ข้อมูลในโทรศัพท์ของเรามาจากไหน? มือถือเครื่องเดียวอาจเก็บเรื่องราวของเราไว้มากกว่าที่คิด
ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับโทรหาใครหรือส่งข้อความอีกต่อไป แต่สำหรับหลายคนแล้ว โทรศัพท์หนึ่งเครื่องแทบจะกลายเป็น “สมุดบันทึกชีวิต” ที่พกติดตัวไปทุกที่
ลองนึกดูว่าในหนึ่งวันเราใช้โทรศัพท์ทำอะไรบ้าง...
ถ่ายรูปตอนกินข้าว เปิดแผนที่เพื่อเดินทาง ค้นหาสินค้า ดูคลิป กดไลก์ แสดงความคิดเห็น พูดคุยกับเพื่อน ส่งรูปให้คนในครอบครัว หรือเปิดแอปธนาคารเพื่อทำธุรกรรม
กิจกรรมเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับ “ข้อมูล” ในรูปแบบต่าง ๆ
แล้วข้อมูลเหล่านี้มาจากไหน?
📱 โทรศัพท์รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเราบ้าง?
ข้อมูลที่อยู่ในโทรศัพท์ไม่ได้มีเพียงรูปภาพหรือข้อความที่เราเห็นบนหน้าจอเท่านั้น แต่ยังอาจมีข้อมูลประกอบอื่น ๆ เช่น ตำแหน่งที่ตั้ง ข้อมูลการใช้งานแอป รายละเอียดของรูปภาพ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการ แอปที่ติดตั้ง และสิทธิ์ที่เราอนุญาต
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “รูปถ่าย”
รูปหนึ่งรูปอาจมีข้อมูลประกอบ เช่น สถานที่ที่ถ่ายภาพ เวลา หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับไฟล์ได้ หากระบบหรือการตั้งค่าของอุปกรณ์บันทึกข้อมูลเหล่านั้นไว้
Apple ระบุว่า ผู้ใช้สามารถควบคุมได้ว่าจะแชร์ข้อมูลบางอย่างที่ติดมากับรูปภาพหรือไม่ เช่น ตำแหน่งที่ถ่ายภาพ ประวัติการแก้ไข และข้อมูลความลึกของภาพ
นั่นหมายความว่า “รูปภาพ” ที่เรามองเห็นเพียงภาพเดียว อาจมีข้อมูลประกอบมากกว่าที่ตาเรามองเห็น
📍 แล้วเรื่องตำแหน่งที่เราอยู่ล่ะ?
อีกข้อมูลหนึ่งที่หลายคนอาจไม่ทันคิดคือ “ตำแหน่งที่ตั้ง”
เวลาเราเปิดแผนที่ เรียกรถ หาร้านอาหาร หรือใช้บริการที่ต้องอาศัยตำแหน่ง แอปอาจต้องขอสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งของเรา
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกแอปจะสามารถรู้ตำแหน่งของเราได้โดยอัตโนมัติ
ระบบปฏิบัติการสมัยใหม่มีระบบอนุญาตให้ผู้ใช้ควบคุมว่าแอปใดสามารถเข้าถึงตำแหน่งได้ และในบางกรณีสามารถเลือกให้เข้าถึงเฉพาะตำแหน่งโดยประมาณ หรือเฉพาะขณะที่กำลังใช้งานแอปได้
ดังนั้น เวลามีแอปถามว่า
“อนุญาตให้แอปเข้าถึงตำแหน่งของคุณหรือไม่?”
คำถามนี้ไม่ควรกดอนุญาตไปอย่างเดียวโดยไม่อ่าน เพราะสิทธิ์ที่เราให้กับแอปสามารถเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัวของเราได้
📸 แล้วรูปในมือถือถูกส่งขึ้นอินเทอร์เน็ตทั้งหมดหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น
การทำงานของแต่ละระบบแตกต่างกัน และฟังก์ชันบางอย่างสามารถประมวลผลข้อมูลบนตัวเครื่องได้
ตัวอย่างเช่น Apple ระบุว่าการจำแนกใบหน้า ฉาก และวัตถุบางอย่างในแอป Photos สามารถประมวลผลบนอุปกรณ์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องส่งรูปทั้งหมดขึ้นไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์
เรื่องนี้จึงทำให้เราเห็นภาพว่า “ข้อมูลในโทรศัพท์” กับ “ข้อมูลที่ถูกส่งออกจากโทรศัพท์” ไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป
🔎 แล้วแอปต่าง ๆ รู้ข้อมูลของเราแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับว่าแอปนั้นขอข้อมูลอะไร และเราอนุญาตอะไรไปบ้าง
แอปหนึ่งอาจต้องการตำแหน่งเพื่อให้บริการแผนที่ ขณะที่อีกแอปอาจต้องการเข้าถึงรูปภาพเพื่อให้เราเลือกภาพไปใช้งาน
บน Android ผู้ใช้สามารถตรวจสอบข้อมูลที่แอประบุว่าอาจมีการแชร์กับบุคคลที่สามได้ ส่วน Apple ก็มีระบบแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลที่แอปเก็บและการติดตามผู้ใช้ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้มากขึ้น
เพราะฉะนั้น ก่อนติดตั้งแอปใหม่หรือกดอนุญาตสิทธิ์ต่าง ๆ การใช้เวลาสักเล็กน้อยอ่านรายละเอียดอาจช่วยให้เรารู้ว่าโทรศัพท์กำลังเปิดเผยข้อมูลอะไรออกไปบ้าง
🤔 ที่น่าสนใจก็คือ...
ในอดีตเราอาจมองโทรศัพท์เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสาร แต่ในยุคดิจิทัล โทรศัพท์กลายเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดเครื่องหนึ่ง
มันอาจเกี่ยวข้องกับภาพถ่าย สถานที่ การเดินทาง การค้นหา การติดต่อ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราทำผ่านแอป
คำถามจึงไม่ใช่แค่
“โทรศัพท์ของเรามีข้อมูลอะไรอยู่บ้าง?”
แต่อาจต้องถามต่อว่า
“เราอนุญาตให้ใครเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นบ้าง และเราเคยตรวจสอบสิทธิ์ที่อนุญาตไปแล้วหรือยัง?”
ลองหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา แล้วเข้าไปดูการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของแอปต่าง ๆ สักครั้ง บางคนอาจพบว่าแอปที่ไม่ได้ใช้งานมานานยังมีสิทธิ์บางอย่างที่เราเคยอนุญาตเอาไว้
เรื่องข้อมูลส่วนตัวจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะทุกวันนี้ “ข้อมูล” ส่วนหนึ่งของชีวิตเราอาจอยู่ในโทรศัพท์ที่เราถืออยู่ในมือทุกวัน
แล้วคุณเคยเข้าไปตรวจสอบไหมว่า ตอนนี้มีแอปอะไรบ้างในโทรศัพท์ที่สามารถเข้าถึงตำแหน่ง รูปภาพ หรือข้อมูลอื่น ๆ ของคุณได้?
มาเล่าให้ฟังกันครับ ว่าคุณเคยเจออะไรที่ทำให้แปลกใจบ้าง
แหล่งข้อมูล
- Apple – ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติด้านความเป็นส่วนตัวและการควบคุมข้อมูล
- Apple – Photos & Privacy
- Apple Developer – User Privacy and Data Use
- Google Android Help – การตรวจสอบว่าแอปแชร์ข้อมูลตำแหน่งหรือไม่
แท็ก
#ข้อมูลส่วนตัว
#ความเป็นส่วนตัวบนมือถือ
#เรื่องน่ารู้ใกล้ตัว
เขียนโดย sansanti
Trick or Treat ในวันฮาโลวีนมีที่มาอย่างไร
รวมสุดยอดเลขเด่น-เลขดัง มหาชน "แม่ทำเนียบ" งวด 16 พ.ย. 2569 เจาะลึก 10 เลขฮิตและรหัสเลขมงคลทั่วไทย
5 จังหวัดในไทยที่ชาวต่างชาติชอบมากที่สุด และนิยมย้ายมาใช้ชีวิตหลังเกษียณ
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
นางนพมาศมีตัวตนจริงไหม และทำไมจึงมีการประกวดในวันลอยกระทง
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?
สอบเข้า ม.4 ปี 2569 โรงเรียนไหนแข่งขันสูง? เจาะตัวเลขเตรียมอุดมฯ พร้อมแผนเตรียมสอบและเช็กลิสต์สมัคร
เจาะแนวทางเลขเด็ดปฏิทินจีน 2 ฉบับ งวดประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569
รู้จัก “ปลาหวานโรยงา” อาหารแปรรูปยอดฮิต แท้จริงแล้วทำจากปลาอะไร?
ศาลเกาหลีใต้ชี้ สัญญาซื้อ Tesla FSD ไม่ได้รับประกันรถไร้คนขับระดับ 5: ผู้ซื้อได้ฟังก์ชันอะไรบ้าง?
เปิดพิกัดอุโบสถเงินเชียงใหม่ อายุวัดกว่า 500 ปี เบื้องหลังงานศิลป์ที่ไม่เหมือนใคร
ฮอปในเบียร์ช่วยให้ผ่อนคลายได้จริงไหม
Trick or Treat ในวันฮาโลวีนมีที่มาอย่างไร
นางนพมาศมีตัวตนจริงไหม และทำไมจึงมีการประกวดในวันลอยกระทง
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?
เปิดพิกัดอุโบสถเงินเชียงใหม่ อายุวัดกว่า 500 ปี เบื้องหลังงานศิลป์ที่ไม่เหมือนใคร
ศาลเกาหลีใต้ชี้ สัญญาซื้อ Tesla FSD ไม่ได้รับประกันรถไร้คนขับระดับ 5: ผู้ซื้อได้ฟังก์ชันอะไรบ้าง?
จังหวัดเดียวเท่านั้นในภาคอีสาน ที่ไม่ปรากฎว่ามีน้ำตกอยู่เลย
น้ำตาลทรายขาวกับน้ำตาลทรายแดง ต่างกันอย่างไร? แบบไหนดีกว่าต่อสุขภาพ เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจเข้าใจผิด!
เตือนภัยสายดูซีรีส์แนวตั้ง! โหลดแอปฯ ดูละครเพลิน ๆ ระวังเงินหายไม่รู้ตัว
31 ตุลาคม วันฮาโลวีน เทศกาลปล่อยผีที่คนทั่วโลกรู้จัก มีที่มาอย่างไร ทำไมถึงได้รับความนิยมแม้แต่ในประเทศไทย?
คนโสดที่อยู่คนเดียว เมื่อเจ็บป่วยหรือไม่สบาย ใครจะเป็นคนดูแล? เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจยังไม่เคยคิด