ทึ่งทั่วโลก : ปรากฏการณ์ "เงาภูเขา" (Mountain Shadow) ที่ภูเขาเรเนียร์ (Mount Rainier) รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา สวยและแปลกดีครับ
ถ้าใครเคยเห็นภาพเงาภูเขาเรเนียร์พาดยาวขึ้นไปบนท้องฟ้า จะรู้สึกเหมือนมันไม่ใช่เงาธรรมดาเลย เพราะแทนที่เงาจะทอดลงบนพื้นดินเหมือนที่เราเคยชิน มันกลับไปปรากฏอยู่ “ใต้ฐานเมฆ” ราวกับเงาลอยอยู่บนฟ้า ดูแล้วเหมือนฉากในหนังไซไฟมากกว่าภาพถ่ายธรรมชาติจริงๆ
ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “เงาภูเขา” หรือ Mountain Shadow และภูเขาเรเนียร์ในรัฐวอชิงตันถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เห็นปรากฏการณ์นี้ได้สวยและชัดที่สุดในโลก
หัวใจของมันจริงๆ อยู่ที่แค่สองอย่าง คือ
ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ และ ระดับความสูงของก้อนเมฆ
เริ่มจากดวงอาทิตย์ก่อน ในช่วงเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หรือช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงกับฤดูหนาว ดวงอาทิตย์จะอยู่ต่ำมาก และจะขึ้นหรือตกในตำแหน่งที่ค่อนไปทางทิศใต้ ทำให้มุมของแสงอาทิตย์ไม่ได้ส่องลงพื้นแบบตรงๆ แต่ส่องเฉียง “จากล่างขึ้นบน” ไปยังท้องฟ้าแทน
พอจังหวะนั้นมีชั้นเมฆลอยอยู่ในระดับที่เหมาะสม และเมฆนั้นต่ำกว่ายอดเขาเรเนียร์ซึ่งสูงถึงประมาณ 4,392 เมตร แสงอาทิตย์ที่ส่องเฉียงขึ้นมาก็จะไปกระทบตัวภูเขาก่อน แล้วภูเขาก็ทำหน้าที่เหมือนกำแพงบังแสงทันที
ผลก็คือ เงาของภูเขาจะไม่ตกลงพื้น แต่จะถูก “ฉายย้อนขึ้น” ไปปรากฏบนใต้ฐานเมฆ กลายเป็นเงาสามเหลี่ยมขนาดมหึมาที่พาดอยู่บนท้องฟ้า เหมือนภูเขากำลังวาดภาพเงาของตัวเองลงบนเมฆ
แล้วทำไมต้องเป็นภูเขาเรเนียร์ที่เห็นชัดเป็นพิเศษ?
อย่างแรกเลยคือ ความโดดเดี่ยว
ภูเขาเรเนียร์ตั้งตระหง่านสูงเด่นกว่าเทือกเขารอบข้าง ไม่มีภูเขาอื่นมาบังทั้งแสงอาทิตย์หรือเงาของมัน ทำให้เงาที่เกิดขึ้นชัด เต็มรูปทรง และไม่แตกกระจาย
อย่างที่สองคือ รูปร่าง
เรเนียร์เป็นภูเขาไฟแบบ Stratovolcano ที่มีรูปทรงกรวยสมมาตรสวยมาก พอเกิดเงาขึ้นมา มันเลยกลายเป็นรูปสามเหลี่ยมคมชัด ดูเหมือนพีระมิดยักษ์บนท้องฟ้า ทำให้ภาพออกมาดูเหนือจริงสุดๆ
หลายคนที่เห็นครั้งแรกมักคิดว่าเป็นปรากฏการณ์แปลกประหลาดหรือภาพตัดต่อ แต่จริงๆ แล้วมันคือฟิสิกส์พื้นฐานของแสงเงาล้วนๆ เพียงแค่เราไม่ค่อยมีโอกาสเห็นมุมที่ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำกว่ายอดภูเขา พร้อมกับมีเมฆอยู่ในตำแหน่งพอดีแบบนี้บ่อยๆ เท่านั้นเอง
มีเกร็ดน่ารู้ที่น่าสนใจด้วยนะ ปรากฏการณ์เงาภูเขานี่แหละที่มักถูกยกมาเป็นหนึ่งในหลักฐานเชิงธรรมชาติว่าโลกเป็นทรงกลม เพราะถ้าโลกแบน ดวงอาทิตย์จะต้องอยู่สูงเหนือพื้นตลอดเวลา แสงจะไม่สามารถส่องจากมุมต่ำกว่ายอดเขาเพื่อฉายเงาย้อนขึ้นไปบนเมฆได้แบบนี้
สรุปสั้นๆ แบบเพื่อนเล่าให้ฟังก็คือ
เงาภูเขาเรเนียร์ไม่ใช่เรื่องลึกลับ ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่เป็นจังหวะที่ธรรมชาติจัดองค์ประกอบทุกอย่างให้ลงตัวพอดี
ดวงอาทิตย์ต่ำ
เมฆอยู่ถูกระดับ
ภูเขาสูง โดดเดี่ยว และทรงสวย
พอทั้งหมดมาชนกันพร้อมกัน ภาพที่ออกมาเลยเหมือนผลงานศิลปะยักษ์บนท้องฟ้า ที่ธรรมชาติเป็นคนวาดให้ดูสดๆ ต่อหน้าต่อตาเลยนั่นเอง
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ฟ้าผ่าหนึ่งครั้งใช้เวลานานแค่ไหน? ทำไมเราจึงเห็นเป็นแสงวาบ
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
คาสิโนเวกัสและมาเก๊าไม่มีนาฬิกากับหน้าต่างจริงหรือไม่
อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชค
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
ผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไร
ข้อมูลในโทรศัพท์ของเรามาจากไหน? มือถือเครื่องเดียวอาจเก็บเรื่องราวของเราไว้มากกว่าที่คิด
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
โรงเรียนไทยแห่งไหนที่มีชื่อเสียงไปถึงต่างประเทศ? เปิดจุดเด่นที่ทำให้เป็นที่รู้จัก
ชนสำนักใหญ่! ส่องเลขเด็ดงวด 1 ตุลาคม เสือตกถังพลังเงินดี ปะทะ ม้าสีหมอก ตัวไหนเด่น ตัวไหนชน มาคุยกัน!



