ทำไมกินน้ำแข็งไสแล้วจี๊ดขึ้นสมอง และแก้ง่าย ๆ ด้วยลิ้นแตะเพดานปาก
จี๊ดขึ้นสมองไม่ได้เกิดจากสมองเย็นจริง
หลายคนเคยกินน้ำแข็งไส ไอศกรีม น้ำปั่น หรือเครื่องดื่มเย็นจัดเร็ว ๆ แล้วอยู่ดี ๆ ก็ปวดจี๊ดบริเวณหน้าผาก ขมับ หรือกลางหัว ความรู้สึกนั้นมาเร็วมาก เจ็บแปลบเหมือนมีอะไรพุ่งขึ้นสมอง แล้วก็มักหายไปเองภายในไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาที อาการนี้เรียกกันว่า Brain Freeze หรือปวดหัวจากความเย็น
ชื่อ Brain Freeze ฟังดูเหมือนสมองถูกแช่แข็ง แต่ความจริงสมองไม่ได้เย็นจนแข็ง และน้ำแข็งไม่ได้ขึ้นไปถึงสมอง จุดเริ่มต้นของอาการอยู่ในปาก โดยเฉพาะบริเวณเพดานปากและลำคอส่วนบนที่ถูกความเย็นจัดกระทบเร็วเกินไป
เกิดอะไรขึ้นตอนของเย็นแตะเพดานปาก
เพดานปากมีเส้นประสาทและหลอดเลือดจำนวนมาก เมื่อเรากินของเย็นจัดเร็ว ๆ ความเย็นจะกระแทกบริเวณนี้ทันที ร่างกายจึงรับรู้ว่ามีความเย็นรุนแรงเข้ามาใกล้พื้นที่สำคัญ และตอบสนองอย่างรวดเร็ว
หนึ่งในกลไกที่อธิบายกันคือ เส้นประสาทบริเวณเพดานปากและใบหน้าถูกกระตุ้นจากความเย็นจัด แล้วส่งสัญญาณไปยังสมอง ทำให้สมองตีความเป็นอาการปวดบริเวณศีรษะ แม้จุดที่โดนความเย็นจริง ๆ จะอยู่ในปากก็ตาม
ทำไมถึงปวดจี๊ดที่หัว ไม่ได้ปวดที่ปาก
ร่างกายมีระบบเส้นประสาทที่เชื่อมโยงความรู้สึกจากใบหน้า ปาก จมูก และศีรษะเข้าด้วยกัน เมื่อเพดานปากถูกความเย็นรุนแรง สมองอาจแปลสัญญาณผิดตำแหน่ง ทำให้เรารู้สึกปวดที่หน้าผากหรือกลางหัวแทนที่จะปวดที่เพดานปาก
นี่คล้ายกับบางครั้งที่ปัญหาจุดหนึ่งในร่างกายทำให้รู้สึกปวดอีกจุดหนึ่ง เพราะเส้นประสาทใช้ทางสื่อสารร่วมกัน สมองจึงไม่ได้แยกตำแหน่งได้เป๊ะเสมอไปในช่วงที่สัญญาณมาเร็วและแรงมาก
หลอดเลือดขยายตัวก็มีส่วน
อีกแนวคิดหนึ่งคือ เมื่อเพดานปากเจอความเย็นจัด หลอดเลือดบริเวณนั้นอาจหดตัวก่อน แล้วร่างกายรีบส่งเลือดอุ่นกลับมาเพื่อปรับอุณหภูมิ ทำให้หลอดเลือดขยายตัวเร็ว การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้อาจกระตุ้นอาการปวดหัวจี๊ดได้
พูดง่าย ๆ คือร่างกายพยายามแก้ความเย็นเร็วเกินไป เหมือนระบบเตือนภัยทำงานแรงเพราะคิดว่าต้องปกป้องพื้นที่สำคัญ อาการจึงเกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่ก็มักหายเร็วเมื่ออุณหภูมิในปากกลับมาปกติ
ทำไมบางคนเป็นง่ายกว่าคนอื่น
แต่ละคนไวต่อ Brain Freeze ไม่เท่ากัน บางคนกินไอศกรีมเร็วแค่ไหนก็ไม่เป็น แต่บางคนกินน้ำปั่นไม่กี่คำก็ปวดจี๊ดทันที ความต่างนี้อาจเกี่ยวกับความไวของเส้นประสาท ความเร็วในการกิน ตำแหน่งที่ของเย็นแตะเพดานปาก และประวัติการปวดหัวหรือไมเกรนของแต่ละคน
คนที่เป็นไมเกรนหรือไวต่อการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดบางรายอาจรู้สึก Brain Freeze ได้ง่ายหรือชัดกว่าคนทั่วไป แต่โดยมากอาการนี้ไม่ใช่โรคร้ายแรง ถ้าเกิดเฉพาะตอนกินของเย็นและหายเร็วเอง
วิธีแก้เร็วที่สุด ใช้ลิ้นแตะเพดานปาก
ทริกง่ายที่สุดคือเอาลิ้นดันหรือแตะเพดานปากทันที โดยเฉพาะบริเวณที่รู้สึกเย็นจัด ความอุ่นจากลิ้นจะช่วยให้อุณหภูมิบริเวณเพดานปากกลับมาสมดุลเร็วขึ้น เมื่อจุดที่กระตุ้นเส้นประสาทอุ่นขึ้น อาการปวดจี๊ดก็มักลดลง
อีกวิธีคือดื่มน้ำอุณหภูมิห้องเล็กน้อย หรือปิดปากแล้วหายใจช้า ๆ เพื่อให้อากาศอุ่นภายในปากช่วยปรับอุณหภูมิ อย่าฝืนกินของเย็นต่อทันที เพราะอาจทำให้อาการจี๊ดกลับมาอีก
ป้องกัน Brain Freeze ได้อย่างไร
- กินของเย็นช้าลง ไม่รีบตักคำใหญ่
- อมไว้ด้านหน้าปากเล็กน้อยก่อนกลืน
- หลีกเลี่ยงให้ของเย็นแตะเพดานปากโดยตรง
- ถ้ารู้สึกเริ่มจี๊ด ให้หยุดกินสักครู่
- ใช้ลิ้นดันเพดานปากทันทีเมื่อเริ่มปวด
- ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องตามเล็กน้อยถ้าจำเป็น
อาการแบบไหนไม่ควรมองว่าเป็น Brain Freeze ธรรมดา
Brain Freeze ปกติมักเกิดหลังของเย็นแตะปาก มาเร็ว หายเร็ว และไม่ทิ้งอาการอื่นไว้ แต่ถ้าปวดหัวรุนแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ปวดนานผิดปกติ มีไข้ คอแข็ง อาเจียนพุ่ง แขนขาอ่อนแรง หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด ตามัว หรือหมดสติ แบบนี้ไม่ควรคิดว่าเป็นแค่ปวดหัวจากของเย็น ต้องรีบไปพบแพทย์
การแยกให้ได้จึงสำคัญ ถ้าปวดแค่ไม่กี่วินาทีตอนกินน้ำแข็งไสแล้วหายเอง มักไม่น่ากังวล แต่ถ้าอาการไม่สัมพันธ์กับของเย็นหรือมีสัญญาณอันตรายร่วมด้วย ควรตรวจให้ชัดเจน
สรุปแบบตรงไปตรงมา
กินน้ำแข็งไสแล้วจี๊ดขึ้นสมองเกิดจากความเย็นจัดกระตุ้นเส้นประสาทและหลอดเลือดบริเวณเพดานปากอย่างรวดเร็ว สมองจึงรับสัญญาณเป็นอาการปวดจี๊ดที่ศีรษะ ทั้งที่สมองไม่ได้เย็นจริงและไม่ได้ถูกแช่แข็ง
วิธีแก้ง่าย ๆ คือหยุดกินของเย็นสักครู่ แล้วใช้ลิ้นแตะหรือดันเพดานปากเพื่อเพิ่มความอุ่นให้บริเวณนั้น อาการมักค่อย ๆ หายเร็ว ถ้าไม่อยากเป็นซ้ำ ให้กินของเย็นช้าลง ตักคำเล็กลง และอย่าให้ความเย็นกระแทกเพดานปากเร็วเกินไป
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
จากวิญญาณผู้ช่วยสู่สัตว์ของแม่มด: ที่มาของ “Familiars”
10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
ถอดรหัส “เมนูมื้อสุดท้าย” เมื่อ 5,000 ปีก่อน! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานคราบอาหารในหม้อบรอนซ์โบราณ ชี้ชนชั้นสูงยุคบรอนซ์จัดงานเลี้ยงสุดอลังการ
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
จริงหรือไม่ ที่ "ตุ๊กแก"กัดแล้ว มันจะไม่ปล่อยจนกว่าจะได้ยินฟ้าร้อง ?
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
สุดช็อก! “โดนัท ณฐอร” พริตตี้–นางแบบสาวชื่อดัง จากไปกะทันหัน เปิดสาเหตุสุดเศร้า
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
เจาะโพยเด่น "หนูน้อย พรสวรรค์"! งวด 1 กันยายน 2569 อัดรูด 0 เม็ดเดียว 05 ชนสถิติ 20 ปี
ไวรัลทั้งโซเชียล! คนดูนั่งอยู่คนเดียว แต่ “น้องช้าง” ยังแสดงเต็มที่ ส่องเบื้องหลังฟาร์มจระเข้ฯ ที่หลายคนไม่เคยรู้
จากวิญญาณผู้ช่วยสู่สัตว์ของแม่มด: ที่มาของ “Familiars”
ถอดรหัส “เมนูมื้อสุดท้าย” เมื่อ 5,000 ปีก่อน! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานคราบอาหารในหม้อบรอนซ์โบราณ ชี้ชนชั้นสูงยุคบรอนซ์จัดงานเลี้ยงสุดอลังการ
จริงหรือไม่ ที่ "ตุ๊กแก"กัดแล้ว มันจะไม่ปล่อยจนกว่าจะได้ยินฟ้าร้อง ?
เช็ก 5 ลายเซ็นที่ความเชื่อโบราณมองว่าเก็บเงินไม่อยู่
ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท แล้วถ้าใช้ 350 หน่วย บิลทั้งก้อนจะถูกคิดยังไง?
ไวรัลทั้งโซเชียล! คนดูนั่งอยู่คนเดียว แต่ “น้องช้าง” ยังแสดงเต็มที่ ส่องเบื้องหลังฟาร์มจระเข้ฯ ที่หลายคนไม่เคยรู้
ไขปริศนา "Calvine UFO" หรือภาพถ่าย UFO ที่ชัดเจนมากที่สุดในประวัติศาสตร์
จากวิญญาณผู้ช่วยสู่สัตว์ของแม่มด: ที่มาของ “Familiars”
ถอดรหัส “เมนูมื้อสุดท้าย” เมื่อ 5,000 ปีก่อน! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานคราบอาหารในหม้อบรอนซ์โบราณ ชี้ชนชั้นสูงยุคบรอนซ์จัดงานเลี้ยงสุดอลังการ
ความมหัศจรรย์แห่งสถาปัตยกรรม: “สนามบินปลาดาว” ท่าอากาศยานนานาชาติเป่ย์จิงต้าซิง