หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความแตกต่างระหว่างดาวตกกับอุกกาบาตที่คุณอาจยังเข้าใจผิด

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

เคยสังเกตไหมเวลามองขึ้นไปบนท้องฟ้าในคืนที่มืดสนิทแล้วเห็นแสงวาบพาดผ่าน บางคนเรียกว่าดาวตก บางคนเรียกว่าผีพุ่งไต้ แต่พอเจอข่าวเกี่ยวกับชิ้นส่วนหินตกลงมาบนโลกกลับเรียกว่าอุกกาบาต

ความสับสนเหล่านีเกิดขึ้นบ่อยครั้งเพราะในภาษาพูดเรามักเรียกสิ่งต่างๆ ปนกันไป แต่ถ้ามองในมุมดาราศาสตร์แล้ว สองคํานี้มีจุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามช่วงเวลาและตําแหน่งที่วัตถุเหล่านั้นอยู่ครับ

เริ่มต้นจากสิ่งที่เราเรียกกันว่าดาวตก ภาพของมันคือแสงสว่างวาบที่วิ่งผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้มีอะไรเป็นดวงดาวหลุดลงมาหรอก สิ่งที่เกิดขึ้นคือเศษฝุ่นหรือหินขนาดเล็กที่ล่องลอยอยู่ในอวกาศ

เมื่อวัตถุพวกนี้หลุดเข้ามาในชั้นบรรยากาศของโลก แรงเสียดทานระหว่างวัตถุกับอากาศจะทําให้เกิดความร้อนสูงจนวัตถุนั้นลุกไหม้และกลายเป็นแสงสว่างที่เราเห็นนั่นเอง ช่วงเวลาที่มันเปลี่ยนสภาพจากเศษหินธรรมดามาเป็นแสงบนฟ้า

เราจึงเรียกสิ่งนี้ว่าดาวตก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกมันจะมอดไหม้ไปจนหมดสิ้นในชั้นบรรยากาศก่อนที่จะตกลงมาถึงพื้นโลกเสียด้วยซ้ํา จึงเป็นเหตุผลว่าทําไมเราถึงเห็นดาวตกบ่อย แต่กลับไม่ค่อยพบเห็นเศษซากมันนั่นเอง

ทีนี้มาถึงคําว่าอุกกาบาตกันบ้าง นิยามของมันคือวัตถุที่มีขนาดใหญ่พอที่จะผ่านการเสียดสีและการลุกไหม้ในชั้นบรรยากาศลงมาได้โดยที่ยังหลงเหลือซากของมันมาตกลงบนพื้นผิวโลกได้สําเร็จ ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ

ก็คือดาวตกคือเหตุการณ์ระหว่างเดินทางบนท้องฟ้า แต่อุกกาบาตคือวัตถุที่เหลือรอดมาจนถึงปลายทางนั่นเอง วัตถุเหล่านี้ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยโลหะและหินชนิดต่างๆ ซึ่งถ้ามันตกลงมาถึงพื้นได้จริง

นักดาราศาสตร์จะให้ความสนใจมากเป็นพิเศษเพราะมันเป็นเหมือนบรรณาการจากอวกาศที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาองค์ประกอบของหุบเขาอวกาศหรือสิ่งอื่นนอกโลกได้โดยไม่ต้องเดินทางออกไปเก็บตัวอย่างด้วยตัวเอง

หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วจุดแบ่งระหว่างคําพวกนี้จริงๆ คืออะไร คําตอบคือสถานะของมันครับ หากมันยังอยู่บนท้องฟ้าและกําลังเผาไหม้เราเรียกว่าดาวตก แต่พอทิ้งรอยหรือชิ้นส่วนไว้บนดินเราค่อยเปลี่ยนเรียกมันว่าอุกกาบาต

ซึ่งรวมไปถึงอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่ตกลงมาแล้วทิ้งหลุมอุกกาบาตขนาดมหึมาไว้ด้วย ทั้งหมดนี้เป็นเพียงกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาบนโลกเรา เพียงแต่บางครั้งวัตถุเหล่านั้นมีขนาดเล็กเกินกว่าจะสังเกตเห็น

หรือบางครั้งก็ตกในมหาสมุทรที่ห่างไกลทําให้เราไม่ทันได้รู้ตัว แต่ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรก็ตาม กิจกรรมบนท้องฟ้าเหล่านี้ก็ยังเป็นสิ่งที่ทําให้ท้องฟ้ายามค่ําคืนดูน่าหลงใหลและน่าค้นหาอยู่เสมอ

ใครที่อยากเห็นปรากฏการณ์ดาวตกแบบชัดๆ ก็ลองติดตามช่วงที่มีฝนดาวตกประจําปี ซึ่งเป็นช่วงที่โลกโคจรไปตัดกับสายธารของเศษฝุ่นอวกาศ ทําให้เราเห็นดาวตกจํานวนมากพร้อมๆ กันได้โดยไม่ต้องรอจังหวะบังเอิญอีกต่อไปครับ

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 62 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ฟ้าผ่าหนึ่งครั้งใช้เวลานานแค่ไหน? ทำไมเราจึงเห็นเป็นแสงวาบหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไรอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยอาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคสถิติย้อนหลัง 10 ปี ออกเลขไหนบ้างมาดูกันข้อมูลในโทรศัพท์ของเรามาจากไหน? มือถือเครื่องเดียวอาจเก็บเรื่องราวของเราไว้มากกว่าที่คิดโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยคาสิโนเวกัสและมาเก๊าไม่มีนาฬิกากับหน้าต่างจริงหรือไม่โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
Juliane Koepcke รอดจากเครื่องบินตกและป่าแอมะซอนได้อย่างไรคดีปล้นเพชรแอนต์เวิร์ปปี 2003 ฝ่าเซฟสิบชั้นได้อย่างไรหินอวกาศที่พุ่งเข้าบ้านแอน ฮอดจส์เกิดอะไรขึ้นเรือ Jascon 4 จมแล้ว Harrison Okene อยู่รอดใต้ทะเลได้อย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่