บ้านไม้กลางป่ากับเสียงเรียกปริศนา: เรื่องเล่าที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงในหมู่บ้านฉัน
...เสียงนั้นกลับมาอีกแล้ว มันเรียกชื่อฉันเหมือนเดิม...เหมือนตอนเด็ก...แต่ครั้งนี้ ฉันไม่ได้ฝัน...
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ แพร ตอนนี้อายุ 29 ปีแล้วค่ะ ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ได้กลับบ้านเกิดมานานเกือบ 7 ปี บ้านเกิดของฉันอยู่ที่จังหวัดพะเยา เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่โอบล้อมด้วยป่าไม้และภูเขา เดิมทีฉันเคยคิดว่ามันเป็นหมู่บ้านธรรมดา เหมือนหมู่บ้านอื่น ๆ แต่เมื่อโตขึ้น ฉันกลับเริ่มได้ยินเรื่องเล่าแปลก ๆ เกี่ยวกับ บ้านไม้กลางป่า ที่ไม่มีใครกล้าเฉียดใกล้ในยามค่ำคืน
แม่เล่าว่าบ้านหลังนั้นเคยมีคนอยู่ เป็นครอบครัวเล็ก ๆ พ่อแม่ลูก แต่คืนหนึ่งเกิดไฟไหม้กลางดึก ไม่มีใครรอดชีวิต ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าถ่าน แต่หลังจากนั้นไม่นาน บ้านไม้หลังเดิมกลับถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนสร้าง และไม่มีใครกล้ายุ่งเกี่ยว
ฉันเคยได้ยินเสียงลือกันว่าทุกคืนวันพระ จะมีเสียงผู้หญิงร้องเรียกชื่อใครสักคนจากบ้านหลังนั้น บางคนบอกว่าเคยได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ บางคนถึงขั้นได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตาม แต่ทุกครั้งที่มองกลับไป กลับไม่มีใครอยู่เลย...
ฉันไม่เคยเชื่อค่ะ จนกระทั่งเมื่อเดือนก่อน...
ฉันตัดสินใจกลับบ้านไปเยี่ยมแม่ที่ป่วย วันนั้นฟ้ามืดเร็วกว่าปกติ ฉันขับรถผ่านเส้นทางลัดที่พ่อเคยใช้สมัยก่อน โดยไม่ทันระวัง ฉันหลงทางค่ะ โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ และรถฉันก็จอดเสียตรงกลางป่าพอดี
ฉันตัดสินใจเดินหาทางกลับ พยายามหาสัญญาณมือถือ แต่กลับไปเจอบ้านไม้หลังหนึ่งตั้งอยู่เงียบ ๆ ท่ามกลางต้นไม้สูง ฉันแปลกใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะมีบ้านอยู่กลางป่าแบบนี้ ด้วยความอยากรู้ ฉันเดินเข้าไปใกล้
บ้านนั้นดูเก่าแต่ไม่ทรุดโทรม เหมือนมีคนดูแล หน้าต่างบางบานเปิดอยู่ ลมพัดผ้าม่านปลิวไหว...ฉันกำลังจะหันหลังกลับ เพราะเริ่มรู้สึกขนลุก แต่ทันใดนั้นเอง...เสียงผู้หญิงเบา ๆ ก็ดังขึ้น
แพร...แพร...เข้ามาสิ...หนาวไหมลูก...
ฉันยืนนิ่งไปเลยค่ะ ขนทั้งตัวลุกซู่ ฉันจำเสียงนี้ได้...มันเหมือนกับเสียงแม่ของฉันตอนฉันยังเด็ก แต่แม่ฉันอยู่บ้าน ไม่ใช่ที่นี่แน่นอน
แพร...เข้ามา...แม่อยู่ในนี้... เสียงนั้นยังคงเรียก
ฉันหันหลังจะวิ่งหนี แต่ขากลับไม่ขยับ น้ำตาเริ่มไหลโดยไม่รู้ตัว เสียงร้องนั้นเศร้าและเย็นยะเยือกจนเหมือนจะแช่แข็งร่างฉัน
จากนั้น...หน้าต่างบ้านก็ปิดเองเสียงดังปัง! ตามด้วยเสียงฝีเท้าเดินวนรอบบ้าน พร้อมกับเสียงเด็กหัวเราะแว่วมาเบา ๆ ฉันกรีดร้องแล้วหมดสติไป...
เมื่อรู้สึกตัวอีกที ฉันตื่นมาอยู่ในโรงพยาบาล แม่เล่าว่าชาวบ้านเจอฉันนอนสลบอยู่ข้างถนนห่างจากบ้านแม่ประมาณ 2 กิโลเมตร
ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันมั่นใจคือ...เสียงนั้นยังตามฉันมาจนถึงวันนี้ ในบางคืน ฉันยังคงได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกชื่อฉันแผ่ว ๆ...
ทุกวันนี้ ฉันไม่กล้ากลับไปเส้นทางเดิมอีก และไม่เคยถามใครเรื่องบ้านไม้หลังนั้นอีกเลย
แค่คิดถึง...ฉันก็ยังขนลุกอยู่เลยค่ะ...
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสาน
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำเป็นอาชีพ
อำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเอง
มาดู 5 ธุรกิจ “เสือนอนกิน” ลงทุนครั้งเดียวกินยาวๆ
วงการบรรพชีวินวิทยาตื่นเต้น หลังทีมนักวิทยาศาสตร์อังกฤษค้นพบฟอสซิลกะโหลกศีรษะของสัตว์ทะเลยุคดึกดำบรรพ์ บริเวณหน้าผา Jurassic Coast
วิเคราะห์เพลง "ควายหาย" สุรพล สมบัติเจริญ: สถาบันความเชื่อและการต่อรองเชิงอำนาจในวิถีชาวนา
ถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุด
108 ปี แห่งการสละราชย์: ปิดฉาก "ปูยี" ปัจฉิมจักรพรรดิและบทเรียน 70 ปีของต้าชิง
5 อันดับประเทศที่มีค่าไฟฟ้า'ถูก'ที่สุดในโลก
น้ำปลาที่มียอดขายมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศไทย
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
“สีหมุนี” ยื่นคำขาด แบ่งน้ำมันคนละครึ่ง หากไทยเดินหน้าปักปันเขตแดนชัดเจน
สื่ออังกฤษแฉ “ปูติน” ลอบขนเงินสด 2.5 พันล้านดอลลาร์ 34 เที่ยวอุ้มอิหร่าน หลัง “ทรัมป์” คว่ำบาตรอย่างหนัก
ปีม้าไฟ 2569 ไม่ใช่แค่เปลี่ยนปีนักษัตร…แต่คือสัญญาณ “เร่งเครื่องทั้งประเทศ” จีนกำลังจะทะยาน หรือกำลังถูกเร่ง?
“เพื่อไทย” เปลี่ยนโลโก้จากแดงเป็นน้ำเงินเข้ม หลังหารือภูมิใจไทย จับตาดีลตั้งรัฐบาลครั้งประวัติศาสตร์

