นิยายเรื่องกระสือตอนที่4 อวสาน
นิยายเรื่องกระสือตอนที่4
อวสาน…
บทสุดท้าย: อวสานที่หนองโคก
เสียงฝีเท้าและแสงคบไฟของชาวบ้านค่อยๆ ห่างออกไปในดงดิบ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและกลิ่นสาบสางที่ปกคลุมชายป่า สายในร่างกระสือลอยนิ่งอยู่บนยอดตะเคียนคู่ ลำไส้ของเธอเกี่ยวกระหวัดกับกิ่งไม้เหมือนเถาวัลย์ปีศาจ เธอจ้องมองดูร่างไร้หัวของตัวเองที่ถูกชาวบ้านแบกไปกองไว้กลางลานวัดเพื่อเตรียม "เผาทิ้ง" ตามคำสั่งของตาบุญ
"ลาก่อน... กายหยาบของฉัน" เธอพึมพำ น้ำตาที่เป็นสายเลือดเอ่อล้นดวงตาสีเขียววาบ
ข้อเสนอจากความมืด
"เสียใจไปก็ไม่ได้อะไรหรอก... อีสาย" เสียงแหบพร่าดังขึ้นข้างหู
สายหันขวับไป พบกับดวงไฟสีแดงก่ำอีกดวงที่ลอยเด่นอยู่เหนือพุ่มไม้ มันคือหัวของ ยายทอง ที่ยังคงวนเวียนไม่ไปไหน แม้ร่างจะถูกเผาไปแล้วก็ตาม
"ยาย... หนูต้องอยู่อย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่ หนูทรมานเหลือเกิน"
"จนกว่าเอ็งจะหา 'ตัวตายตัวแทน' ได้ยังไงล่ะ" ยายทองแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยเขี้ยว "แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เอ็งต้องกิน... กินให้คุ้มกับที่พวกมันรังแกเอ็ง!"
เหยื่อรายสุดท้าย
ในขณะที่ชาวบ้านกำลังล้อมวงดูการเผาร่างของสายที่วัด กล้า กลับแยกตัวออกมาเพียงลำพัง เขาถือมีดพร้าเดินลึกเข้ามาในป่าพลางตะโกนเรียกชื่อหญิงสาวที่เขาคนึงหา
"สาย! ออกมาเถอะพี่จะพาน้องหนี! พี่ไม่สนว่าน้องจะเป็นตัวอะไร!"
กระสือสายชะงัก เธอได้ยินเสียงของกล้า หัวใจที่ห้อยรุ้งริ้งอยู่กับพวงไส้กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง เธอพุ่งดิ่งลงจากยอดไม้ ลอยไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มที่เธอเคยหลงรัก
"พี่กล้า... พี่ไม่กลัวหนูเหรอ?" เธอถาม เสียงนั้นสั่นเครือ
กล้ามองดูใบหน้าที่มีแต่หัวและลำไส้ของสาย น้ำตาเขาไหลพราก เขายื่นมือที่สั่นเทาไปหมายจะสัมผัสแก้มของเธอ "พี่รักสาย... ต่อให้สายไม่มีร่าง พี่ก็ยัง..."
ยังไม่ทันสิ้นประโยค ยายทองที่แอบดูอยู่ก็กระซิบข้างหูสายด้วยเสียงอาคม "กินมันซะสาย! เลือดของคนที่รักเรา คือยาชุบชีวิตที่จะทำให้เรามีฤทธิ์เดชเหนือผีตัวไหนๆ!"
สัญชาตญาณกระสือที่ถูกปลุกเร้าด้วยมนต์ดำบดบังความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ดวงตาของสายกลายเป็นสีแดงชาดทันที เธออ้าปากกว้างจนกรามแทบหลุด
"พี่กล้า... มาอยู่กับหนูนะ!"
รุ่งอรุณที่เปลี่ยนไป
เช้าวันต่อมา ชาวบ้านพบศพของกล้านอนตายอยู่ที่ริมลำธาร สภาพศพไม่มีบาดแผลจากของมีคม แต่ที่หน้าอกกลับถูกฉีกกระชาก เครื่องในหายไปจนหมดเกลี้ยง เหลือเพียงใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างประหลาดคล้ายคนกำลังตกอยู่ในภวังค์
ตาบุญเดินเข้ามาดูศพแล้วทรุดเข่าลง "จบสิ้นกันที... มันกินเลือดเนื้อของคนที่รักมันเข้าไปแล้ว ต่อไปนี้ไม่มีใครในหนองโคกจะปราบมันได้อีก"
ปัจฉิมบท
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หมู่บ้านหนองโคกกลายเป็นหมู่บ้านร้างที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไปหลังจากอาทิตย์อัสดง มีเพียงตำนานเล่าขานถึงดวงไฟสีเขียวสองดวงที่มักจะลอยล่องคู่กันไปตามท้องทุ่งนา
บ้างก็ว่าคือยายทองกับหลานสาว...
แต่บางคนก็ว่า... คือ สาย กับ กล้า ที่กลายเป็นกระสือและกระหังออกล่าเหยื่อด้วยกันในความมืดนิรันดร์
ไม่มีความแค้นใดจะรุนแรงเท่าความรักที่กลายเป็นความพยาบาท และไม่มีอาถรรพ์ใดจะยืนยงเท่ากับมรดกเลือดที่ถูกส่งต่อด้วยความจำใจ
- จบบริบูรณ์ -
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
สลัมลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
เขื่อนดินที่มีความยาวสันเขื่อนมากที่สุดในประเทศไทย
ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 16 พฤษภาคม 2569 รางวัลที่ 1 ออก 107387
รูเล็กบนฝาแก้วกาแฟมีไว้ทำอะไร ทำไมไม่ควรปิดตอนจิบ
ไม่น่าเชื่อว่ามีจริง! เมืองที่ฝนไม่ตกเป็นสิบปี แต่คนยังอยู่รอด
3 จังหวัดปลาร้าขึ้นชื่อในอีสาน รสนัวต่างกันอย่างไร
