ม.เชียงใหม่คว้าผลวิจัยฝุ่นมาพัฒนาเป็นยุทธศาาสตร์ป้องกันฝุ่นแบบครบวงจร !!!! 😄😄
ฝุ่นควัน PM2.5 เคยเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพประชาชนคนไทยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แม้ตอนนี้กระแสข่าวจะเบาบางลงไปบ้าง แต่เรื่องของปัญฝุ่นควันก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้จริง ๆ ครับ นั้นจึงเป็นที่มาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงนำปัญหาดังกล่าวมาวิจัยเพื่อแก้ไขอย่างจริงจัง
>
>
>
โดยเชียงใหม่นิงส์ได้เผยถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ได้ รวบรวมข้อมูลสถานการณ์มลพิษทางอากาศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบน โดยฐานข้อมูลที่ได้จากภาพถ่ายดาวเทียมระบบ ระบบ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) พบจุดความร้อน (hotspots) จำนวนมาก
>
>
>
โดยครั้งนี้ไม่ใช่แค่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แต่ยังได้ร่วมมือกับจังหวัดในภาคเหนืออันได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน ลำพูน และน่าน
>
>
>
ซึ่งเป้าหมายสำคัญที่มหาลัยเชียงใหม่ต้องการคือการแปรผลวิจัยเหล่านี้เป็นสิ่งประดิษฐ์รวมถึงกระบวนการแก้ไขป้องกันเรื่องหมอกควันหรือไฟป่าในอนาคตซึ่งตอนนี้เกิดเป็นโครงการอย่างน้อย 50 โครงการ เช่น โครงการวิจัยเครือข่ายประเทศไร้หมอกควันสำหรับกลุ่มประเทศอาเซียนตอนบน (Haze Free Country Network in Upper ASEAN) ที่ร่วมมือกับอีก 4 ประเทศคือ กัมพูชา เวียดนาม พม่า และลาว สร้างเครือข่ายการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน
>
>
>
ด้านนวัตกรรมก็ได้ทางทางคณะของทางมหาวิทยาลัยฯ พัฒนาสิ่งประดิษฐ์มามากมาย อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์กับการสร้างห้องหลบฝุ่นชุมชนให้ทางจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงให้เครื่องกรองอากาศให้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตลอดจนแนะนำการประดิษฐ์เครื่องกรองอากาศอย่างง่าย ด้านสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพแนะเครื่องประดิษฐ์ระบบกรองอากาศทำมือที่บ้านทั้งพัดลม DIY เครื่องแอร์ DIY ทำได้เองที่บ้านโดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายและราคาถูก
>
>
>
ขณะที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพได้ร่วมมือภาครัฐติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ใช้เซนเซอร์ขนาดเล็ก ซึ่งพัฒนาโดยนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สามารถตรวจวัดปริมาณฝุ่น PM10, PM2.5 และ PM1.0 แบบ real time รวม 205 ตำบลในเชียงใหม่
>
>
>
นอกจากสิ่งประดิษฐ์กับกระบวนการในการรับมือหมอกควันแล้วนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังได้พัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชันเพื่อตรวจสอบคุณภาพอากาศแบบ real timeได้แก่
www.shiru-cmu.org โดยหน่วยวิจัยบูรณาการด้านหมอกควัน ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์,
www.cmuccdc.org โดย ศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงอากาศ
www.cmaqhi.org โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ
http://gist.soc.cmu.ac.th และ Facebook : GISTNORTH โดยศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (ภาคเหนือ) คณะสังคมศาสตร์ ด้วยข้อมูลภาคดาวเทียมแบบ Near Real Time
>
>
>
นี้ถือเป็นการมองปัญหาและศึกษามันอย่างจริงจังจนกลายเป็นผลวิจัยและนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นสิ่งประดิษฐ์หรือเป็นวิธีการป้องกันภัยอันตรายจากฝุ่นอย่างแท้จริง
>
>
>
ก็หวังเพียงว่าความมุ่งมั่นพยายามแก้ไขปัญหาของทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะได้รับความร่วมมือทุกภาคส่วนซึ่งจะทำให้ปัญหาฝุ่นควันหมดไปได้เร็วยิ่งขึ้นนั้นเอง😄😄 #เชียงใหม่ #วิจัย #นักวิจัย #นักเรียน#นักศึกษา #มาวิทยาลัยเชียงใหม่ #ฝุ่นควัน
แหล่งที่มาข้อมูล : https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/986706
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจเราหรืออยากตามอ่านงานวิจัยเจ๋ง ๆ เพิ่มเติมได้ที่ 

https://bansornmagazine.blogspot.com/2017/10/secret-column-expense-of-research-is-0.html
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
เรื่องจริงใกล้ตัว! ทำไมเราถึงจำฝันแม่นตอนตื่นนอนใหม่ๆ แต่พอสายกลับลืมสนิท?
กล่องสุ่มทำให้เราอยากเปิดต่อไปอีกเรื่อยๆ
ไขปริศนา “นกฮูก” นักล่าไร้เสียงแห่งราตรี! ทำไมปีกของมันถึงบินได้เงียบกริบจนเหยื่อไม่ทันรู้ตัว?
"Dolmen of Soto" สถาปัตยกรรมเมกะลิธ 5,000 ปีแห่งสเปน และปริศนาวัตถุประสงค์การสร้าง
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
GPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตา
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย



