คนแต่ละประเทศเรียก "แม่" ว่าอะไรบ้าง
คำว่า "แม่" น่าจะเป็นคำแรก ๆ ที่หลายคนพูดได้ตั้งแต่ยังเล็ก
ไม่ว่าจะเป็นเด็กในไทย ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส หรืออีกซีกโลกหนึ่งของโลก
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้แต่ละประเทศจะใช้ภาษาต่างกัน แต่คำที่ใช้เรียกแม่หลายคำกลับฟังดูคล้ายกันอย่างไม่น่าเชื่อ
ไม่ว่าจะเป็น "มาม่า" "มามา" "มัม" หรือ "ออมมา" ล้วนมีเสียงที่ออกง่ายสำหรับเด็กเล็ก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายภาษาจะมีคำเรียกแม่ที่ใกล้เคียงกัน
ลองไปดูกันว่า คนในแต่ละประเทศเรียกแม่ว่าอะไรกันบ้าง
ไทย
คนไทยเรียกว่า แม่
ในชีวิตประจำวัน หลายครอบครัวยังใช้คำว่า "แม่" ตรง ๆ ส่วนเด็กเล็กบางคนอาจเรียกว่า "หม่าม้า" ซึ่งได้รับอิทธิพลจากครอบครัวไทยเชื้อสายจีน
จีน
ภาษาจีนกลางใช้คำว่า มามา
เป็นคำที่เด็กจีนใช้เรียกคุณแม่ตั้งแต่เล็ก และเป็นคำที่ได้ยินบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน
ชาวญี่ปุ่นเรียกแม่ว่า โอกาซัง
แต่เวลาพูดกับแม่โดยตรง เด็กเล็กหลายคนจะเรียกสั้น ๆ ว่า โอกะซัง หรือบางครอบครัวใช้คำที่เป็นกันเองมากขึ้น เช่น มามะ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมสมัยใหม่
คำที่ใช้กันทั่วไปคือ ออมมา
เป็นคำที่ได้ยินบ่อยทั้งในชีวิตจริงและในซีรีส์เกาหลี
หากเป็นการพูดอย่างเป็นทางการ จะใช้คำที่สุภาพมากขึ้น แต่ในบ้าน "ออมมา" คือคำที่คนเกาหลีคุ้นเคยที่สุด
เวียดนาม
ชาวเวียดนามส่วนใหญ่เรียกแม่ว่า เม
แม้การออกเสียงจะต่างกันเล็กน้อยตามสำเนียงของแต่ละภูมิภาค แต่ก็เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย
ลาว
ภาษาลาวใช้คำว่า แม่ เช่นเดียวกับภาษาไทย เพียงแต่สำเนียงต่างออกไป
เนื่องจากภาษาและวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดกัน จึงมีคำหลายคำที่เหมือนหรือคล้ายกันมาก
กัมพูชา
ชาวกัมพูชาใช้คำว่า แม
ในบางพื้นที่อาจมีสำเนียงต่างกันเล็กน้อย แต่ความหมายยังคงเหมือนเดิม
อินเดียมีภาษาท้องถิ่นหลายร้อยภาษา
ในภาษาฮินดี ซึ่งเป็นภาษาที่มีผู้ใช้มากที่สุด คำว่าแม่คือ มา
ส่วนบางรัฐก็ใช้คำที่แตกต่างกันออกไปตามภาษาท้องถิ่น
ฝรั่งเศส
ชาวฝรั่งเศสเรียกแม่ว่า มาม็อง
เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปทั้งในครอบครัวและในชีวิตประจำวัน
สเปน
ภาษาสเปนใช้คำว่า มามา
หลายประเทศในอเมริกาใต้ที่ใช้ภาษาสเปนก็เรียกเหมือนกัน แม้สำเนียงจะต่างกันเล็กน้อย
อิตาลี
คนอิตาลีเรียกแม่ว่า มัมมา
เป็นคำที่คุ้นหูจากภาพยนตร์ เพลง และวัฒนธรรมของอิตาลี
เยอรมนี
ภาษาเยอรมันใช้คำว่า มุทเทอร์
แต่ในครอบครัว เด็ก ๆ มักเรียกแบบเป็นกันเองว่า มามา
สหราชอาณาจักร
ในอังกฤษ เด็กส่วนใหญ่เรียกแม่ว่า มัม
บางพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือของอังกฤษ อาจใช้คำว่า มัมมี ในช่วงวัยเด็ก
คนอเมริกันนิยมใช้คำว่า มอม หรือ มัม
เด็กเล็กจำนวนมากมักเริ่มจากคำว่า มอมมี ก่อน แล้วเมื่อโตขึ้นจึงเรียกสั้นลง
รัสเซีย
ภาษารัสเซียใช้คำว่า มามา
เป็นคำที่ออกเสียงง่าย และคล้ายกับหลายภาษาในยุโรป
ทำไมหลายประเทศถึงเรียกคล้ายกัน นักภาษาศาสตร์อธิบายว่า
เด็กเล็กมักเปล่งเสียงที่ใช้ริมฝีปากได้ก่อน เช่น เสียง "ม" และเสียงสระ "อา"
เมื่อเด็กพยายามเรียกคนที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด คำที่ได้จึงมักออกมาเป็น "มา" "มามา" หรือเสียงที่ใกล้เคียงกัน
ด้วยเหตุนี้ หลายภาษาทั่วโลกจึงมีคำเรียกแม่ที่ฟังคล้ายกัน แม้จะไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางภาษาโดยตรง
ถึงแม้แต่ละประเทศจะใช้คำไม่เหมือนกัน
แม่...
มามา...
ออมมา...
มาม็อง...
มัม...
หรือโอกาซัง...
ทุกคำต่างมีความหมายเดียวกัน คือคนที่คอยดูแล เลี้ยงดู และอยู่เคียงข้างเราตั้งแต่วันแรกของชีวิต
บางครั้งแค่ได้ยินคำเรียกเหล่านี้ ก็ทำให้หลายคนนึกถึงแม่ได้ทันที
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหน
โรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิต
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหน
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแส
เปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?
หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่
เจาะลึก "พระมีเมีย" ทำไมบางประเทศถึงแต่งงานได้ ไม่ผิดวินัย
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
ใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพง
ทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?
6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!
ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"