รุ้งไฟ ปรากฏการณ์สีรุ้งบนฟ้าที่ไม่ได้เกิดจากฝน
บนท้องฟ้ากว้างใหญ่ บางครั้งธรรมชาติก็สร้างภาพงดงามที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องหยุดมองด้วยความประหลาดใจ หนึ่งในนั้นคือปรากฏการณ์ที่หลายคนเรียกว่า รุ้งไฟ แถบสีรุ้งสดใสที่ปรากฏอยู่บนเมฆสูง ดูคล้ายเปลวไฟหลากสีลอยนิ่งอยู่กลางฟ้า
แต่แม้ชื่อจะฟังดูร้อนแรง รุ้งไฟไม่ได้เกิดจากไฟ และไม่ได้เกิดจากฝนเหมือนรุ้งกินน้ำทั่วไป ต้นกำเนิดของมันกลับมาจากสิ่งที่เย็นจัดมาก นั่นคือ ผลึกน้ำแข็งเล็ก ๆ ที่ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศระดับสูง
รุ้งไฟคืออะไร
รุ้งไฟมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Circumhorizontal Arc เป็นปรากฏการณ์ทางแสงชนิดหนึ่งที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรุ้งกินน้ำ เพราะมีสีสันคล้ายกัน แต่กลไกการเกิดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
รุ้งกินน้ำเกิดจากแสงอาทิตย์หักเหและสะท้อนภายในหยดน้ำฝน ส่วนรุ้งไฟไม่ได้เกี่ยวข้องกับละอองฝนเลย แต่เกิดจากแสงอาทิตย์ส่องผ่าน ผลึกน้ำแข็งรูปแผ่นหกเหลี่ยม ในเมฆเซอร์รัส ซึ่งเป็นเมฆชั้นสูงที่อยู่ในบริเวณอากาศเย็นจัด
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ ผลึกน้ำแข็งเหล่านี้ทำหน้าที่คล้ายปริซึมเล็ก ๆ บนท้องฟ้า เมื่อแสงอาทิตย์ผ่านเข้าไป แสงสีขาวจึงถูกแยกออกเป็นสีต่าง ๆ จนกลายเป็นแถบสีรุ้งที่เราเห็น
ทำไมรุ้งไฟจึงพบเห็นไม่บ่อย
สิ่งที่ทำให้รุ้งไฟเป็นปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก คือเงื่อนไขในการเกิดค่อนข้างเฉพาะเจาะจงมาก
ผลึกน้ำแข็งในเมฆต้องวางตัวในแนวราบอย่างเหมาะสม คล้ายแผ่นกระจกเล็ก ๆ จำนวนมหาศาลที่ลอยเรียงตัวอยู่บนฟ้า ขณะเดียวกันดวงอาทิตย์ต้องอยู่สูงจากขอบฟ้ามากพอ โดยทั่วไปต้องสูงมากกว่า 58 องศาขึ้นไป
เมื่อแสงอาทิตย์ส่องผ่านด้านข้างของผลึกน้ำแข็ง แล้วทะลุออกทางด้านล่าง ผลึกเหล่านั้นจะค่อย ๆ แยกแสงออกเป็นสีต่าง ๆ จนเกิดเป็นแถบสีรุ้งสดใสบนท้องฟ้า
หากตำแหน่งดวงอาทิตย์ไม่พอดี เมฆไม่ใช่ชนิดที่เหมาะสม หรือผลึกน้ำแข็งไม่ได้เรียงตัวในจังหวะที่ถูกต้อง รุ้งไฟก็อาจไม่เกิดขึ้น หรืออาจเกิดเพียงจาง ๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น
ลักษณะของรุ้งไฟเป็นอย่างไร
รุ้งไฟมักปรากฏเป็นแถบสีขนาดใหญ่ที่วางตัวขนานกับเส้นขอบฟ้า และมักอยู่ใต้ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ สีของมันอาจดูสดและเด่นชัดกว่ารุ้งกินน้ำในบางครั้ง โดยทั่วไปจะเห็นสีแดงอยู่ด้านบน และสีม่วงอยู่ด้านล่าง
ภาพที่เกิดขึ้นอาจดูเหมือนเมฆบาง ๆ ถูกแต่งแต้มด้วยพู่กันหลากสี หรือเหมือนเปลวไฟสีรุ้งที่กำลังลอยนิ่งอยู่กลางฟ้า จึงไม่แปลกที่ผู้คนจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า รุ้งไฟ
อย่างไรก็ตาม ชื่อนี้เป็นชื่อเรียกตามลักษณะที่มองเห็น ไม่ได้หมายความว่ามีความร้อน ไฟ หรือเหตุการณ์อันตรายบนท้องฟ้าแต่อย่างใด
รุ้งไฟต่างจากรุ้งกินน้ำตรงไหน
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ เมื่อเห็นสีรุ้งบนฟ้า หลายคนจะคิดทันทีว่าเป็นรุ้งกินน้ำ แต่รุ้งไฟมีจุดต่างสำคัญหลายอย่าง
รุ้งกินน้ำมักเกิดหลังฝนตกหรือขณะมีละอองน้ำในอากาศ และมักเห็นเป็นส่วนโค้งบนท้องฟ้า ส่วนรุ้งไฟมักเกิดกับเมฆชั้นสูงที่มีผลึกน้ำแข็ง และไม่จำเป็นต้องมีฝนตกเลยแม้แต่น้อย
อีกจุดหนึ่งที่น่าสังเกตคือ รุ้งไฟมักมีลักษณะเป็นแถบสีที่ค่อนข้างขนานกับเส้นขอบฟ้า มากกว่าจะเป็นโค้งครึ่งวงกลมแบบรุ้งกินน้ำทั่วไป
พื้นที่แบบไหนมีโอกาสเห็นรุ้งไฟมากกว่า
รุ้งไฟไม่ได้ปรากฏให้เห็นได้ทุกพื้นที่บนโลก โดยเฉพาะบริเวณละติจูดสูงที่ดวงอาทิตย์ไม่ค่อยขึ้นสูงมากพอ โอกาสพบปรากฏการณ์นี้จึงมีน้อยมาก หรืออาจเห็นได้เฉพาะบางช่วงเวลาของฤดูร้อนเท่านั้น
ส่วนในพื้นที่เขตร้อนหรือกึ่งร้อน ซึ่งดวงอาทิตย์สามารถขึ้นสูงบนท้องฟ้าได้บ่อยกว่า โอกาสในการพบรุ้งไฟก็มีมากขึ้น แต่ก็ยังต้องอาศัยจังหวะของเมฆเซอร์รัส ผลึกน้ำแข็ง และทิศทางแสงที่เหมาะสมอยู่ดี
สำหรับคนไทย หากสังเกตเห็นเมฆบาง ๆ อยู่สูงบนท้องฟ้าในช่วงกลางวัน และมีแถบสีรุ้งแนวนอนปรากฏอยู่บนเมฆ ก็อาจเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ลักษณะนี้ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการจ้องดวงอาทิตย์โดยตรง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อดวงตา
รุ้งไฟบอกอะไรเกี่ยวกับบรรยากาศได้บ้าง
ในทางอุตุนิยมวิทยา การเกิดรุ้งไฟยังบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสภาพบรรยากาศได้ด้วย เพราะมันแสดงให้เห็นว่าในชั้นบรรยากาศระดับสูงมีผลึกน้ำแข็งอยู่จำนวนหนึ่ง และมีเมฆบางเบาในระดับสูง
สภาพเช่นนี้มักเกี่ยวข้องกับอากาศที่ค่อนข้างคงที่ในช่วงเวลานั้น แม้มันจะไม่ได้เป็นสัญญาณพยากรณ์อากาศที่ชัดเจนเหมือนเมฆฝนหรือพายุ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งร่องรอยที่ช่วยให้เราเห็นการทำงานอันละเอียดอ่อนของบรรยากาศโลก
เสน่ห์ของรุ้งไฟ
เสน่ห์ของรุ้งไฟอยู่ตรงความขัดแย้งที่งดงาม ชื่อของมันฟังดูเหมือนเปลวไฟร้อนแรง แต่ต้นกำเนิดกลับมาจากผลึกน้ำแข็งแสนเย็นยะเยือก สีสันของมันดูคล้ายรุ้งหลังฝนตก แต่แท้จริงแล้วไม่ต้องมีฝนสักหยดก็เกิดขึ้นได้
และแม้จะดูเหมือนภาพวาดบนท้องฟ้า แต่มันคือการหักเหของแสงที่เกิดขึ้นจริงตามกฎธรรมชาติ ธรรมชาติต้องจัดวางหลายอย่างให้พอดี ทั้งตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ชนิดของเมฆ อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศ และการเรียงตัวของผลึกน้ำแข็ง
การได้พบเห็นรุ้งไฟจึงถือเป็นช่วงเวลาพิเศษของผู้รักท้องฟ้า เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย และไม่ได้ปรากฏอยู่นานเสมอไป บางครั้งเพียงไม่กี่นาที แถบสีอันสดใสนั้นก็อาจจางหายไปพร้อมกับการเปลี่ยนตำแหน่งของดวงอาทิตย์หรือการเคลื่อนตัวของเมฆ
สิ่งที่ควรจำคือ รุ้งไฟไม่ใช่รุ้งหลังฝนตก ไม่ใช่ไฟบนฟ้า และไม่ใช่สัญญาณลึกลับ แต่มันคือความงามของแสง เมฆ และผลึกน้ำแข็ง ที่บังเอิญมาพบกันในจังหวะที่พอดี จนทำให้ท้องฟ้าธรรมดากลายเป็นภาพที่น่าจดจำ
เขียนโดย dukedicknarak
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ค้นพบ ‘ความลับ’ ที่ซ่อนอยู่: กรุงเทพฯ ที่คุณ (อาจ) ไม่เคยเห็น
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
โมนาลิซาหายจากลูฟวร์นาน 28 เดือนได้อย่างไร
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
"ฝรั่งด่างแดง"ผลไม้หน้าตาแปลกที่หลายคนเห็นแล้วต้องหยุดดู
ประเทศไทยมีหมู่บ้านกี่แห่ง? แล้วหมู่บ้านไหนมีประชากรมากที่สุดและน้อยที่สุด
หลวงพ่อปากแดง งวด 1 ต.ค. 69 เลขเด่น 6 - 8
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
ลำแสงโปรตอนที่ผ่านศีรษะ Anatoli Bugorski เกิดอะไรขึ้นจริง
โมนาลิซาหายจากลูฟวร์นาน 28 เดือนได้อย่างไร
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
คดี 300 ล้านเยนที่ตำรวจปลอมขโมยรถขนเงินในญี่ปุ่น
ลำแสงโปรตอนที่ผ่านศีรษะ Anatoli Bugorski เกิดอะไรขึ้นจริง
อิน-จันใช้ชีวิตในอเมริกาอย่างไรหลังกลายเป็นคนดังระดับโลก
ทำไมแอนน์ แฟรงก์กับมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์จึงดูเหมือนอยู่คนละยุค





