สีเสื้อประจำวันมาจากไหน? ทำไมวันจันทร์ต้องสีเหลือง วันอังคารต้องสีชมพู
ถ้าเปิดตู้เสื้อผ้าคนไทยบางบ้านในช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญ เราอาจเห็นเสื้อหลายสีเรียงกันจนอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมวันจันทร์ต้องสีเหลือง แล้วทำไมวันอังคารถึงเป็นสีชมพู?
จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เก่ากว่าเทรนด์ “เสื้อสีมงคล” ที่เราเห็นกันทุกวันนี้มาก และไม่ได้เกิดจากการจับคู่สีขึ้นมาแบบสุ่ม ๆ แต่เชื่อมโยงกับ โหราศาสตร์และคติความเชื่อเรื่องดาวเคราะห์ เทวดา และวันทั้ง 7
7 วัน 7 สี มีอะไรอยู่เบื้องหลัง?
ตามคติที่แพร่หลายในสังคมไทย แต่ละวันมีดาวนพเคราะห์หรือเทพประจำวัน และมีสีที่ใช้เป็นสัญลักษณ์แตกต่างกัน จึงเกิดชุดสีที่คนไทยคุ้นเคยกันมานาน
วันอาทิตย์ – สีแดง
วันจันทร์ – สีเหลือง
วันอังคาร – สีชมพู
วันพุธ – สีเขียว
วันพฤหัสบดี – สีส้ม/แสด
วันศุกร์ – สีฟ้า/น้ำเงิน
วันเสาร์ – สีม่วง/ดำ
แต่มีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่น่าสนใจมาก นั่นคือ วันพุธ ในคติบางแบบแยกเป็นช่วงกลางวันและกลางคืน โดยพุธกลางคืนมีสีดำหรือเทาเข้มเป็นสีประจำ ขณะที่พุธกลางวันใช้สีเขียว
แล้วสีเหล่านี้มาจากไหน?
รากของแนวคิดไม่ได้เป็นเรื่อง “แฟชั่น” แต่เกี่ยวข้องกับคติ โหราศาสตร์อินเดียและพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งให้ความสำคัญกับดาวเคราะห์และเทพที่สัมพันธ์กับวันต่าง ๆ เมื่อแนวคิดเหล่านี้เข้ามาผสมกับความเชื่อในสังคมไทย จึงเกิดการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง วัน ดาว เทวดา และสี
อย่างไรก็ตาม ต้องระวังนิดหนึ่งครับ เพราะเราไม่สามารถชี้ได้อย่างแม่นยำว่า “ใครเป็นคนคิดสีทั้ง 7 ขึ้นมาเป็นคนแรก” หรือกำหนดปีเริ่มต้นของธรรมเนียมนี้ได้แบบชัดเจน หลักฐานที่มีสะท้อนว่าเป็นคติความเชื่อที่ค่อย ๆ สืบทอดและผสมผสานอยู่ในวัฒนธรรมไทย
จากความเชื่อเก่า สู่เสื้อที่เราใส่ทุกวันนี้
สิ่งที่น่าสนใจคือความเชื่อเรื่องสีไม่ได้อยู่แค่ในตำราโหราศาสตร์ แต่ค่อย ๆ กลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปมองเห็นและใช้งานได้จริง
โดยเฉพาะในช่วงที่มีการรณรงค์หรือกิจกรรมสาธารณะ สีประจำวันยิ่งกลายเป็น ภาษาทางสังคม ที่คนเห็นแล้วเข้าใจได้ทันที เช่น สีเหลืองที่เชื่อมโยงกับวันจันทร์ หรือสีชมพูที่เชื่อมโยงกับวันอังคาร
เอาเข้าจริง เราอาจไม่ได้เชื่อเรื่องดาวหรือดวงอย่างจริงจังทุกคน แต่การหยิบเสื้อสีตามวันมาใส่ก็กลายเป็นธรรมเนียมสนุก ๆ ที่ทำให้เรื่องจากคติความเชื่อโบราณยังอยู่ในชีวิตประจำวัน
เพราะฉะนั้น ครั้งหน้าถ้ามีคนถามว่า “วันนี้ใส่เสื้อสีอะไรดี?” คำถามธรรมดา ๆ นี้ก็พาเราย้อนไปได้ไกลถึงเรื่องดาว เทวดา และความเชื่อที่เดินทางข้ามวัฒนธรรมมาหลายยุคเลยทีเดียว
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา — ข้อมูลภาษาและความหมายที่เกี่ยวข้องกับวัน สี และคติความเชื่อ
Encyclopaedia Britannica — ข้อมูลเกี่ยวกับ Hindu astrology และระบบดาวเคราะห์ในคติอินเดีย
เบื้องหลังนามสกุล “เชิญยิ้ม” 40 ปีแห่งมิตรภาพ วิกฤตการสูญเสีย และเส้นทางสร้างตำนาน
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
รถ EV ใช้ไปหลายปีแล้ว แบตเก่าจะไปไหน? ทำไมแบตเตอรี่ถึงต้องมี “พาสปอร์ต” ของตัวเอง
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
ให้โชคมาแล้ว 8 งวด คนแห่ขอเลข “กุมารจิตติ” รอบนี้ให้เลขเดียวกันทุกคน แก้บนถึงขั้นจ้างรถแห่มาถวาย
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
ล้างหาดต้อนรับทหารเรือสหรัฐฯ 5,000 นาย หลังจากนี้ต้นมะพร้าวพัทยาจะกลับมาอีกไหม?
เมล็ดมะขามในวงพนันโบราณ ย้อนรอย “กำถั่ว” จากบ่อนเบี้ยสู่หน้าประวัติศาสตร์
ทำไมตั้งชื่อจังหวัดว่า “ร้อยเอ็ด” ทั้งที่ไม่ได้มี 101 เมือง
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
กินขนมทุกวัน เพิ่งรู้! ถุงขนมพอง ๆ ไม่ใช่ลมธรรมดา แต่คือก๊าซที่ช่วยรักษาความกรอบ
5 เทคนิค ที่ร้านบุฟเฟต์ไม่เคยบอกคุณ ทำไมกินนิดเดียวก็อิ่ม?
ให้โชคมาแล้ว 8 งวด คนแห่ขอเลข “กุมารจิตติ” รอบนี้ให้เลขเดียวกันทุกคน แก้บนถึงขั้นจ้างรถแห่มาถวาย
10 รถ EV ที่คนไทยกำลังแห่ซื้อ รุ่น ไหนมาแรงที่สุด?
รถ EV ใช้ไปหลายปีแล้ว แบตเก่าจะไปไหน? ทำไมแบตเตอรี่ถึงต้องมี “พาสปอร์ต” ของตัวเอง
ล้างหาดต้อนรับทหารเรือสหรัฐฯ 5,000 นาย หลังจากนี้ต้นมะพร้าวพัทยาจะกลับมาอีกไหม?
เมล็ดมะขามในวงพนันโบราณ ย้อนรอย “กำถั่ว” จากบ่อนเบี้ยสู่หน้าประวัติศาสตร์
ทำไมตั้งชื่อจังหวัดว่า “ร้อยเอ็ด” ทั้งที่ไม่ได้มี 101 เมือง



