พนักงานกินมื้อเช้าในออฟฟิศถูกไล่ออก บริษัทแพ้คดีจ่ายชดเชย 36,000 บาท
ซาลาเปามื้อเช้าในออฟฟิศ กลายเป็นชนวนให้พนักงานชายในเซินเจิ้นถูกเลิกจ้างทันทีผ่าน WeChat แต่เรื่องเล็กในที่ทำงานกลับจบด้วยบทเรียนใหญ่ บริษัทต้องจ่ายเงินชดเชยประมาณ 36,000 บาท
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับพนักงานแซ่จาง ซึ่งทำงานกับบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน มาครบ 1 ปี วันเกิดเหตุเขากำลังรับประทานอาหารเช้าในเวลาทำงาน ก่อนถูกเจ้านายตำหนิอย่างรุนแรง
การพูดคุยไม่ได้จบแค่คำเตือน แต่บานปลายเป็นการโต้เถียง จนเจ้านายส่งข้อความผ่าน WeChat แจ้งว่าไม่ต้องมาทำงานอีก ถือเป็นการเลิกจ้างแบบทันที
ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ถูกพูดถึงมาก ไม่ใช่แค่การกินอาหารเช้าในออฟฟิศ แต่คือคำถามว่า นายจ้างสามารถไล่พนักงานออกเพราะเรื่องลักษณะนี้ได้เลยหรือไม่
นายจางมองว่าการกินซาลาเปาไม่ใช่ความผิดร้ายแรงถึงขั้นต้องถูกไล่ออก และเห็นว่าบริษัทอาจใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการเลิกจ้าง เขาจึงยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการไกล่เกลี่ย ณ ศูนย์บริการกฎหมายสาธารณะเขตเผิงซาน เพื่อขอให้ตรวจสอบสิทธิ์ของตนเอง
จุดสำคัญของคดีนี้อยู่ที่คำว่า “ผิดวินัยร้ายแรง” เพราะตามหลักแรงงาน นายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ก็ต่อเมื่อพนักงานละเมิดระเบียบร้ายแรงจริง ไม่ใช่เพียงเกิดความไม่พอใจระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง
ในกรณีนี้ ผู้ไกล่เกลี่ยเห็นว่าบริษัทมีปัญหาอย่างน้อย 2 จุด จุดแรกคือระเบียบภายในไม่ได้ระบุชัดว่า การกินอาหารเช้าในที่ทำงานเป็นความผิดระดับที่ต้องเลิกจ้าง จุดที่สองคือกระบวนการลงโทษไม่ได้เดินตามขั้นตอนที่เหมาะสม
การไล่ออกผ่านแอปแชทจึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญ เพราะทำให้เห็นทั้งเจตนาและวิธีการเลิกจ้างแบบทันที โดยไม่มีลำดับการตักเตือนหรือการพิจารณาทางวินัยที่ชัดเจน
สุดท้าย ทั้งสองฝ่ายจบเรื่องด้วยการไกล่เกลี่ย บริษัทตกลงจ่ายเงินเดือนค้างจ่ายและค่าชดเชยจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม รวมเป็นเงินประมาณ 36,000 บาท โดยโอนเงินให้หลังลงนามในเอกสารยุติสัญญาจ้าง
สำหรับนายจ้าง คดีนี้เป็นสัญญาณเตือนว่า กฎในออฟฟิศต้องเขียนให้ชัด ใช้จริงได้ และสื่อสารกับพนักงานอย่างเป็นระบบ หากจะลงโทษทางวินัย ต้องมีเหตุผลและขั้นตอนรองรับ ไม่ใช่ตัดสินใจจากอารมณ์ในช่วงปะทะกัน
สำหรับลูกจ้าง จุดที่ควรจำคือ หากถูกเลิกจ้างกะทันหัน ควรเก็บหลักฐานให้ครบ เช่น ข้อความแชท คำสั่งเลิกจ้าง รายละเอียดเงินเดือน และเอกสารการทำงาน เพราะหลักฐานเหล่านี้อาจเป็นตัวช่วยสำคัญเมื่อต้องเข้าสู่กระบวนการร้องเรียนหรือไกล่เกลี่ย
คำถามง่าย ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายควรถามก่อนเรื่องจะใหญ่คือ กฎข้อนั้นเขียนไว้ชัดหรือยัง พนักงานเคยรับทราบหรือไม่ ความผิดร้ายแรงจริงหรือเปล่า และมีการตักเตือนตามลำดับแล้วหรือยัง
ข้อมูลในบทความเป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี ก่อนตัดสินใจดำเนินคดีหรือทำสัญญา ควรปรึกษาทนายความ
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวพนักงานกินอาหารเช้าในออฟฟิศ แต่เป็นบทเรียนว่า อำนาจในที่ทำงานมีขอบเขต และการเลิกจ้างหนึ่งครั้งอาจแพงกว่าซาลาเปามื้อเช้าหลายเท่า
เขียนโดย แมวเอาแต่นอน
รุ่นพี่ ม.6 เทพฯ นนท์ สุดทน! ขอพูดบ้าง หลังเห็นกระแสโทษโรงเรียน ลั่น “คนทำไม่ปกติ อย่าโยนความผิดให้ใคร”
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
“เอเวลินน์ ศรียะพันธ์” นักบินหญิงชาวไทยที่สื่อนอกยกฉายา “กัปตันที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์”
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
มนุษย์ค้นพบสิ่งมีชีวิตบนโลกไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์?
“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69
ซีรีส์สั้น AI ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่ "เสพติด" ง่ายที่สุด
เลขเด็ดจากดวงดาว งวด 16 สิงหาคม 2569 รวมเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว
ฮาเดสกับเพอร์เซโฟนีเริ่มจากการลักพาตัวแต่ทำไมยุคหลังถึงกลายเป็นรักดาร์กสุดโรแมนติก
นาร์ซิสซัสไม่ได้แค่รักตัวเองแต่ติดอยู่กับภาพตัวเองจนรักใครไม่เป็น
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
รุ่นพี่ ม.6 เทพฯ นนท์ สุดทน! ขอพูดบ้าง หลังเห็นกระแสโทษโรงเรียน ลั่น “คนทำไม่ปกติ อย่าโยนความผิดให้ใคร”
10 อาชีพที่คนไทยมองว่าดูดี และมีเสน่ห์





