ฮังการี มีดีอะไรทำไมทั้งโลกต้องหันมามอง
ฮังการี ประเทศที่มีประชากรราว 9 ล้านคนแห่งนี้ไม่มีแม้แต่ทางออกสู่ทะเล ไม่มีบ่อน้ำมันขนาดมหึมา หรือแร่ธาตุหายากที่ทรงมูลค่า แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถยืนหยัดต่อสู้บนเวทีโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรีคือทำเลทองและมันสมองของคนในชาติ ด้วยความที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรปแบบพอดิบพอดี
ใช้เวลาเดินทางไป Vienna เพียงแค่ 2 ชั่วโมง พื้นที่แห่งนี้จึงกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างฝั่งตะวันตกและตะวันออก ใครก็ตามที่ต้องการสร้างโรงงานเพื่อส่งสินค้าไปขายทั่วทั้งทวีปย่อมต้องมองมาที่นี่เป็นอันดับแรก นอกเหนือจากเรื่องของทำเลแล้ว ความสามารถของประชากรก็ถือว่าระดับเทพ เพราะประเทศเล็กๆ แห่งนี้สามารถปั้นนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลได้มากกว่า 10 คน ทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของสิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลกมากมายตั้งแต่ปากกาลูกลื่น รูบิค ไปจนถึงรากฐานของระบบคอมพิวเตอร์สมัยใหม่
รื้อประวัติศาสตร์ อาวุธลับของประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล
หากมองย้อนกลับไปในยุคสงครามเย็น แม้จะตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ แต่ก็เป็นเวอร์ชั่นที่ผ่อนปรนมากที่สุดจนได้รับฉายาเฉพาะตัวตามชื่อเมนูซุปเนื้อประจำชาติว่า Goulash Communism ซึ่งอนุญาตให้มีระบบตลาดเสรีขนาดเล็กแทรกตัวอยู่ ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านในยุคเดียวกัน เมื่อกำแพง Berlin ล่มสลาย พวกเขาจึงสามารถปรับตัวและออกตัวได้เร็วกว่าใคร เปิดรับเงินทุนจากต่างชาติเข้ามาพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี 2004 ก็สามารถก้าวเข้าไปเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปหรือ EU ได้สำเร็จ การเข้าร่วมครั้งนี้เปรียบเสมือนการติดปีกบิน เพราะได้ทั้งตลาดขนาดใหญ่และเงินกองทุนสนับสนุนการพัฒนาประเทศ เวทีถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมบูรณ์แบบรอเพียงแค่ตัวละครเอกก้าวขึ้นมาเฉิดฉาย
ยุคทองของ Viktor Orban และสูตรเศรษฐกิจที่โลกต้องตะลึง
ก้าวเข้าสู่ปี 2010 หลังจากที่โลกเพิ่งบอบช้ำจากวิกฤตการเงินจนหลายประเทศต้องขอความช่วยเหลือจาก IMF ชายหนุ่มนามว่า Viktor Orban ก็ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย พร้อมกับคำมั่นสัญญาที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจของประเทศใหม่ทั้งหมด นำมาซึ่งสูตรสำเร็จที่สื่อมวลชนพร้อมใจกันเรียกว่า Orbanomics ซึ่งประกอบไปด้วยเสาหลักสำคัญ 3 ประการที่ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดเม็ดเงินและสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศอย่างเต็มพิกัด
เสาหลักที่ 1 ดึงค่ายรถระดับโลกเข้าบ้าน
กลยุทธ์แรกที่ถูกนำมาใช้คือการปูพรมแดงต้อนรับบรรดาค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากเยอรมนี ด้วยการหั่นภาษีนิติบุคคลให้เหลือเพียง 9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นเรตที่ต่ำที่สุดในสหภาพยุโรป พร้อมทั้งแจกเงินอุดหนุนและจัดการเตรียมพื้นที่ดินให้พร้อมสรรพ ผลลัพธ์ที่ได้คือการหลั่งไหลเข้ามาของแบรนด์ดังระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Audi ที่มาตั้งโรงงานผลิตเครื่องยนต์ขนาดมหึมาที่เมือง Gyor ตามมาด้วย Mercedes Benz ที่ไปปักหลักอยู่เมือง Kecskemet และยังมี BMW ที่ตามมาสบทบในภายหลัง อุตสาหกรรมยานยนต์จึงกลายมาเป็นกระดูกสันหลังหลักของการส่งออกและการจ้างงานนับแสนตำแหน่ง พูดง่ายๆ ว่ารถหรูเยอรมันหลายคันที่วิ่งโฉบเฉี่ยวอยู่บนท้องถนน มีโอกาสสูงมากที่หัวใจสำคัญของตัวรถจะถูกประกอบขึ้นที่นี่
เสาหลักที่ 2 จ้างงานเต็มสูบ
เป้าหมายต่อไปคือการสร้างสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยการทำงาน รัฐบาลประกาศใช้อัตราภาษีเงินได้แบบรวดเดียวจบที่ 15 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับอัดฉีดสวัสดิการครอบครัวอย่างหนักเพื่อจูงใจให้คนอยากมีบุตร นโยบายเหล่านี้ส่งผลให้อัตราการว่างงานที่เคยพุ่งสูงปรี๊ดลดฮวบลงมาเหลือเพียงราว 4 เปอร์เซ็นต์ ค่าแรงของประชาชนก็ขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้คนมีกำลังซื้อและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม
เสาหลักที่ 3 พลังงานราคาถูกจากเพื่อนซี้
จุดที่ถือเป็นดาบสองคมและมีความเสี่ยงมากที่สุดคือนโยบายด้านพลังงาน ประเทศแห่งนี้นำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์และก๊าซธรรมชาติมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ โดยพึ่งพาแหล่งพลังงานหลักจากประเทศรัสเซียในราคามิตรภาพ รัฐบาลใช้ประโยชน์จากจุดนี้ในการกดบิลค่าไฟและค่าก๊าซหุงต้มของครัวเรือนให้มีราคาถูกแสนถูก กลายมาเป็นจุดขายทางการเมืองที่มัดใจชาวบ้านได้อย่างเหนียวแน่น นอกจากนี้ในช่วงหลังยังมีการดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง CATL และ BYD ให้เข้ามาลงทุนสร้างโรงงานมูลค่าหลายพันล้านยูโร เพื่อหวังจะปั้นประเทศให้เป็นศูนย์กลางแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของทวีปยุโรป
รอยร้าวที่ซ่อนอยู่ เมื่อพายุลูกใหญ่พัดถล่ม
ช่วงสิบปีแรกทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างสวยงาม เศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ยปีละ 4 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ นักลงทุนต่างชาติตบเท้าเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แต่นักวิเคราะห์ในวงการต่างมองเห็นรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ใต้พรม ไม่ว่าจะเป็นการเอาชะตาของประเทศไปผูกติดกับอุตสาหกรรมรถยนต์ต่างชาติ การพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ และการที่รัฐบาลเริ่มรวบอำนาจ ควบคุมสื่อมวลชน และแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม จนเกิดความขัดแย้งกับผู้บริหารใน Brussels อย่างรุนแรง และแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 เมื่อรัสเซียตัดสินใจบุกยูเครน รอยร้าวทั้งหมดก็แตกดังโพละพร้อมกันทันที
พายุลูกแรก บิลค่าไฟที่พุ่งทะลุเพดาน
เมื่อสงครามปะทุขึ้น ราคาพลังงานในตลาดโลกก็พุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง ประเทศที่พึ่งพาก๊าซจากรัสเซียมากที่สุดในกลุ่ม EU ต้องเผชิญกับวิกฤตอย่างหนัก นโยบายค่าไฟถูกที่เคยเป็นจุดขายอันแข็งแกร่งกลายสภาพเป็นระเบิดเวลาทำลายล้างงบประมาณแผ่นดิน รัฐบาลต้องควักเงินคงคลังจำนวนมหาศาลออกมาอุดหนุนจนในที่สุดก็แบกรับภาระไม่ไหว ต้องยอมปล่อยให้ประชาชนที่ใช้ไฟเกินโควตาต้องจ่ายค่าพลังงานแพงขึ้นหลายเท่าตัว สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทุกหัวระแหง
พายุลูกที่ 2 แชมป์เงินเฟ้อที่ไม่มีใครอยากได้
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาด้วยการสั่งตรึงราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน ฟังเผินๆ อาจจะดูเข้าที แต่ในความเป็นจริงมันคือหายนะขนานแท้ ชั้นวางของในซูเปอร์มาร์เก็ตว่างเปล่า ปั๊มน้ำมันต้องจำกัดการเติม เมื่อทนฝืนกลไกตลาดไม่ไหวและต้องยกเลิกการตรึงราคา ข้าวของก็ดีดตัวแพงขึ้นรุนแรงกว่าเดิม ในปี 2023 อัตราเงินเฟ้อพุ่งทะยานไปแตะจุดสูงสุดที่ราว 25 เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 17 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งครองแชมป์สูงสุดในสหภาพยุโรป สินค้าหมวดอาหารแพงขึ้นเกือบครึ่ง ประชาชนในกรุง Budapest ถึงกับต้องขับรถข้ามพรมแดนไปซื้อของใช้ในประเทศ Slovakia และ Austria เพราะราคาถูกกว่า ค่าเงิน Forint อ่อนค่าลงอย่างหนัก ธนาคารกลางต้องงัดมาตรการฉุกเฉินด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปถึง 18 เปอร์เซ็นต์ เพื่อพยุงสถานการณ์ ซึ่งผลที่ตามมาคือการบีบรัดคอหอยภาคธุรกิจและคนผ่อนบ้านให้แทบขาดใจ
พายุลูกที่ 3 แตกหักกับกระเป๋าเงินใบใหญ่
ปัญหาที่สาหัสที่สุดคือการทะเลาะเบาะแว้งกับนายจ้างคนสำคัญ เงินกองทุนจาก EU ที่เปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจถูกระงับการจ่าย เนื่องจากความขัดแย้งในเรื่องของหลักนิติธรรม ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และการแทรกแซงอำนาจศาล ทำให้บอร์ดบริหารที่ Brussels ตัดสินใจแช่แข็งเงินสนับสนุนมูลค่านับหมื่นล้านยูโร เงินก้อนโตที่ควรจะได้นำมาสร้างถนนหนทาง พัฒนาโรงเรียน และปรับปรุงโรงพยาบาล กลับถูกล็อกเก็บไว้ในตู้เซฟอย่างแน่นหนา ในขณะเดียวกันฝ่ายผู้นำก็ตอบโต้ด้วยการขัดขวางมติการช่วยเหลือยูเครน ยิ่งทำให้ประเทศกลายเป็นแกะดำในสายตาเพื่อนสมาชิก
ฟางเส้นสุดท้าย เมื่อปากท้องสำคัญกว่าคำโฆษณา
ผลพวงจากวิกฤตทั้งสามด้านทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่สภาวะชะงักงัน ในปี 2023 ตัวเลขการเติบโตติดลบ และคาดการณ์ว่าในปี 2024 ถึง 2025 จะเติบโตได้เพียงเศษเสี้ยวเปอร์เซ็นต์ การลงทุนหดตัวลงอย่างน่าใจหาย ภาคธุรกิจสูญเสียความเชื่อมั่น บรรดาครูบาอาจารย์และบุคลากรทางการแพทย์ต้องเผชิญกับความยากลำบาก ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ที่รั้งท้ายตารางของ EU ทำให้คนเก่งหัวกะทิของประเทศจำนวนมากตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่ Vienna ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่า 2 ถึง 3 เท่า ในขณะที่ประชาชนทั่วไปต้องทนรับสภาพความเหลื่อมล้ำ คนใกล้ชิดรัฐบาลกลับร่ำรวยขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ชนะการประมูลงานของรัฐบาลครั้งแล้วครั้งเล่า ความคับแค้นใจเหล่านี้ก่อตัวเป็นคลื่นใต้น้ำที่รอวันปะทุ
จนกระทั่งการปรากฏตัวของ Peter Magyar อดีตคนวงในที่แปรพักตร์ออกมาก่อตั้งพรรค Tisza เขาทำการเปิดโปงความเน่าเฟะจากภายใน และเป็นกระบอกเสียงสะท้อนความอัดอั้นตันใจของประชาชน ทั้งเรื่องค่าครองชีพ สภาพโรงพยาบาล การศึกษา และปัญหาคอร์รัปชัน รวมถึงประเด็นเงินอุดหนุนจาก EU ที่สูญหายไปในอากาศ ความกล้าหาญในการตีแผ่ความจริงทำให้เขาได้รับเสียงสนับสนุนอย่างถล่มทลาย นำมาซึ่งจุดจบของผู้นำที่เคยทรงอำนาจที่สุดในค่ำคืนวันที่ 12 เมษายน 2026 เศรษฐกิจเป็นผู้สร้างความยิ่งใหญ่ให้เขาในปี 2010 และเศรษฐกิจก็เป็นเพชฌฆาตที่ลงดาบปลดเขาออกจากเวทีในปี 2026 เช่นเดียวกัน
อนาคตของ Hungary บนทางแพร่ง
ตัดภาพมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน เริ่มมีสัญญาณเชิงบวกปรากฏให้เห็นบ้างแล้ว อัตราเงินเฟ้อเริ่มสงบลงและปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2 เปอร์เซ็นต์ในบางช่วง แม้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจะยังคงทรงตัวเหนือระดับ 3 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม และค่าเงิน Forint กลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น ตลาดพันธบัตรเริ่มกลับมาคึกคัก องค์กรระหว่างประเทศอย่าง OECD และคณะกรรมาธิการยุโรปประเมินว่าเศรษฐกิจในปีนี้อาจจะกลับมาเติบโตได้ราว 1 จุด 6 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่นักลงทุนจับตามองมากที่สุดคือความหวังที่รัฐบาลชุดใหม่จะสามารถเจรจาปลดล็อกเงินกองทุน EU ที่ถูกแช่แข็งไว้ได้สำเร็จ ซึ่งหากทำได้ เม็ดเงินมหาศาลจะไหลทะลักเข้ามาฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจที่หลับใหลมานาน
อ้างอิง: https://www.youtube.com/watch?v=crxaJ2Ms6cc
เขียนโดย superjay24
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
เกาะภูเขาไฟที่ถูกเรียกว่า “ไข่มุกสีดำแห่งเมดิเตอร์เรเนียน”
ทำไมแค่พูดคำว่า “ระเบิด” บนเครื่องบิน ถึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
“ดวงตาพญานาคา” ส่องประกายกลางภูลังกา ทำไมหลุมหินธรรมชาติถึงดูเหมือนมี “ดวงตา” จริง ๆ?
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก
ฝางมีเสน่ห์จากภูเขา ชุมชน และอาหารท้องถิ่น
จากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้าน
4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุด
รายการโหนกระแสของ “หนุ่ม กรรชัย” มีรายได้ตอนละเท่าไหร่
นาฬิกา 350 บาทที่ยังชนะ Apple Watch ด้วยความเรียบง่ายที่ใช้ได้จริง
ไม้สักปลวกไม่กิน จริงหรือ? ความจริงอยู่ที่ “แก่นไม้” และสารธรรมชาติในเนื้อไม้
ไข่ผำของแซ่บอีสาน สู่ Superfoods แห่งโลกอนาคต
จังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด
ทำไมแค่พูดคำว่า “ระเบิด” บนเครื่องบิน ถึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
ฝางมีเสน่ห์จากภูเขา ชุมชน และอาหารท้องถิ่น
“ดวงตาพญานาคา” ส่องประกายกลางภูลังกา ทำไมหลุมหินธรรมชาติถึงดูเหมือนมี “ดวงตา” จริง ๆ?
แตงกวา ผักกรอบฉ่ำน้ำที่ดูธรรมดา แต่มีประโยชน์กว่าที่หลายคนคิด
ทำไมแค่พูดคำว่า “ระเบิด” บนเครื่องบิน ถึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
ไม้สักปลวกไม่กิน จริงหรือ? ความจริงอยู่ที่ “แก่นไม้” และสารธรรมชาติในเนื้อไม้
10 อาชีพที่มีรายได้สูงโดยไม่จำเป็นต้องจบมหาวิทยาลัย พร้อมลักษณะงานและรายได้โดยประมาณ
ทำไมเห็ดราจึงใกล้ชิดสัตว์มากกว่าพืช ทั้งที่หน้าตาคล้ายพืช


