กอร์โก ราชินีผู้ทรงปัญญาแห่งสปาร์ตา
กอร์โก ราชินีแห่งสปาร์ตา ธิดาของพระเจ้าคลีโอเมเนสที่ 1 และภรรยาของพระเจ้าเลโอไนดัสที่ 1 คือสตรีผู้มีบทบาทสำคัญแต่กลับถูกมองข้ามในหน้าประวัติศาสตร์กรีกโบราณ เนื่องจากการบันทึกเรื่องราวในยุคนั้นมักให้ความสำคัญกับบุรุษมากกว่าสตรี ทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระองค์มีจำกัด ถึงแม้จะไม่มีวันประสูติและสิ้นพระชนม์ที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าพระองค์ประสูติราว 518 หรือ 508 ปีก่อนคริสตกาล และมีชีวิตอยู่ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระสวามีในยุทธการเทอร์โมไพลีเมื่อ 480 ปีก่อนคริสตกาล
เฮเลน ชอร์ นักวิชาการ ตั้งข้อสังเกตว่าการที่เรารู้เรื่องราวของกอร์โกเลยนั้นเป็นเรื่องน่าทึ่ง เพราะนักประวัติศาสตร์กรีกโบราณมักกล่าวถึงราชินีเปอร์เซียมากกว่าภรรยาของชาวกรีก การที่กรีกมีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงคนเดียวทำให้ไม่จำเป็นต้องระบุชื่อภรรยาอย่างละเอียด ต่างจากธรรมเนียมเปอร์เซียที่มีภรรยาหลายคน จึงส่งผลให้ราชินีสปาร์ตาหลายพระองค์ไม่ได้รับการบันทึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ และการที่นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นชายชาวเอเธนส์ในยุคคลาสสิก ซึ่งเชื่อว่าสตรีไม่ควรปรากฏตัวในที่สาธารณะ ก็ยิ่งทำให้เรื่องราวของสตรีในประวัติศาสตร์กรีกมีน้อยมาก
แตกต่างจากสตรีชาวเอเธนส์ที่ถูกจำกัดอยู่แต่ในบ้าน สตรีชาวสปาร์ตาได้รับสิทธิในการศึกษา เป็นเจ้าของที่ดิน และมีอิสระในการใช้ชีวิต กอร์โกเองก็เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ รวมถึงพลศึกษา ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่หล่อหลอมให้พระองค์เป็นสตรีที่ฉลาดหลักแหลมและมีไหวพริบ
ความเฉลียวฉลาดของกอร์โกปรากฏให้เห็นตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เฮโรโดตุสบันทึกเหตุการณ์เมื่อพระองค์มีพระชนมายุราว 8-9 พรรษา ขณะที่อริสตาโกรัสแห่งไมลีตัสพยายามติดสินบนพระเจ้าคลีโอเมเนสผู้เป็นพระบิดา กอร์โกได้กล่าวเตือนว่า "พ่อคะ แขกของพ่อจะทำให้พ่อเสียคน ถ้าพ่อไม่ลุกหนีตอนนี้" ซึ่งทำให้พระบิดาทรงปฏิเสธสินบนนั้น แสดงให้เห็นถึงวิจารณญาณที่เหนือกว่าวัย
เหตุการณ์สำคัญอีกครั้งหนึ่งคือช่วงที่เปอร์เซียกำลังเตรียมรุกรานกรีซ เดมาราตัส อดีตผู้ร่วมปกครองสปาร์ตา ได้ส่งข้อความลับไปยังสปาร์ตาโดยซ่อนไว้ใต้ขี้ผึ้งที่เคลือบแผ่นเขียน แม้ทุกคนจะงงงวย แต่กอร์โกกลับเป็นคนแรกที่คิดออกว่าข้อความอาจซ่อนอยู่ใต้ขี้ผึ้ง ซึ่งช่วยให้ชาวกรีกเตรียมพร้อมรับมือกับการรุกรานได้ทันท่วงที ไหวพริบของพระองค์จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยปกป้องกรีซจากการยึดครอง
เลโอไนดัส พระสวามีของกอร์โก กลายเป็นวีรบุรุษในตำนานจากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่เทอร์โมไพลี เมื่อพระองค์ต้องออกรบทั้งที่รู้ว่าจะต้องเสียชีวิต กอร์โกได้ถามว่ามีสิ่งใดจะฝากฝังไว้หรือไม่ เลโอไนดัสตอบว่า "แต่งงานกับผู้ชายดี ๆ แล้วก็มีลูกดี ๆ" ซึ่งชี้ให้เห็นว่าพระองค์เห็นคุณค่าของลูกสาวไม่ต่างจากลูกชาย และน่าจะได้รับอิทธิพลจากกอร์โกในการเข้าใจถึงความสำคัญของสตรีผู้เฉลียวฉลาด
แม้หลังจากพระสวามีสิ้นพระชนม์และพระโอรสขึ้นครองราชย์ เรื่องราวของกอร์โกก็หายไปจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ แต่พระองค์ยังคงได้รับการจดจำในฐานะหนึ่งในสตรีที่ฉลาดและทรงอิทธิพลที่สุดในยุคโบราณ ไม่เพียงเพราะเป็นภรรยาของวีรบุรุษ แต่เพราะบทบาทและความสามารถส่วนพระองค์อย่างแท้จริง
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
สถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำ
7 เมมโมรี่การ์ด PS1 / PS2 ลายการ์ตูนลิมิเต็ด! ของชิ้นเล็กยุคเกมเก่าที่ราคาพุ่ง
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
โอโซนช่วยปกป้องโลกอย่างไร ? 5 เรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
อุโมงค์กัวเลี่ยงที่ชาวบ้านขุดหน้าผาด้วยมือ
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/69
ทำไมขนมปังแช่ตู้เย็นถึงแข็งเร็ว — ทั้งที่เราคิดว่าความเย็นควรทำให้มันสดนานขึ้น?
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
ฝนระลอกใหม่มาแล้ว 23–27 ก.ย. บ้านใครเริ่มมีน้ำท่วมกันบ้าง?
คลิปเก๋งปาดซ้าย–ขวาล้านวิวจบที่โรงพัก — ทำไมเปลี่ยนเลนถี่ ๆ ถึงอันตรายกว่าที่คิด?
สถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำ
กรุ๊ปเลือดบอกนิสัยได้จริงแค่ไหนในวัฒนธรรมเกาหลี
ตะเกียบโลหะแบนของเกาหลีมีที่มาจากการเช็กยาพิษจริงหรือไม่
โอโซนช่วยปกป้องโลกอย่างไร ? 5 เรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
กบฏไท่ผิงเริ่มจากหงซิ่วฉวนได้อย่างไร








