปิดตำนาน “นางเอกหนังไทยคนแรก” ชีวิตจริงเป็นอดีตนางพระกำนัล




