ข่าวจริง ข้าวเหนียวนึ่งที่อยู่ในกระติกน้ำพลาสติก หากรับประทานจะทำให้อันตราย
ข่าวจริง
ข้าวเหนียวนึ่ง ที่ถูกเก็บในกระติกน้ำพลาสติก หากรับประทานจะทำให้อันตราย
จากที่มีข้อความถูกเผยแพร่อยู่ตามสื่อออนไลน์ต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง " ข้าวเหนียวที่ใส่ไว้ในกระติกน้ำพลาสติก หากรับประทานจะทำให้อันตราย " นั้น
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ไปยัง หน่วยงาน สำนักคุณภาพ และความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ข้อมูลข่าวที่ปรากฏดังกล่าว เป็น " เรื่องจริง " 💚 ค่ะ
กระติกน้ำแข็ง ส่วนใหญ่แล้วจะประกอบด้วยพลาสติก 3 ชั้น
1. ชั้นนอก เป็นพลาสติกแข็งขึ้นรูป อาจจะเสริมโลหะด้วย
2. ชั้นกลาง เป็นฉนวนกันความร้อน มักใช้วัสดุเป็น โฟมโพลิยูริเทน
3. ชั้นในสุด ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกชนิด โพลิเอทิลีน ( PE ) ทนความร้อนได้ 80-100 C
กระติกน้ำแข็ง มีคุณสมบัติในการเก็บความเย็นให้คงอยู่นาน ไม่เหมาะต่อการบรรจุ ของร้อนจัด เช่น น้ำเดือด เพราะอาจจะทำให้พลาสติกอ่อนตัวได้ เสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น และอาจมีสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของพลาสติก หลุดลอกออกมาได้ค่ะ
ในปัจจุบัน เราสามารถพบเห็นโดยทั่วไปว่ามีผู้ขายนำข้าวสุก หรือข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ ซึ่ง คาดว่าอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 70 C – 80 C มาเก็บไว้ในกระติกน้ำแข๋งพลาสติก
ก็อาจมีบางร้านที่ห่อด้วยผ้าขาวบางก่อน 1 ชั้น โอกาสที่จะได้รับสารเคมีที่จะหลุดออกมาไม่มากเท่ากับการสัมผัสกับพลาสติก หรือการบรรจุของเหลวร้อนๆ โดยตรง
แต่ถึงอย่างไรก็อาจไม่ปลอดภัย เพราะจะทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น
กระติกน้ำแข็ง จะมีฉลากที่มักจะกำหนดอุณหภูมิการใช้งานไว้ว่าสามารถบรรจุของได้ช่วงอุณหภูมิเท่าไรถึงเท่าไร ดังนั้นในการเลือกซื้อให้สังเกตฉลากเป็นสำคัญค่ะ
พลาสติกทุกชนิด ทำมาจากสารเคมี มีการใช้สารเคมีหลายชนิดในขบวนการผลิต ย่อมจะมีสารเคมีที่ตกค้างอยู่ในเนื้อพลาสติกได้ มากน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับขบวนการผลิต และชนิดของวัตถุดิบที่ใช้
ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหาร มีกฎข้อบังคับเพื่อควบคุมการผลิต คือ วัตถุดิบที่นำไปใช้ในการผลิตต้องได้มาตรฐานมีขบวนการตรวจสอบ และมีการรับรอง
และเมื่อผลิตมาเป็นภาชนะแล้ว ต้องมั่นใจว่าไม่มีการละลายออกมาของสารเคมีอันตรายที่มีอยู่ในพลาสติก ลงมาสู่อาหารที่จะบรรจุ จนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอาหาร หรือ มีสารเคมีละลายออกมามากจนเกินระดับปลอดภัย ต่อการบริโภคอาหารนั้น จึงต้องมีหน่วยงานที่ทำการตรวจสอบความปลอดภัยของภาชนะบรรจุ และสัมผัสอาหารเมื่อนำมาบรรจุอาหาร
พลาสติก ที่นิยมบรรจุอาหารมีหลายประเภท ภัยหรืออันตรายจากพลาสติกมักจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยหลากหลายปัจจัยที่เกี่ยวกับการใช้งาน ได้แก่
1. การใช้งานที่ไม่ถูกต้อง คือ พลาสติกมีความทนทานต่อปัจจัยทางด้านการใช้งานที่ต่างกัน เช่นความร้อน ลักษณะของอาหารที่มีไขมัน หรืออาหารที่เป็นกรด เนื้อพลาสติกซึ่งเป็นสารที่มีโมเลกุลใหญ่ ส่วนใหญ่จะไม่มีผลต่อร่างกายเพราะไม่สามารถดูดซึมได้ง่าย ขณะที่สารเติมแต่งหรือโมโนเมอร์ตกค้าง ซึ่งมีโมเลกุลเล็ก จะมีผลต่อร่างกายมากกว่า อาหารที่มีความเป็นกรดสูง เช่น พริกดองน้ำส้มสายชู ไม่ควรใส่แช่ค้างไว้ในภาชนะพลาสติกนานๆ เพราะโดยธรรมชาติแล้ว อาหารประเภทกรดจะสามารถชะสารเคมีต่างๆจากพลาสติกได้มากกว่าอาหารที่มีกรดต่ำ อาหารประเภทไขมัน เช่นน้ำมันพืช หรือน้ำมันสัตว์ต่างๆ ควรบรรจุในภาชนะพลาสติกที่เหมาะสม เช่น ขวด PET เพราะพลาสติกบางชนิดจะมีการละลายออกมาของสารเคมีได้มากเมื่อตัวทำละลายเป็นไขมัน
2. สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่ควบคุมดูแลด้านนี้ เช่น สมอ. และมักไม่มีฉลาก ซึ่งภาชนะเหล่านี้มักมีราคาถูก แต่อาจจะมีการตกค้างของสารเคมีอันตรายเกินค่ามาตรฐานได้เช่นมีตะกั่วในเนื้อพลาสติกเกินค่ามาตรฐาน หรือ มีสีละลายออกมา หรือมีสารต่างๆ ละลายออกมาเกินมาตรฐานเมื่อนำไปบรรจุของเหลว หรืออาจจะมีกลิ่นของสารเคมีที่มากเกินการยอมรับได้ สิ่งเหล่านี้เกิดจากการที่ไม่มีการควบคุมการผลิตที่ดี โดยผู้ใช้ต้องสังเกต และเลือกใช้ด้วย
3. การใช้งานที่ผิดวัตถุประสงค์ เรื่องนี้บางครั้งก็เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ เช่น นำภาชนะที่เคยบรรจุสารฆ่าแมลง หรือสารเคมีมาก่อน มาใส่อาหารทำให้สารอันตรายที่ตกค้างอยู่ออกมาปนเปื้อนกับอาหาร หรือใช้ภาชนะที่ทำขึ้นเพื่อกิจกรรมอื่นเช่น กาละมังซักผ้า ถังใส่ขยะ ถุงดำบรรจุขยะนำมาใส่อาหาร พลาสติกเหล่านี้อาจทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล หรือเป็นเรซินที่ไม่ใช่เกรดที่ใช้กับอาหาร ซึ่งไม่มีการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนนำมาใช้งาน หรือการนำท่อน้ำมาทำเป็นภาชนะหุงต้ม ก็อาจจะได้รับอันตรายจากสารเคมีที่ละลายออกมาได้
4. การดูแลรักษา การล้างทำความสะอาด ขัดถูภาชนะ ต้องระมัดระวัง การขูด ทำลายของผิวภาชนะทำให้เป็นที่สะสมของเศษอาหาร ล้างทำความสะอาดได้ยาก เป็นแหล่งที่อยู่ของเชื้อโรค ซึ่งอาจจะปนเปื้อนกับอาหารได้ และไม่ควรนำภาชนะพลาสติกไปผึ่งแดดนานๆ เพราะรังสี UV จะทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น
5. การเลือกซื้อ เลือกซื้อสินค้าที่มีฉลาก หรือที่มีเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจในสินค้าเหล่านั้นว่ามีการตรวจสอบดูแล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้วระดับหนึ่ง และปฏิบัติตามคำแนะนำที่แจ้งไว้อย่างเคร่งครัด
หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนๆ สามารถติดต่อไปได้ที่ Call Center 0-2951-0000
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
อ้างอิงจาก: https://www.antifakenewscenter.com/ข้าวเหนียวที่ใส่ไว้ในก/
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ทำไมคนโบราณจึงใช้บอระเพ็ดทาหัวนมตอนหย่านมลูก
5 อันดับ อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1.1 พันล้านบาท
เสือตกถัง อ.พล ขอนแก่น ชูเลขเด่นวงกลม พร้อมชุดสองตัวบน-ล่างและ 3 ตัวทอง งวด 16 พฤศจิกายน 2569
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
การศึกษายังจำเป็นอยู่ไหมในยุค AI
ทำไมผู้สูงอายุบางคนถึงบ่นบ่อย
แม่ทำเนียมลอตเตอรี่เปิด 10 อันดับเลขขายดี! เสริมเลขมงคลจากประวัติศาสตร์และงานสำคัญ งวด 16 พ.ย. 2569
เปิดพิกัดทางหลวง 117 ถนนสายยาวผ่านพิจิตร กับปริศนาทางตรงเกือบ 100 กิโลเมตร
ทำไมบางคนถึงชอบความรู้สึกเมาเหล้า
พฤติกรรมแบบไหนเข้าข่ายบูลลี่
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?
เลขวิ่ง V.I.P. อ.รันพนมไพร เปิดเลขเด่น 0-7 พร้อมแนวทางวิ่งบน-ล่าง งวด 16 พฤศจิกายน 2569
เมืองที่มีหนุ่มหล่อหน้าตาดีมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
แบรนด์จักรยานสัญชาติไทยที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในปัจจุบัน



