หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หลายประเทศกำลังจำกัดการใช้โซเชียลของเด็ก เรากำลังปกป้องหรือยึดพื้นที่ชีวิตของเขา

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

ช่วงนี้หลายประเทศเริ่มถกเถียงจริงจังว่า เด็กควรถูกจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียหรือไม่

บางฝ่ายบอกว่าถึงเวลาแล้วที่ผู้ใหญ่ต้องหยุดปล่อยให้เด็กโตมากับหน้าจอ อัลกอริทึม และคอนเทนต์ที่ถูกออกแบบมาให้เลื่อนต่อไม่รู้จบ

อีกฝ่ายถามกลับว่า ถ้ารัฐเข้ามากำหนดว่าเด็กควรใช้โลกออนไลน์ได้แค่ไหน เส้นแบ่งระหว่างการปกป้องกับการควบคุมอยู่ตรงไหนกันแน่

คำถามนี้กำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเด็กยุคนี้ไม่ได้ใช้โซเชียลแค่เพื่อความบันเทิง

พวกเขาใช้มันคุยกับเพื่อน

ติดตามข่าว

หาความรู้

สร้างตัวตน

บางคนใช้เป็นพื้นที่ระบายความรู้สึกที่พูดกับคนในบ้านไม่ได้

การตัดโซเชียลออกจากชีวิตเด็กจึงไม่เหมือนการยึดของเล่นชิ้นหนึ่ง

แต่มันอาจเหมือนการปิดประตูห้องนั่งเล่นของคนรุ่นใหม่ไปทั้งห้อง

แต่ถ้ามองจากมุมพ่อแม่ ความกังวลก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก

เด็กจำนวนมากนอนดึกขึ้น

เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นมากขึ้น

รับคอนเทนต์แรง ๆ เร็วกว่าที่ผู้ใหญ่ตามทัน

และบางครั้งถูกลากเข้าไปอยู่ในวังวนของยอดไลก์ คอมเมนต์ และภาพลักษณ์ตั้งแต่อายุยังน้อย

ผู้ใหญ่จึงไม่ได้กลัวเทคโนโลยีอย่างเดียว

แต่กลัวว่าลูกจะค่อย ๆ ถูกสอนให้วัดคุณค่าตัวเองจากสายตาคนแปลกหน้า

ปัญหาคือการห้ามอย่างเดียวมักไม่พอ

เด็กที่อยากเข้าโซเชียลก็หาวิธีเข้าได้อยู่ดี

ใช้บัญชีปลอม

ยืมเครื่องเพื่อน

โกงอายุ

หรือย้ายไปแพลตฟอร์มอื่นที่ผู้ใหญ่ไม่รู้จัก

สุดท้ายกฎหมายอาจทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกสบายใจขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าเด็กปลอดภัยขึ้นจริงเสมอไป

อีกด้านหนึ่ง การปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของครอบครัวก็ไม่ง่าย

พ่อแม่แต่ละบ้านมีเวลาไม่เท่ากัน

ความรู้เรื่องเทคโนโลยีไม่เท่ากัน

บางบ้านพ่อแม่ทำงานทั้งวัน ไม่มีแรงมานั่งตามทุกแอปที่ลูกใช้

การบอกว่าให้พ่อแม่ดูแลเองทั้งหมดจึงฟังดูดี แต่ในชีวิตจริงอาจเป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับหลายครอบครัว

ตรงนี้เองที่ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องการเมืองของชีวิตประจำวัน

เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องเด็กติดมือถือ

แต่มันเกี่ยวกับคำถามว่า ใครควรเป็นคนกำหนดขอบเขตชีวิตออนไลน์ของเด็ก

รัฐ

พ่อแม่

โรงเรียน

แพลตฟอร์ม

หรือเด็กควรมีสิทธิร่วมตัดสินใจด้วย

ถ้ารัฐเข้มเกินไป เด็กอาจเสียพื้นที่เรียนรู้โลก

แต่ถ้ารัฐปล่อยเกินไป บริษัทเทคโนโลยีก็แทบจะได้สิทธิเลี้ยงดูความสนใจของเด็กแทนผู้ใหญ่

และบริษัทเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบแพลตฟอร์มเพื่อให้เด็กนอนเร็วขึ้น อ่านหนังสือมากขึ้น หรือมีสุขภาพใจดีขึ้นเป็นอันดับแรก

พวกเขาออกแบบเพื่อให้คนอยู่ในระบบให้นานที่สุด

บางทีคำตอบอาจไม่ใช่แค่กำหนดอายุขั้นต่ำ

แต่ต้องถามให้ลึกกว่านั้นว่า ทำไมแพลตฟอร์มที่ผู้ใหญ่ยังควบคุมตัวเองยาก ถึงถูกปล่อยให้เด็กใช้ได้เหมือนเป็นสนามเด็กเล่นธรรมดา

ทำไมระบบแจ้งเตือนถึงเร่งเร้าตลอดเวลา

ทำไมคอนเทนต์ที่กระตุ้นอารมณ์แรงจึงถูกส่งต่อได้เร็ว

และทำไมภาระทั้งหมดจึงถูกโยนให้เด็กกับพ่อแม่เป็นฝ่ายรับมือเอง

เรื่องนี้จึงไม่ควรถูกลดเหลือแค่คำถามว่า เด็กควรเล่นโซเชียลหรือไม่

คำถามที่ใหญ่กว่าคือ เราจะสร้างโลกออนไลน์แบบไหนให้เด็กเติบโตอยู่ในนั้น

โลกที่สอนให้เขาคิดเป็น

หรือโลกที่สอนให้เขาเสพต่อไปเรื่อย ๆ

โลกที่เปิดพื้นที่ให้เขาเรียนรู้

หรือโลกที่ค่อย ๆ เปลี่ยนความสนใจของเขาให้กลายเป็นสินค้า

สุดท้ายแล้ว การปกป้องเด็กอาจไม่ได้แปลว่าต้องปิดประตูทุกบาน

แต่อาจแปลว่า ผู้ใหญ่ต้องยอมรับก่อนว่าโลกออนไลน์ไม่ใช่สนามเด็กเล่นไร้เจ้าของอีกต่อไป

มันคือพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ที่มีผลต่อความคิด อารมณ์ ความสัมพันธ์ และอนาคตของเด็กจริง ๆ

ถ้าเรายังปล่อยให้ทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยยอดดูและเวลาใช้งานอย่างเดียว วันหนึ่งเราอาจพบว่าเด็กไม่ได้ถูกโซเชียลขโมยเวลาไปเท่านั้น

แต่ถูกขโมยวัยเด็กไปทีละน้อยโดยที่ผู้ใหญ่เพิ่งรู้ตัวเมื่อสายเกินไป

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 52 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?ทำไมแมลงเม่าถึงชอบบินเข้าหาหลอดไฟในคืนที่ฝนตก ? เผยเหตุผลที่หลายคนอาจไม่เคยรู้7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการกิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไรไขปริศนา “นกฮูก” นักล่าไร้เสียงแห่งราตรี! ทำไมปีกของมันถึงบินได้เงียบกริบจนเหยื่อไม่ทันรู้ตัว?เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยเปิดรายชื่องูหายากของไทย แต่ละภาคมีชนิดไหนที่พบเฉพาะพื้นที่บ้างทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!จับคู่ให้ถูกจาน: อาหารบางอย่างกินด้วยกันแล้วร่างกายใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้นอำเภอที่คนจีนนิยมไปที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในไทยทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไรเบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
มีเลขจดแจ้งแล้วปลอดภัยจริงไหม? สิ่งที่ควรเช็กก่อนซื้อเครื่องสำอางออนไลน์7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
ตั้งกระทู้ใหม่