หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

บูเช็กเทียนกับไหเหล้า เรื่องจริงหรือภาพจำโหดในประวัติศาสตร์จีน

โพสท์โดย charmingvampire

 

เบื้องหลังความรุ่งเรืองของราชวงศ์ถัง ยุคสมัยที่สตรีผู้มีนามว่า "อู่เจ๋อเทียน" (หรือบูเช็กเทียน) ไต่เต้าจากสนมชั้นปลายแถวขึ้นสู่บัลลังก์ฮ่องเต้หญิงเพียงหนึ่งเดียว บันทึกประวัติศาสตร์ได้จารึกคราบเลือดและเสียงกรีดร้องอันสยดสยองของอดีตสองสตรีผู้ทรงอิทธิพลในวังหลัง นั่นคือ "ฮองเฮาหวัง" และ "พระสนมเซียว" ผู้ซึ่งเคยเป็นเสี้ยนหนามชิ้นใหญ่ของพระนาง ในอดีต ฮองเฮาหวังและสนมเซียวต่างเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิถังเกาจง แต่เมื่อบูเช็กเทียนก้าวเข้ามาด้วยแผนการอันแยบยล พระนางได้วางอุบายใส่ร้ายป้ายสีจนจักรพรรดิถังเกาจงทรงกริ้ว และสั่งปลดทั้งสองสตรีลงเป็นสามัญชน พร้อมทั้งนำตัวไปคุมขังไว้ในคุกมืดที่ปิดตายอย่างหนาแน่น มีเพียงช่องเล็กๆ สำหรับส่งอาหารเท่านั้น

 พระนางบูเช็กเทียน

 

วันหนึ่ง จักรพรรดิถังเกาจงทรงพระดำเนินผ่านห้องขังมืดนั้นด้วยความโหยหาอดีต เมื่อทอดพระเนตรเห็นสภาพอันทรุดโทรมของอดีตภรรยาทั้งสอง พระองค์ทรงหลั่งน้ำตาด้วยความสงสารและลั่นวาจาว่าจะหาทางช่วยเหลือให้ทั้งสองกลับออกมา ทว่า ความลับนี้มิอาจรอดพ้นหูตาของบูเช็กเทียน เมื่อพระนางทราบเรื่องก็ทรงกริ้วอย่างรุนแรง เพราะตระหนักดีว่าหากปล่อยให้สตรีทั้งสองมีชีวิตอยู่ ย่อมเป็นภัยต่อตำแหน่งฮองเฮาของตนในอนาคต พระนางจึงสั่งการให้ผู้คุมไปลากตัวฮองเฮาหวังและสนมเซียวออกมากระทำการทารุณกรรมในทันที 

จักรพรรดิถังเกาจง

ฉากทารุณกรรมเริ่มต้นด้วยการโบยตีสตรีทั้งสองอย่างโหดเหี้ยมคนละ 100 ไม้ จนเนื้อแตกเลือดสาดกระจาย จากนั้น บูเช็กเทียนทรงสั่งให้เพชฌฆาตจับทั้งสองมัดไว้ แล้วลงมือ "ตัดมือและตัดเท้า" ของพวกนางออกทั้งหมด เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วคุกหลวง ไม่เพียงเท่านั้น พระนางยังสั่งให้นำร่างอันไร้รวงแขนขาที่ยังมีลมหายใจอยู่นั้น โยนลงไปใน "ไหสุราขนาดใหญ่" ที่เต็มไปด้วยเหล้าข้น พร้อมกับลั่นวาจาอันเยือกเย็นว่า "จงปล่อยให้ยายแม่มดสองตัวนี้เมามายไปจนถึงกระดูกดำเถิด!" ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในสุราแล่นเข้ากัดเซาะบาดแผลสดที่เพิ่งถูกตัดอวัยวะ สร้างความแสบร้อนและทรมานเจียนตาย ทั้งสองต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสอยู่ในไหสุราเป็นเวลาหลายวันก่อนจะสิ้นใจตายอย่างอนาถ

ฮองเฮาหวัง

ก่อนตาย สนมเซียวได้แช่งด่าด้วยความอาฆาตว่า "ขอเกิดใหม่เป็นแมว และขอให้บูเช็กเทียนเกิดเป็นหนู เพื่อที่ฉันจะได้ขย้ำคอแกให้ตาย!" หลังจากทั้งสองเสียชีวิต บูเช็กเทียนยังสั่งให้ตัดหัวศพออกเป็นชิ้นๆ และเปลี่ยนนามสกุลของตระกูลพวกนางให้มีสัญลักษณ์เป็นงูเหลือมและนกเค้าแมวเพื่อเป็นการหยามเกียรติชั่วนิรันดร์ 

แม้ว่าบูเช็กเทียนจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดเป็นฮ่องเต้หญิงผู้ยิ่งใหญ่ แต่กฎแห่งกรรมก็ทำงานอย่างซื่อตรงในบั้นปลายชีวิต คำสาปแช่งของสนมเซียวทำให้พระนางกลายเป็นคนหวาดระแวง และสั่งห้ามไม่ให้มีการเลี้ยงแมวในพระราชวังอย่างเด็ดขาด ในยามค่ำคืน พระนางมักจะสะดุ้งตื่นด้วยความผวาและฝันเห็นวิญญาณของฮองเฮาหวังและสนมเซียวในสภาพเนื้อตัวชุ่มเลือดมาทวงชีวิตอยู่เสมอ จนต้องย้ายพระราชวังหนีไปประทับที่เมืองลั่วหยาง

และในบั้นปลายชีวิตเมื่ออายุย่าง 81 ปี พระนางถูกขุนนางและโอรสแท้ๆ รวมหัวกันทำรัฐประหารยึดอำนาจ ต้องนอนป่วยอย่างโดดเดี่ยว ตรอมใจ และสิ้นพระชนม์ไปพร้อมกับตราบาปที่คนรุ่นหลังตราหน้าถึงความโหดเหี้ยม ทิ้งไว้เพียงแผ่นศิลาหน้าสุสานอันว่างเปล่าไร้ตัวอักษรจารึกชั่วนิรันดร์ 

ศิลาจารึกไร้อักษรแห่งเฉียนหลิง ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ 

 

อย่างไรก็ตาม เรื่อง “ไหเหล้า” ของบูเช็กเทียนเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์จีนที่ควรอ่านแบบแยกชั้นข้อมูล เพราะแหล่งบันทึกโบราณเกี่ยวกับราชสำนักมักมีทั้งข้อเท็จจริง เหตุการณ์การเมือง และภาพจำที่ถูกเล่าซ้ำในภายหลังปะปนกันอยู่

สิ่งที่มีน้ำหนักค่อนข้างชัดคือ ฮองเฮาหวังและพระสนมเซียวถูกปลดจากตำแหน่งหลังอู่เจ๋อเทียนขึ้นมามีอำนาจในวังหลัง และทั้งสองเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าหลังจากนั้น ส่วนรายละเอียดเรื่องการลงโทษอย่างทารุณ การตัดมือเท้า หรือการโยนลงไหสุรา เป็นส่วนที่ปรากฏในเรื่องเล่าและบันทึกบางสาย ซึ่งนักอ่านประวัติศาสตร์ควรรับรู้ว่าอาจมีการขยายภาพความโหดร้ายเพื่อสะท้อนการแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก

เหตุผลที่เรื่องนี้ยังถูกพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงเพราะความโหดของเหตุการณ์ แต่เพราะบูเช็กเทียนเป็นสตรีเพียงคนเดียวที่ก้าวขึ้นเป็นฮ่องเต้ในประวัติศาสตร์จักรวรรดิจีน ภาพจำของพระนางจึงมักถูกเล่าทั้งในฐานะผู้ปกครองที่มีความสามารถ และในฐานะหญิงผู้ใช้อำนาจอย่างน่ากลัว

เมื่อมองแบบนี้ เรื่องไหเหล้าจึงไม่ใช่แค่ตำนานวังหลังชวนสยอง แต่เป็นตัวอย่างของประวัติศาสตร์ที่มีหลายชั้น ทั้งอำนาจ ความกลัว การเมืองราชสำนัก และวิธีที่คนรุ่นหลังเลือกจดจำผู้หญิงที่ขึ้นไปอยู่เหนือระบบอำนาจชายเป็นใหญ่ในยุคนั้น

สรุปสั้น ๆ คือ เรื่องนี้มีแกนเหตุการณ์จริงเกี่ยวกับการล่มสลายของฮองเฮาหวังและสนมเซียว แต่รายละเอียดที่โหดที่สุดควรอ่านในฐานะ “เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ที่ยังมีข้อถกเถียง” มากกว่าจะรับเป็นข้อเท็จจริงแบบฟันธงทั้งหมด

ขอบคุณเนื้อหา บันทึกประวัติศาสตร์ราชวงศ์ถังฉบับเก่า (Old Book of Tang) และ บันทึกประวัติศาสตร์ราชวงศ์ถังฉบับใหม่ (New Book of Tang) ในส่วนชีวประวัติของ Empress Wang (Gaozong) และ Pure Consort Xiao
บทความวิชาการของ Smithsonian Magazine (The Demonization of Empress Wu) และสารานุกรมประวัติศาสตร์โลก
https://commons.wikimedia.org/wiki/Category:Empress_Wu_Ze_Tian
https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Portrait_de_l'impératrice_Wang.jpg
https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Court_Ladies_of_the_Tang.jpg
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
charmingvampire's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 251 ครั้ง
โพสท์โดย charmingvampire
แวมไพร์ใจดี
ชอบการท่องเที่ยว
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“ชัชชาติ” ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 ขอบคุณทุกเสียง 4 ปีจากนี้เข้มข้นขึ้น3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทยห้างสรรพสินค้าที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดในประเทศไทย5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026เมาแล้วได้อะไร? นอกจาก ‘แฮงค์’ กับ ‘ภาพตัด’ ชวนส่องข้อดี-ข้อเสียในวงเหล้าที่สายปาร์ตี้รู้กันดี5 โทรศัพท์มือถือรุ่นแรกของโลกที่โดดเด่นด้านการกันน้ำเกาะต้องห้ามที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก'การกินอาหาร 3 มื้อต่อวันของมนุษย์' มีเหตุผลและที่มาที่ไปอย่างไร?อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ5 รุ่นมือถือยอดฮิตยุค90 ในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด โรงน้ำชาในป่าไผ่
ยาแฝดมิสซาดำ มนต์ดำแห่งพระราชวังแวร์ซายด์ใครสังหาร ฟาโรห์รามเสสที่ 3ทายาทฉาว..ลูกสาวซานอินฮาเร็มรัก นายบำเรอ องค์หญิงซานอิน
ตั้งกระทู้ใหม่