ความเป็นมาของบราวนี่: ขนมหวานชิ้นเล็กที่ครองใจคนทั่วโลก
บราวนี่ (Brownie) เป็นขนมอบที่มีต้นกำเนิดจากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับความนิยมจากเนื้อสัมผัสที่นุ่ม หนึบ หรือฟู ขึ้นอยู่กับสูตรการทำ และมีรสชาติเข้มข้นของช็อกโกแลต จนกลายเป็นหนึ่งในขนมหวานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั่วโลก
จุดกำเนิดของบราวนี่
มีเรื่องเล่าหลายเรื่องเกี่ยวกับการกำเนิดของบราวนี่ แต่เรื่องที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ บราวนี่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ที่เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา
ในปี ค.ศ. 1893 ระหว่างการจัดงาน World's Columbian Exposition ที่นครชิคาโก มีการขอให้เชฟของโรงแรม Palmer House สร้างขนมหวานที่สามารถรับประทานได้ง่าย พกพาสะดวก และเหมาะสำหรับใส่ในกล่องอาหารกลางวัน เชฟจึงคิดค้นขนมช็อกโกแลตเนื้อแน่นที่ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของบราวนี่ที่รู้จักกันในปัจจุบัน
ตำนาน "ลืมใส่ผงฟู"
อีกหนึ่งเรื่องเล่าที่ได้รับความนิยมคือ มีแม่ครัวคนหนึ่งตั้งใจทำเค้กช็อกโกแลต แต่ลืมใส่ผงฟูหรือสารทำให้ขึ้นฟู ส่งผลให้เค้กมีลักษณะแบนและเนื้อแน่น อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยัน จึงถือเป็นเพียงตำนานที่เล่าต่อกันมา
การเผยแพร่สูตรบราวนี่
สูตรบราวนี่เริ่มปรากฏในตำราอาหารช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยหนึ่งในสูตรที่ได้รับการอ้างอิงบ่อยคือหนังสือ The Boston Cooking-School Cook Book ของ Fannie Merritt Farmer ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1906 และมีการปรับปรุงสูตรให้ใกล้เคียงบราวนี่แบบที่นิยมในปัจจุบัน
หลังจากนั้น บราวนี่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกา ก่อนจะแพร่หลายไปยังยุโรป เอเชีย และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
บราวนี่ในปัจจุบัน
ปัจจุบันบราวนี่มีการพัฒนาสูตรให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบสนองความชอบของผู้บริโภค เช่น
- Fudgy Brownie เนื้อแน่น หนึบ และชุ่มฉ่ำ
- Cakey Brownie เนื้อฟูคล้ายเค้ก
- Chewy Brownie เนื้อเหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน
- บราวนี่หน้าครีมชีส
- บราวนี่ถั่วอัลมอนด์หรือวอลนัต
- บราวนี่ชาเขียว มัทฉะ หรือชาไทย
- บราวนี่ไร้แป้งและสูตรวีแกนสำหรับผู้รักสุขภาพ
นอกจากนี้ ยังมีการนำบราวนี่ไปดัดแปลงเป็นเมนูอื่น ๆ เช่น ไอศกรีมบราวนี่ บราวนี่ชีสเค้ก บราวนี่ซันเดย์ และบราวนี่ในรูปแบบเครื่องดื่มหรือของหวานฟิวชัน
บทสรุป
บราวนี่เป็นขนมที่ถือกำเนิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยรสชาติช็อกโกแลตที่เข้มข้น เนื้อสัมผัสที่หลากหลาย และสามารถดัดแปลงได้ตามความคิดสร้างสรรค์ ทำให้บราวนี่ยังคงเป็นขนมหวานยอดนิยมที่ครองใจผู้คนทุกเพศทุกวัยทั่วโลก
Fannie Merritt Farmer. The Boston Cooking-School Cook Book (1906).
Gil Marks. Encyclopedia of American Food and Drink.
Smithsonian Magazine. บทความเกี่ยวกับประวัติอาหารและขนมอเมริกัน.
Encyclopaedia Britannica. Brownie (dessert).
มารู้จัก “แบล็กซาโปเต” ผลไม้พุดดิ้งช็อกโกแลต เนื้อนุ่มเหมือนขนม รสชาติเป็นอย่างไร?
ใบเขียว งวด 1 พ.ย. 69 เผยสูตรคำนวณใหม่ พร้อมแนวทางจากกรอบตัวเลข
ซุปกระดูกให้แคลเซียมได้มากแค่ไหน และอะไรทำให้ปริมาณต่างกัน?
"เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง"วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ปล่อยชุดเต็ม 3 ตัวเม็ดเดียวเน้นๆ
10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน
The Pizza Company กับ Pizza Hut ต่างกันอย่างไร? เปิดที่มาสองแบรนด์พิซซ่าดังที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
เปิด 10 จังหวัดวัดร้างมากที่สุดในไทย! เชียงใหม่พุ่ง 986 แห่ง
เลขมงคล "เจ้าแม่ตะเคียนทองให้โชค" ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
เลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจ
เจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือเจดีย์อะไรสร้างเมื่อไหร่
ถ้าเมืองหนึ่งไม่มีต้นไม้เลย ผู้คนจะสูญเสียอะไรบ้าง นอกจากความร่มรื่น ?
“แม่บุ๋ม” เจ็บหนัก ฝั่ง “ก็อต อธิป” เคลื่อนไหวสวนกระแส ลั่นทำดีมาเยอะแล้ว
ซุปกระดูกให้แคลเซียมได้มากแค่ไหน และอะไรทำให้ปริมาณต่างกัน?
มารู้จัก “แบล็กซาโปเต” ผลไม้พุดดิ้งช็อกโกแลต เนื้อนุ่มเหมือนขนม รสชาติเป็นอย่างไร?
นิทรรศการ RM x SFMOMA จัดงานสะสมส่วนตัวให้คุยกับศิลปะเกาหลีสมัยใหม่อย่างไร?
UNESCO ก่อตั้งหลังสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐธรรมนูญที่ลงนาม 16 พฤศจิกายน 1945 ตั้งใจใช้การศึกษาและวัฒนธรรมสร้างสันติภาพอย่างไร?
เปิด 10 จังหวัดวัดร้างมากที่สุดในไทย! เชียงใหม่พุ่ง 986 แห่ง
"เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง"วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ปล่อยชุดเต็ม 3 ตัวเม็ดเดียวเน้นๆ



