หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ลำแสงโปรตอนที่ผ่านศีรษะ Anatoli Bugorski เกิดอะไรขึ้นจริง

เขียนโดย preechalcpd

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ห้องเครื่องขนาดมหึมาของสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูงในเมืองโปรตวิโน ดูไม่ต่างจากโรงงานโลหะที่เต็มไปด้วยท่อ สายเคเบิล และชิ้นส่วนหนักหลายตัน แต่ในวันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ. 1978 พื้นที่ซ่อมบำรุงแห่งนี้กลายเป็นจุดเกิดเหตุที่เหลือเชื่อที่สุดจุดหนึ่งของประวัติศาสตร์ฟิสิกส์

อนาโตลี บูกอร์สกี นักวิจัยวัย 36 ปี กำลังตรวจอุปกรณ์ของเครื่องเร่งอนุภาค U-70 ที่ขัดข้อง ระบบความปลอดภัยหลายชั้นเกิดผิดพลาด เขาก้มศีรษะเข้าไปในแนวลำแสงโปรตอนพลังงานสูงโดยไม่รู้ว่าเครื่องยังทำงานอยู่

วาบเดียวที่ไม่รู้สึกเจ็บ

บูกอร์สกีเล่าว่าเขาเห็นแสงวาบสว่างยิ่งกว่าดวงอาทิตย์นับพันดวง แต่ไม่รู้สึกเจ็บทันที ลำแสงขนาดเล็กมากผ่านจากบริเวณท้ายทอยด้านซ้าย ผ่านสมองส่วนท้ายทอยและขมับ หูชั้นกลาง ก่อนออกใกล้รูจมูกด้านซ้าย

รายงานที่อ้างถึงในภายหลังระบุปริมาณรังสีเฉพาะจุดราว 200,000–300,000 แรด ตัวเลขนี้สูงกว่าระดับรังสีที่มักเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อร่างกายทั้งตัวอย่างมหาศาล แพทย์จึงคาดว่าเขาน่าจะเสียชีวิตภายในไม่กี่สัปดาห์

เขารอดมาได้ แต่ไม่ได้รอดแบบไร้ผลกระทบ

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่ใช่ปาฏิหาริย์ไร้ร่องรอย ผิวหนังตามแนวที่ลำแสงผ่านได้รับบาดเจ็บรุนแรง และเส้นประสาทด้านซ้ายของใบหน้าค่อย ๆ เสียหายจนเกิดอัมพาต เขาสูญเสียการได้ยินข้างซ้าย มีอาการชักเป็นครั้งคราว และทำงานทางความคิดได้เหนื่อยกว่าเดิม

ถึงอย่างนั้น บูกอร์สกีกลับรอดชีวิต เรียนต่อจนจบปริญญาเอก และทำงานวิทยาศาสตร์ต่อได้ หลักฐานสาธารณะที่มีจึงชี้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุบัติเหตุจริง แต่รายละเอียดทางการแพทย์ดั้งเดิมมีเผยแพร่ไม่มาก เพราะเกิดในยุคสหภาพโซเวียตที่ข้อมูลด้านนิวเคลียร์และฟิสิกส์พลังงานสูงถูกปิดเป็นความลับ

แล้วเรื่อง “หน้าเด็กลงครึ่งซีก” ล่ะ

มีต้นทางเล่าว่าใบหน้าซีกซ้ายของเขาดูเหมือนหยุดเปลี่ยนตามวัย ขณะที่อีกซีกมีริ้วรอยตามปกติ รายงานของ Wired ในปี 1997 บรรยายว่าแนวแบ่งผ่านกลางใบหน้า โดยซีกขวาดูแก่ขึ้น แต่ซีกซ้ายเหมือนคงสภาพไว้ และเวลาตั้งใจทำงาน หน้าผากของเขาย่นเพียงครึ่งเดียว

ข้อสรุปที่ตรงที่สุดคือ ลำแสงไม่ได้ทำให้หน้าเด็กหรือย้อนวัย ภาพที่ดู “ไม่แก่” เป็นผลจากความเสียหายของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อใบหน้าที่ทำให้การขยับและการเกิดรอยแสดงอารมณ์เปลี่ยนไป เรื่องของบูกอร์สกีจึงน่าทึ่งเพราะมนุษย์คนหนึ่งรอดจากการบาดเจ็บเฉพาะจุดที่รุนแรงมาก ไม่ใช่เพราะเครื่องเร่งอนุภาคมีคุณสมบัติชะลอวัย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 20 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยเปิดตำนานกรุสมบัติของชาติ โบราณวัตถุล้ำค่ามีประวัติศาสตร์มายาวนานโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยแมววิเชียรมาศเคยเป็นแมวหลวงจริงแค่ไหนตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนทำไมป้ายความปลอดภัยถึงใช้ “แดง เหลือง เขียว” ไม่ใช่เลือกสีมั่ว ๆ? แต่ละสีมีหน้าที่ชัดกว่าที่คิดวัดปริวาสใช้ปูนปั้นเล่าเรื่องร่วมสมัยอย่างไรหลวงพ่อปากแดง งวด 1 ต.ค. 69 เลขเด่น 6 - 84 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติ 2569: เปรียบเทียบ 10 โรงเรียน ค่าแรกเข้า และงบปีแรกโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แมววิเชียรมาศเคยเป็นแมวหลวงจริงแค่ไหนเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษวัดปริวาสใช้ปูนปั้นเล่าเรื่องร่วมสมัยอย่างไรเปิดตำนานกรุสมบัติของชาติ โบราณวัตถุล้ำค่ามีประวัติศาสตร์มายาวนานโธมัส บลัดรอดโทษหลังบุกชิงมงกุฎอังกฤษได้อย่างไรค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติ 2569: เปรียบเทียบ 10 โรงเรียน ค่าแรกเข้า และงบปีแรก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
คดีปล้น Banco Central ที่ใช้อุโมงค์ยาวเกือบ 80 เมตรแมววิเชียรมาศเคยเป็นแมวหลวงจริงแค่ไหนวัดปริวาสใช้ปูนปั้นเล่าเรื่องร่วมสมัยอย่างไรเปิดตำนานกรุสมบัติของชาติ โบราณวัตถุล้ำค่ามีประวัติศาสตร์มายาวนาน
ตั้งกระทู้ใหม่