จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
ชาติไหนนิยมปลากัดไทย? เปิดตลาดต่างชาติที่หลงใหลปลากัดจากประเทศไทย
ปลากัดไทยไม่ได้เป็นเพียงสัตว์น้ำสวยงามที่ได้รับความนิยมในประเทศ แต่ยังเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างชื่อให้ประเทศไทยในตลาดโลก กรมประมงระบุว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตสัตว์น้ำสวยงามชั้นนำของโลก และ ปลากัดเป็นสัตว์น้ำสวยงามที่มีความสำคัญต่อการส่งออกของไทย โดยในข้อมูลที่กรมประมงเผยแพร่ปี 2568 ระบุว่าปลากัดมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 400 ล้านบาท และคิดเป็นประมาณ 40% ของการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามของไทยทั้งหมด นอกจากนี้ปลากัดไทยยังถูกส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ มากกว่า 80 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย
1. สหรัฐอเมริกา — หนึ่งในตลาดหลักของปลากัดไทย
สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดสำคัญอย่างมากสำหรับสัตว์น้ำสวยงามจากไทย กรมประมงระบุว่าสหรัฐฯ เป็นประเทศผู้นำเข้าสัตว์น้ำสวยงามจากไทยในสัดส่วนประมาณ 20% ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มตลาดสำคัญที่กรมประมงระบุไว้ และในปี 2568 กรมประมงร่วมกับไปรษณีย์ไทยยังเลือกสหรัฐฯ เป็นหนึ่งใน 5 ตลาดหลักสำหรับการส่งปลากัดไทยไปต่างประเทศโดยตรง สะท้อนว่าสหรัฐฯ เป็นตลาดที่มีความสำคัญต่อผู้เพาะเลี้ยงและผู้ส่งออกปลากัดไทยอย่างชัดเจน
2. จีน — ตลาดขนาดใหญ่ที่นิยมสัตว์น้ำสวยงามจากไทย
จีนเป็นอีกตลาดสำคัญของสัตว์น้ำสวยงามไทย โดยกรมประมงระบุว่าจีนมีสัดส่วนประมาณ 10% ของตลาดส่งออกสัตว์น้ำสวยงามไทย และถูกจัดอยู่ใน 5 ตลาดหลักสำหรับการส่งปลากัดไทยตามโครงการของกรมประมงและไปรษณีย์ไทยในปี 2568 นอกจากนี้ข้อมูลการค้าของ World Bank/WITS ระบุว่าในปี 2024 ไทยส่งออกปลาสวยงามมีชีวิตไปจีนมูลค่าประมาณ 3.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญมาก แม้ตัวเลข WITS จะครอบคลุมปลาสวยงามหลายชนิด ไม่ใช่เฉพาะปลากัดก็ตาม
3. ญี่ปุ่น — ตลาดที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายหลักของปลากัดไทย
ญี่ปุ่นเป็นตลาดสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่กรมประมงระบุไว้โดยตรงในโครงการส่งปลากัดไปต่างประเทศ โดยอยู่ในกลุ่ม 5 ตลาดแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ข้อมูล WITS ยังพบว่าในปี 2024 ไทยส่งออกปลาสวยงามมีชีวิตไปญี่ปุ่นประมาณ 893,750 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 33,913 กิโลกรัม ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลปลาสวยงามรวม แต่ช่วยยืนยันได้ว่าญี่ปุ่นมีการค้าสัตว์น้ำสวยงามจากไทยในระดับที่มีนัยสำคัญ
4. ไต้หวัน — ตลาดที่กรมประมงเลือกเป็นตลาดหลักของปลากัด
ไต้หวันเป็นหนึ่งใน 5 ตลาดที่กรมประมงและไปรษณีย์ไทยกำหนดให้เป็นปลายทางระยะแรกสำหรับการส่งปลากัดไทยโดยตรงในปี 2568 การที่ไต้หวันถูกเลือกให้อยู่ในกลุ่มตลาดหลักสะท้อนว่ามีความต้องการและช่องทางการค้าสำหรับปลากัดไทยเพียงพอที่จะได้รับการสนับสนุนด้านระบบขนส่งโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำการถูกเลือกเป็นตลาดหลักไปตีความว่าไต้หวันเป็นอันดับ 1 ของโลก เพราะกรมประมงไม่ได้ระบุว่าเป็นอันดับหนึ่งตามมูลค่าการซื้อปลากัดโดยตรง
5. อินโดนีเซีย — ตลาดอาเซียนที่มีความสำคัญต่อปลากัดไทย
อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดปลากัดไทยอย่างน่าสนใจ เพราะกรมประมงเลือกอินโดนีเซียเป็นหนึ่งใน 5 ตลาดหลักของโครงการส่งปลากัดไทยในปี 2568 ขณะเดียวกันข้อมูล WITS ปี 2024 ระบุว่าไทยส่งออกปลาสวยงามมีชีวิตไปอินโดนีเซียมูลค่าประมาณ 132,870 ดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณประมาณ 7,198 กิโลกรัม ตัวเลขนี้เป็นปลาสวยงามรวม จึงไม่สามารถใช้บอกยอดซื้อปลากัดโดยตรง แต่การที่กรมประมงระบุอินโดนีเซียเป็นตลาดหลักสำหรับปลากัดโดยเฉพาะถือเป็นหลักฐานที่สำคัญ
6. ฝรั่งเศส — ตลาดยุโรปที่รู้จักปลากัดไทย
ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่กรมประมงเคยระบุว่าเป็นตลาดปลากัดไทย โดยข้อมูลกรมประมงระบุว่าปลากัดไทยถูกส่งออกไปมากกว่า 80 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส สิงคโปร์ จีน และอิหร่าน ขณะเดียวกันข้อมูล WITS ปี 2024 ระบุว่าไทยส่งออกปลาสวยงามมีชีวิตไปฝรั่งเศสมูลค่าประมาณ 629,960 ดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณประมาณ 14,675 กิโลกรัม จึงสะท้อนว่าตลาดยุโรปก็เป็นพื้นที่สำคัญของสัตว์น้ำสวยงามไทยเช่นกัน
7. สิงคโปร์ — ตลาดใกล้ไทยที่มีการค้าปลากัดมาอย่างต่อเนื่อง
สิงคโปร์เป็นอีกประเทศที่กรมประมงระบุเป็นตัวอย่างตลาดต่างประเทศของปลากัดไทย และเป็นตลาดที่มีความได้เปรียบด้านระยะทางและระบบโลจิสติกส์เมื่อเทียบกับตลาดที่อยู่ห่างไกล ข้อมูล WITS ปี 2024 ระบุว่าไทยส่งออกปลาสวยงามมีชีวิตไปสิงคโปร์มูลค่าประมาณ 551,860 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 27,389 กิโลกรัม แม้ตัวเลขนี้จะเป็นปลาสวยงามรวม แต่แสดงให้เห็นว่าสิงคโปร์มีการนำเข้าสัตว์น้ำสวยงามจากไทยอย่างต่อเนื่อง
8. อิหร่าน — ตลาดที่สะท้อนว่าปลากัดไทยไปไกลถึงตะวันออกกลาง
อิหร่านเป็นอีกประเทศที่กรมประมงยกตัวอย่างว่าเป็นตลาดปลากัดไทย โดยสะท้อนว่าความนิยมของปลากัดไทยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเทศในเอเชียหรือประเทศตะวันตกเท่านั้น ข้อมูล WITS ปี 2024 ยังระบุว่าไทยส่งออกปลาสวยงามมีชีวิตไปอิหร่านมูลค่าประมาณ 473,690 ดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณประมาณ 12,586 กิโลกรัม จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการกระจายตลาดสัตว์น้ำสวยงามไทยไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง
9. เกาหลีใต้ — ตลาดเอเชียที่มีการนำเข้าปลาสวยงามจากไทย
เกาหลีใต้มีการนำเข้าปลาสวยงามมีชีวิตจากไทยอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล WITS ปี 2024 ระบุว่ามูลค่าการส่งออกจากไทยไปเกาหลีใต้ประมาณ 841,930 ดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณประมาณ 45,328 กิโลกรัม แม้สถิตินี้ไม่ได้แยกเฉพาะปลากัด แต่เป็นหลักฐานว่าตลาดเกาหลีใต้มีการค้าสัตว์น้ำสวยงามจากไทยในระดับหนึ่ง จึงเป็นอีกตลาดที่ผู้ส่งออกไทยสามารถเข้าถึงได้
10. อินเดีย — ตลาดที่มีมูลค่าต่อปริมาณน่าสนใจ
อินเดียเป็นอีกตลาดที่มีการนำเข้าปลาสวยงามจากประเทศไทย โดย WITS รายงานว่าในปี 2024 ไทยส่งออกปลาสวยงามมีชีวิตไปอินเดียมูลค่าประมาณ 888,000 ดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณประมาณ 8,459 กิโลกรัม แม้จะไม่สามารถระบุจากตัวเลขนี้ได้ว่าปลากัดคิดเป็นเท่าใด แต่ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดอินเดียมีความต้องการสัตว์น้ำสวยงามจากไทยในระดับที่น่าสนใจ และเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับผู้ส่งออกไทย
ทำไมปลากัดไทยจึงได้รับความนิยมทั่วโลก?
จุดแข็งของปลากัดไทยคือความหลากหลายของรูปร่าง สีสัน และรูปทรงครีบ กรมประมงระบุว่าผู้เพาะเลี้ยงไทยมีการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง จนเกิดรูปแบบที่หลากหลาย เช่น Halfmoon, Crowntail, Doubletail และ Big Ears/Dumbo รวมถึงการพัฒนาสีและลวดลายใหม่ ๆ ความสามารถในการคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์นี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ปลากัดไทยได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศ
ไทยเป็นแหล่งปลากัดสำคัญของโลก
กรมประมงระบุว่าปลากัดเป็นสัตว์น้ำสวยงามที่มีปริมาณการส่งออกสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และไทยเป็นแหล่งผลิตปลากัดขนาดใหญ่ของโลก โดยมีการส่งออกไปกว่า 80 ประเทศ และในข้อมูลที่กรมประมงเผยแพร่ก่อนหน้านี้ระบุว่ามีการส่งออกปลากัดเฉลี่ยมากกว่า 20 ล้านตัวต่อปี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าปลากัดไทยมีฐานการผลิตและตลาดต่างประเทศขนาดใหญ่ ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าสำหรับตลาดภายในประเทศเท่านั้น
ปลากัดไทยมีตลาดมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก โดยตลาดที่กรมประมงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ขณะที่ตลาดอื่น ๆ เช่น ฝรั่งเศส สิงคโปร์ อิหร่าน เกาหลีใต้ และอินเดีย ก็มีการนำเข้าสัตว์น้ำสวยงามจากไทยเช่นกัน จุดแข็งของปลากัดไทยคือสีสัน รูปทรงครีบ ความหลากหลายของสายพันธุ์ และความสามารถของผู้เพาะเลี้ยงไทยในการพัฒนาสายพันธุ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?
ที่มาและตำนานของ "เทศกาลกินเจ"
“Jodi” ฟอสซิลไดโนเสาร์นักล่าตัวจิ๋ว กับปริศนาที่สั่นสะเทือนวงการบรรพชีวินวิทยา
5 เมืองน่าเที่ยวในเอเชีย งบน้อยก็เที่ยวได้ ไม่ง้อวีซ่า
เลขแปดทิศ งวด 16 ตุลาคม 2569
5 งานสายเทคฯ รายได้สูง ที่ตลาดต้องการตัวที่สุดปี 2026
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
ภาพลูกนกฮูกสุดฮาที่คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่า
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียม
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
5 แอปพลิเคชันติดเครื่อง ที่คนยุคนี้ควรมีไว้ช่วยจัดระเบียบชีวิต
5 แอปพลิเคชันติดเครื่อง ที่คนยุคนี้ควรมีไว้ช่วยจัดระเบียบชีวิต
ที่มาและตำนานของ "เทศกาลกินเจ"
ภาพลูกนกฮูกสุดฮาที่คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่า
คำชะโนด VS มหาอุด เปิดเลขเด่น 2 พร้อมชุด 3 ตัว และเลขบน-ล่าง งวด 16 ต.ค. 2569
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียม
ไขปริศนาความเชื่อโบราณ ทำไมห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน มีเหตุผลอะไรซ่อนอยู่?
เคยเป็นไหม? อาการ เปิดตู้เย็นแล้วลืมว่าจะมาหยิบอะไร เกิดจากอะไรกันแน่?
บทบาท บทเรียน และข้อท้าทายของกิจกรรมจิตอาสาภาคประชาชนในการส่งเสริมสังคมและสิ่งแวดล้อม
เปิดความลับ ทำไมชาบูและหมูกระทะถึงเยียวยาจิตใจเราได้ดีที่สุดในวันเหนื่อยๆ?











