บูเช็กเทียนกับไหเหล้า เรื่องจริงหรือภาพจำโหดในประวัติศาสตร์จีน
วันหนึ่ง จักรพรรดิถังเกาจงทรงพระดำเนินผ่านห้องขังมืดนั้นด้วยความโหยหาอดีต เมื่อทอดพระเนตรเห็นสภาพอันทรุดโทรมของอดีตภรรยาทั้งสอง พระองค์ทรงหลั่งน้ำตาด้วยความสงสารและลั่นวาจาว่าจะหาทางช่วยเหลือให้ทั้งสองกลับออกมา ทว่า ความลับนี้มิอาจรอดพ้นหูตาของบูเช็กเทียน เมื่อพระนางทราบเรื่องก็ทรงกริ้วอย่างรุนแรง เพราะตระหนักดีว่าหากปล่อยให้สตรีทั้งสองมีชีวิตอยู่ ย่อมเป็นภัยต่อตำแหน่งฮองเฮาของตนในอนาคต พระนางจึงสั่งการให้ผู้คุมไปลากตัวฮองเฮาหวังและสนมเซียวออกมากระทำการทารุณกรรมในทันที
จักรพรรดิถังเกาจง
ฮองเฮาหวัง
แม้ว่าบูเช็กเทียนจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดเป็นฮ่องเต้หญิงผู้ยิ่งใหญ่ แต่กฎแห่งกรรมก็ทำงานอย่างซื่อตรงในบั้นปลายชีวิต คำสาปแช่งของสนมเซียวทำให้พระนางกลายเป็นคนหวาดระแวง และสั่งห้ามไม่ให้มีการเลี้ยงแมวในพระราชวังอย่างเด็ดขาด ในยามค่ำคืน พระนางมักจะสะดุ้งตื่นด้วยความผวาและฝันเห็นวิญญาณของฮองเฮาหวังและสนมเซียวในสภาพเนื้อตัวชุ่มเลือดมาทวงชีวิตอยู่เสมอ จนต้องย้ายพระราชวังหนีไปประทับที่เมืองลั่วหยาง
และในบั้นปลายชีวิตเมื่ออายุย่าง 81 ปี พระนางถูกขุนนางและโอรสแท้ๆ รวมหัวกันทำรัฐประหารยึดอำนาจ ต้องนอนป่วยอย่างโดดเดี่ยว ตรอมใจ และสิ้นพระชนม์ไปพร้อมกับตราบาปที่คนรุ่นหลังตราหน้าถึงความโหดเหี้ยม ทิ้งไว้เพียงแผ่นศิลาหน้าสุสานอันว่างเปล่าไร้ตัวอักษรจารึกชั่วนิรันดร์
ศิลาจารึกไร้อักษรแห่งเฉียนหลิง ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้
อย่างไรก็ตาม เรื่อง “ไหเหล้า” ของบูเช็กเทียนเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์จีนที่ควรอ่านแบบแยกชั้นข้อมูล เพราะแหล่งบันทึกโบราณเกี่ยวกับราชสำนักมักมีทั้งข้อเท็จจริง เหตุการณ์การเมือง และภาพจำที่ถูกเล่าซ้ำในภายหลังปะปนกันอยู่
สิ่งที่มีน้ำหนักค่อนข้างชัดคือ ฮองเฮาหวังและพระสนมเซียวถูกปลดจากตำแหน่งหลังอู่เจ๋อเทียนขึ้นมามีอำนาจในวังหลัง และทั้งสองเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าหลังจากนั้น ส่วนรายละเอียดเรื่องการลงโทษอย่างทารุณ การตัดมือเท้า หรือการโยนลงไหสุรา เป็นส่วนที่ปรากฏในเรื่องเล่าและบันทึกบางสาย ซึ่งนักอ่านประวัติศาสตร์ควรรับรู้ว่าอาจมีการขยายภาพความโหดร้ายเพื่อสะท้อนการแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก
เหตุผลที่เรื่องนี้ยังถูกพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงเพราะความโหดของเหตุการณ์ แต่เพราะบูเช็กเทียนเป็นสตรีเพียงคนเดียวที่ก้าวขึ้นเป็นฮ่องเต้ในประวัติศาสตร์จักรวรรดิจีน ภาพจำของพระนางจึงมักถูกเล่าทั้งในฐานะผู้ปกครองที่มีความสามารถ และในฐานะหญิงผู้ใช้อำนาจอย่างน่ากลัว
เมื่อมองแบบนี้ เรื่องไหเหล้าจึงไม่ใช่แค่ตำนานวังหลังชวนสยอง แต่เป็นตัวอย่างของประวัติศาสตร์ที่มีหลายชั้น ทั้งอำนาจ ความกลัว การเมืองราชสำนัก และวิธีที่คนรุ่นหลังเลือกจดจำผู้หญิงที่ขึ้นไปอยู่เหนือระบบอำนาจชายเป็นใหญ่ในยุคนั้น
สรุปสั้น ๆ คือ เรื่องนี้มีแกนเหตุการณ์จริงเกี่ยวกับการล่มสลายของฮองเฮาหวังและสนมเซียว แต่รายละเอียดที่โหดที่สุดควรอ่านในฐานะ “เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ที่ยังมีข้อถกเถียง” มากกว่าจะรับเป็นข้อเท็จจริงแบบฟันธงทั้งหมด
บทความวิชาการของ Smithsonian Magazine (The Demonization of Empress Wu) และสารานุกรมประวัติศาสตร์โลก
https://commons.wikimedia.org/wiki/Category:Empress_Wu_Ze_Tian
https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Portrait_de_l'impératrice_Wang.jpg
https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Court_Ladies_of_the_Tang.jpg
“ชัชชาติ” ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 ขอบคุณทุกเสียง 4 ปีจากนี้เข้มข้นขึ้น
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
ห้างสรรพสินค้าที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026
เมาแล้วได้อะไร? นอกจาก ‘แฮงค์’ กับ ‘ภาพตัด’ ชวนส่องข้อดี-ข้อเสียในวงเหล้าที่สายปาร์ตี้รู้กันดี
5 โทรศัพท์มือถือรุ่นแรกของโลกที่โดดเด่นด้านการกันน้ำ
เกาะต้องห้ามที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก
'การกินอาหาร 3 มื้อต่อวันของมนุษย์' มีเหตุผลและที่มาที่ไปอย่างไร?
อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
5 รุ่นมือถือยอดฮิตยุค90 ในประเทศไทย










