หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คดีทำแท้งโบราณในรัชกาลที่ 4 มีหลักฐานจริงแค่ไหน?

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

เรื่องเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 4 มีหญิงจำนวนหนึ่งต้องพบจุดจบในเรือนปิดตาย เพราะการยุติการตั้งครรภ์แบบลับ ๆ ใช้วิธีรุนแรงตั้งแต่กดทับหน้าท้อง ไปจนถึงการสอดสิ่งของเข้าไปในร่างกาย ฟังแล้วสะเทือนใจและชวนให้เห็นภาพสยามเก่าว่าเต็มไปด้วยความโหดร้าย แต่เมื่อแยกเรื่องเล่าออกจากหลักฐาน คำกล่าวที่ระบุว่าเป็น “คดีสะเทือนขวัญ” เฉพาะยุครัชกาลที่ 4 ยังยืนยันแบบเจาะจงไม่ได้ หลักฐานที่หาได้ง่ายในชั้นต้นไม่ได้ชี้ถึงคดีเดียวที่มีชื่อ วันเดือนปี ผู้เกี่ยวข้อง และคำพิพากษาครบถ้วนพอจะเล่าเป็นเหตุการณ์ตายตัวได้ รายละเอียดบางส่วนจึงอาจเดินทางมาจากคำบอกเล่า ตำราสุขภาพเก่า ข่าวอาชญากรรมคนละยุค หรือภาพจำจากสังคมที่เห็นการทำแท้งเป็นเรื่องต้องปิดบัง แล้วค่อย ๆ หลอมรวมกันจนดูคล้ายเป็นคดีประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่ง แม้ยังระบุคดีเฉพาะเจาะจงไม่ได้ แต่ความเสี่ยงของการยุติการตั้งครรภ์นอกระบบในอดีตนั้นเป็นเรื่องจริงอย่างไม่ต้องแต่งเติม สมัยที่การแพทย์ยังไม่มีโรงพยาบาลเข้าถึงง่าย ไม่มียาปฏิชีวนะ ไม่มีระบบถ่ายเลือด และยังตรวจภาวะแทรกซ้อนได้จำกัด การบาดเจ็บในอุ้งเชิงกราน การติดเชื้อ หรือการเสียเลือดเพียงไม่นาน ล้วนพาคนป่วยไปสู่ภาวะวิกฤตได้ คำว่า “หมอตำแย” เองก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะหมอตำแยในชุมชนไม่ได้หมายถึงคนทำแท้งเถื่อนโดยอัตโนมัติ บทบาทหลักของหมอตำแยคือดูแลหญิงตั้งครรภ์ ช่วยทำคลอด ดูแลทารกแรกเกิด และให้คำแนะนำหลังคลอด ความรู้ส่งต่อกันผ่านประสบการณ์ ตำรา และขนบของแต่ละท้องถิ่น บางคนมีฝีมือและเป็นที่พึ่งของครอบครัวมาหลายชั่วอายุคน การเหมารวมว่าหมอตำแยทุกคนเป็นแม่มดหรือผู้ทำอันตรายแก่หญิงจึงบิดภาพประวัติศาสตร์ไปมาก สิ่งที่ทำให้การยุติการตั้งครรภ์ในอดีตเสี่ยงถึงตาย ไม่ได้อยู่แค่ที่เครื่องมือหรือสมุนไพร แต่อยู่ที่คนท้องแทบไม่มีทางเลือกให้ขอความช่วยเหลืออย่างเปิดเผย การตั้งครรภ์นอกสมรส ความยากจน ความสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย การถูกบังคับ หรือความกลัวว่าจะถูกครอบครัวตัดขาด ล้วนผลักให้เรื่องสุขภาพกลายเป็นความลับ เมื่อความลับต้องแลกกับการพึ่งคนไร้มาตรฐาน ความเสียหายก็มักเกิดขึ้นหลังประตูบ้านโดยไม่มีใครกล้าพาไปหาหมอ การเล่าถึงวิธีที่รุนแรงแบบละเอียดเกินจำเป็นอาจทำให้ภาพดูหวาดเสียว แต่ไม่ได้ช่วยให้เข้าใจอดีตมากขึ้น สิ่งที่ควรมองเห็นคือกลไกของอันตราย ร่างกายที่บาดเจ็บภายในอาจเสียเลือดโดยมองไม่เห็นจากภายนอก การใช้สิ่งของที่ไม่สะอาดเพิ่มโอกาสติดเชื้ออย่างร้ายแรง ส่วนสารจากพืชหรือยาพื้นบ้านก็อาจออกฤทธิ์ไม่แน่นอน บางอย่างกระทบหัวใจ ตับ ไต หรือทำให้มดลูกบีบตัวอย่างควบคุมไม่ได้ ยิ่งรักษาช้า โอกาสรอดยิ่งลดลง ในสยามยุครัชกาลที่ 4 ระบบกฎหมายและการแพทย์กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน รัฐเริ่มใช้สื่อสิ่งพิมพ์และระเบียบสมัยใหม่มากขึ้น แต่ชีวิตของคนส่วนใหญ่ยังผูกกับชุมชน เครือญาติ ความเชื่อ และผู้รักษาท้องถิ่น การแพทย์ตะวันตกยังไม่ได้เป็นบริการใกล้บ้านสำหรับทุกคนเหมือนทุกวันนี้ จึงไม่แปลกที่เรื่องเจ็บป่วยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์จะอยู่ในพื้นที่ก้ำกึ่งระหว่างภูมิปัญญา ความกลัว และการปกปิด กฎหมายไทยที่บัญญัติความผิดฐานทำให้แท้งอย่างเป็นระบบในแบบสมัยใหม่มาทีหลังยุครัชกาลที่ 4 มาก การเอากรอบกฎหมายปัจจุบันย้อนกลับไปตัดสินคนในอดีตจึงไม่พอ ต้องมองด้วยว่าหญิงคนหนึ่งมีข้อมูลอะไร เข้าถึงการรักษาได้แค่ไหน และแบกรับแรงกดดันจากคนรอบตัวเพียงใด ประวัติศาสตร์ส่วนนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดของคนโบราณ หากเป็นเรื่องของสุขภาพ สิทธิในร่างกาย และความเหลื่อมล้ำที่ซ่อนอยู่ใต้คำว่า “ความอับอาย” ทุกวันนี้ การยุติการตั้งครรภ์ในประเทศไทยมีบริการทางการแพทย์ที่ปลอดภัยภายใต้เงื่อนไขกฎหมายและแนวทางวิชาชีพ การขอความช่วยเหลือจากบุคลากรสุขภาพจึงต่างจากการเสี่ยงกับวิธีลับ ๆ ในอดีตโดยสิ้นเชิง หากมีอาการปวดท้องรุนแรง เลือดออกมาก หน้ามืด เป็นไข้ หรือมีกลิ่นผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์และหลังแท้ง ควรไปสถานพยาบาลทันที ไม่ควรรอให้ความกลัวหรือความอายตัดสินแทนสุขภาพ เรื่องเล่าคดีทำแท้งโบราณจึงควรถูกเล่าด้วยความเที่ยงตรงพอ ๆ กับความเห็นใจ จะยิ่งมีพลังเมื่อบอกชัดว่ารายละเอียดใดเป็นหลักฐาน รายละเอียดใดเป็นคำบอกเล่าที่ยังตรวจสอบไม่ครบ เพราะสิ่งที่น่าหดหู่ที่สุดไม่ใช่ภาพความโหดร้ายในอดีต แต่คือการที่คนคนหนึ่งเคยต้องเผชิญเหตุอันตรายลำพัง เพียงเพราะสังคมไม่เปิดพื้นที่ให้ขอความช่วยเหลืออย่างปลอดภัย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 78 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบเมื่อเจอคนถูกไฟดูด เราควรช่วยอย่างไรให้ปลอดภัยหนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตกBed-In for Peace: เมื่อ "เตียงนอน" กลายเป็นเวทีประท้วงสันติภาพของ John Lennon และ Yoko Onoเปลี่ยนเครื่องยนต์เจ็ทสู่จักรกลดับเพลิงและละลายหิมะ: นวัตกรรมสุดขั้วจากยุคสงครามเย็นเมื่อขาดน้ำ การดื่มปัสสาวะช่วยรอดจริงหรือจังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียน5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริงเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?มหัศจรรย์ภาพวาดของ Giuseppe Arcimboldo: เมื่อผัก ผลไม้ และสิ่งของ รวมกันเป็นใบหน้าคนเลข 6 ถูกย้ำถึง 5 จุด! แกะใบ “นกตาทิพย์” 16 ต.ค. 69 จาก 61-64-67-69 มีจุดไหนต้องจับตา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทยเมื่อเจอคนถูกไฟดูด เราควรช่วยอย่างไรให้ปลอดภัยเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยแผ่นดินไหวในตึกสูงควรทำอะไรก่อนลงบันไดมอสส์บนต้นไม้บอกทิศเหนือได้จริงหรือไม่เมื่อขาดน้ำ การดื่มปัสสาวะช่วยรอดจริงหรือ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไส้เดือนขึ้นถนนหลังฝนตกเพราะอะไรสึนามิที่ขึ้นฝั่งมีหน้าตาแบบใดน้ำท่วมทำให้ต้นไม้ถูกใยแมงมุมคลุมได้อย่างไรกำแพงกระสอบทรายช่วยบ้านรับมือน้ำท่วมได้อย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่