นิยายเรื่องกระสือตอนที่2
นิยายเรื่องกระสือตอนที่2
:รสคาวในลำคอ
หลังจากงานศพของยายทองผ่านพ้นไป หมู่บ้านหนองโคกดูเหมือนจะกลับมาสงบสุขอีกครั้ง แต่สำหรับ สาย โลกใบเดิมของเธอได้พังทลายลงตั้งแต่วินาทีที่เธอยอมประคองร่างยายแล้วรับ "ของ" ผ่านหยาดน้ำลายสุดท้ายที่ยายสำลักรดมือน้อยๆ ของเธอ
เธอยังคงอาศัยอยู่ในบ้านไม้หลังเดิมเพียงลำพัง ชาวบ้านต่างพากันชื่นชมในความกตัญญู แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ทุกครั้งที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า สายจะรู้สึกถึงความรุ่มร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากกลางอก
อาการที่เริ่มเปลี่ยนไป
เย็นวันหนึ่ง กล้า ชายหนุ่มลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบสายมานาน หิ้วตะกร้าใส่แกงหน่อไม้มาฝากที่หน้าบ้าน
"สาย... พี่เอาแกงมาให้ เห็นช่วงนี้เก็บตัวเงียบ ไม่ไปตลาดเลยนะเรา" กล้าตะโกนเรียกพลางยิ้มให้
สายเดินออกมาจากความมืดในตัวบ้าน เธอใช้ผ้าพันคอปิดคอไว้มิดชิดแม้กระนั้นอากาศจะร้อนอบอ้าว "ขอบคุณค่ะพี่กล้า ช่วงนี้สายรู้สึกไม่ค่อยสบาย... เพลียๆ น่ะค่ะ"
"หน้าซีดเชียว ไปหาหมอในเมืองไหม เดี๋ยวพี่พาไป" กล้าเดินเข้ามาใกล้ด้วยความเป็นห่วง แต่แล้วเขาต้องชะงักเมื่อได้กลิ่นอะไรบางอย่าง "กลิ่น... กลิ่นคาวอะไรน่ะสาย? เหมือนมีอะไรตายใต้ถุนบ้านเลย"
สายชะงัก มือที่กุมผ้าพันคอสั่นเทา "อ๋อ... สงสัยแมวมันคาบหนูมาทิ้งมั้งคะ พี่กล้ากลับไปก่อนเถอะค่ะ สายอยากพัก"
คืนที่ความหิวครอบงำ
เมื่อแสงจันทร์เสี้ยวส่องสว่าง ความร้อนในตัวสายพุ่งสูงขึ้นจนเธอทนไม่ไหว เธอทรุดตัวลงกลางชานบ้าน ร่างกายบิดเร่าด้วยความเจ็บปวด กระดูกคอลั่นเสียงดัง กร๊อบ!
"ไม่... หนูไม่ต้องการแบบนี้! ยาย... ช่วยหนูด้วย!" เธอคร่ำครวญ แต่ในหัวกลับมีแต่ภาพเนื้อสดและเลือดอุ่นๆ
ทันใดนั้น ผิวหนังรอบคอของเธอก็ปริแยกออก หัวของสายค่อยๆ หลุดออกจากบ่า ลากเอาตับไตไส้พุงที่เรืองแสงสีเขียวหม่นลอยเด่นขึ้นสู่ความมืด เธอมองเห็นร่างกายตัวเองนั่งคอตกเป็นซากที่ไร้วิญญาณอยู่บนบ้าน
เธอลอยออกไปทางหน้าต่าง เป้าหมายไม่ใช่พุ่มไม้ข้างบ้าน แต่เป็นเล้าไก่ของยายจันที่อยู่ถัดไป
พรานล่าผี
ในเงามืดใต้ต้นมะขามใหญ่ "ตาบุญ" สัปเหร่อเก่าประจำหมู่บ้านที่แอบสงสัยในตัวสายมาตลอด นั่งถือปืนแก๊ปยาวในมือ ตาแกไม่ได้มาล่าสัตว์ แต่แกมาล่า "สิ่งที่เหลืออยู่" จากยายทอง
วูบ...
แสงสีเขียวลอยผ่านยอดไม้ไปทางเล้าไก่ ตาบุญหรี่ตามองพลางพึมพำ "นึกแล้วเชียว... เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ อีหนูเอ๋ย"
ตาบุญค่อยๆ ย่องตามไปอย่างเงียบเชียบ ขณะที่ในเล้าไก่ เสียงไก่ร้องกระพือปีกดังสนั่นเพียงครู่ก่อนจะเงียบหายไป แทนที่ด้วยเสียง แฉะ... แฉะ... เหมือนคนกำลังเคี้ยวของสดอย่างตะกละตะกลาม
การเผชิญหน้าที่ไม่คาดฝัน
สายในร่างกระสือ เงยหน้าขึ้นจากซากไก่ชนตัวโปรดของยายจัน เลือดสดๆ ไหลเปื้อนริมฝีปากที่เคยจิ้มลิ้ม เธอรู้สึกถึงพลังงานที่กลับคืนมา แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจกำลังร้องไห้
"กินอิ่มหรือยังล่ะมึง..." เสียงเย็นๆ ของตาบุญดังขึ้นจากด้านหลัง
กระสือสายหันขวับไปทันที ลำไส้พวงใหญ่ส่ายไปมาเหมือนงูที่เตรียมฉก "ตาบุญ..."
"เออ กูเอง... ยายมึงน่ะเพื่อนเก่ากู กูเตือนมันแล้วว่าอย่าให้ใครรับช่วง แต่มันก็ห่วงตัวกลัวตายจนดึงมึงลงนรกไปด้วย" ตาบุญยกปืนขึ้นเล็ง "อย่าโกรธกูเลยนะสาย ถ้าปล่อยไว้ มึงจะกินคนในหมู่บ้านเหมือนที่ยายมึงเคยทำเมื่อสี่สิบปีก่อน"
"หนูไม่ได้อยากเป็น!" สายตะโกนก้อง เสียงของเธอผสมกับเสียงหวีดแหลมที่ทำให้แก้วหูแทบแตก
"งั้นมึงก็ไปชดใช้กรรมซะ!"
ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วทุ่งหนองโคก ลูกปืนอาคมพุ่งเฉียดพวงไส้ของสายไปเพียงนิดเดียว เธอรีบพุ่งตัวหนีขึ้นไปบนยอดไม้สูง ทิ้งให้ตาบุญยืนสบถอยู่ท่ามกลางดงหนามพุทรา
"หนีไปก็เท่านั้น..." ตาบุญกัดฟันกรอด "พรุ่งนี้เช้า ข้าจะไปตรวจดูรอยแผลที่คอพวกเอ็งทุกคน ใครที่มีรอยแยก... มันผู้นั้นต้องตาย!"
สายลอยกลับมาที่บ้านด้วยความหวาดกลัว เธอพยายามสวมหัวกลับเข้ากับร่าง แต่รอยแผลรอบคอนั้นกลับปิดไม่สนิท มันยังคงเป็นรอยแดงช้ำเหมือนรอยเชือกรัดที่ยากจะซ่อนเร้นจากสายตาผู้คนในวันพรุ่งนี้...
จบตอนที่2
เปิดเเนวทางเลข เเต๋วจ๋า พารวย 1 กันยายน 2569
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
ชาไทยสีส้มสดใส แท้จริงมาจากไหน
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
เลขนำโชค "อาม่า ให้ลาภ" 1 กันยายน 2569
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
เช็กดวงโชคลาภ 1 กันยายน 2569 ราศีไหนการเงินหมุนเวียนดี มีเกณฑ์รับข่าวดี
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
Honda Forza 350 มีอะไรดี ทำไมสมัยนี้ถึงนิยมกันมาก?
เปิด 5 ประเทศที่มีคนไทยอยู่มากที่สุด ประเทศไหนมีชุมชนไทยใหญ่ที่สุด?
ส่องเเนวทาง ม้าวิ่ง 1 กันยายน 2569
เปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?
ดอกหญ้า ร้านหนังสือในตำนาน จากร้านเล็กท่าพระจันทร์ สู่วันที่หายไป
รั้วล้ำเขตเกิน 10 ปีอาจเกิดครอบครองปรปักษ์



