ประวัติโรงรับจำนำแห่งแรกของประเทศไทย ใครเป็นผู้ก่อตั้ง เริ่มต้นเมื่อใด และมีความเป็นมาอย่างไร
โรงรับจำนำเป็นสถานที่ให้บริการทางการเงินที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ขาดแคลนเงินสด หรือต้องการเงินทุนสำหรับประกอบอาชีพ การนำทรัพย์สินที่มีอยู่ เช่น ทองคำ เครื่องประดับ นาฬิกา และสิ่งของมีค่า ไปจำนำ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการหาเงินมาใช้จ่ายในยามจำเป็น
หลายคนอาจสงสัยว่า โรงรับจำนำแห่งแรกของประเทศไทยเกิดขึ้นในปีพุทธศักราชใด ใครเป็นผู้ก่อตั้ง ตั้งอยู่ที่ไหน และเหตุใดจึงกลายเป็นกิจการที่มีความสำคัญต่อชีวิตของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน
จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่มีการเผยแพร่ พบว่า โรงรับจำนำเอกชนแห่งแรกของไทยมักได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นโรงรับจำนำของชาวจีน ชื่อว่า “ย่องเซี้ยง” ซึ่งมีประวัติเกี่ยวข้องกับโรงรับจำนำสำราญราษฎร์ในย่านประตูผี กรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลแต่ละแห่งระบุปีที่เริ่มกิจการแตกต่างกัน บางแห่งระบุ พ.ศ. ๒๔๐๔ ขณะที่บางแห่งระบุ พ.ศ. ๒๔๐๙ จึงต้องแยกข้อเท็จจริงส่วนนี้ออกจากประวัติของโรงรับจำนำของรัฐบาล ซึ่งเริ่มจัดตั้งอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. ๒๔๙๘
๑. โรงรับจำนำแห่งแรกของประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อใด
หากกล่าวถึงโรงรับจำนำเอกชนแห่งแรกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ แหล่งข้อมูลที่เผยแพร่โดยผู้จัดการออนไลน์ระบุว่า เริ่มต้นใน พ.ศ. ๒๔๐๔ ตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โดยผู้ก่อตั้งเป็นชาวจีนที่รู้จักกันในชื่อ จีนฮง สถานที่ตั้งอยู่บริเวณประตูผี ซึ่งเป็นย่านสำราญราษฎร์ กรุงเทพมหานครในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเผยแพร่ข้อมูลอีกชุดหนึ่ง โดยระบุว่าโรงรับจำนำแห่งแรกชื่อย่องเซี้ยง เริ่มต้นใน พ.ศ. ๒๔๐๙ และมีความเกี่ยวข้องกับโรงรับจำนำสำราญราษฎร์ในเวลาต่อมา
ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจว่าประวัติโรงรับจำนำแห่งแรกยังมีความแตกต่างกันในเรื่องปีที่เริ่มกิจการ ไม่ควรระบุปีใดปีหนึ่งว่าได้รับการยืนยันอย่างเด็ดขาดแล้ว
ผู้ก่อตั้งเป็นใคร
ข้อมูลที่กล่าวถึงโรงรับจำนำในย่านประตูผีระบุชื่อผู้ก่อตั้งว่า จีนฮง ซึ่งเป็นชาวจีน แต่ยังไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับยืนยันชื่อเต็ม ประวัติส่วนตัว หรือรายละเอียดการก่อสร้างอาคารในยุคนั้น
นอกจากนี้ คำว่าโรงรับจำนำแห่งแรกอาจหมายถึงคนละอย่างกัน ได้แก่ โรงรับจำนำที่เปิดกิจการก่อนใคร กับโรงรับจำนำแห่งแรกที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องแยกทั้งสองกรณีออกจากกัน
๒. โรงรับจำนำในสมัยกรุงศรีอยุธยา
แม้โรงรับจำนำในกรุงเทพมหานครจะมีประวัติย้อนไปถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ แต่การนำสิ่งของไปจำนำอาจมีมาก่อนหน้านั้น
บทความประวัติศาสตร์ของผู้จัดการออนไลน์กล่าวถึงพระราชกำหนดในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เมื่อ พ.ศ. ๒๒๘๔ ซึ่งมีข้อห้ามเกี่ยวกับการจำนำสิ่งของในเวลากลางคืน หลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการจำนำเป็นกิจกรรมที่มีอยู่ในสังคมไทยมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว
อย่างไรก็ตาม การมีหลักฐานเกี่ยวกับการจำนำไม่ได้หมายความว่าจะสามารถระบุชื่อโรงรับจำนำแห่งแรกในสมัยอยุธยาได้อย่างแน่นอน เพราะข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันชื่อกิจการ ผู้ก่อตั้ง และสถานที่ตั้งอย่างครบถ้วน
ในอดีต การจำนำเป็นวิธีที่ประชาชนใช้แก้ปัญหาทางการเงิน โดยนำทรัพย์สินที่มีค่าไปเป็นหลักประกันเพื่อแลกกับเงินสด เมื่อมีเงินเพียงพอจึงนำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยไปไถ่ถอนทรัพย์สินกลับคืน
วิธีการดังกล่าวช่วยให้ประชาชนสามารถหาเงินมาใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นต้องขายทรัพย์สินทิ้งอย่างถาวร แต่ก็มีความเสี่ยงหากไม่สามารถชำระเงินตามกำหนดได้
๓. โรงรับจำนำฮั่วเส็งกับนายเล็ก โทณะวณิก
อีกบุคคลหนึ่งที่มีชื่อปรากฏในประวัติโรงรับจำนำไทยคือ นายเล็ก โทณะวณิก ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโรงรับจำนำฮั่วเส็ง บริเวณถนนพาหุรัด กรุงเทพมหานคร
ตามบทความของผู้จัดการออนไลน์ โรงรับจำนำแห่งนี้ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นโรงรับจำนำแห่งแรกที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติโรงจำนำ โดยเปิดกิจการใน พ.ศ. ๒๔๔๕ หลังจากมีการวางระบบกฎหมายควบคุมกิจการโรงรับจำนำ
ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะช่วยอธิบายว่าทำไมบางแหล่งจึงกล่าวถึงโรงรับจำนำสำราญราษฎร์ ขณะที่บางแหล่งกล่าวถึงโรงรับจำนำฮั่วเส็งว่าเป็นแห่งแรก
กล่าวโดยสรุป โรงรับจำนำสำราญราษฎร์มีความเกี่ยวข้องกับประวัติโรงรับจำนำในยุคแรก ส่วนโรงรับจำนำฮั่วเส็งเป็นกิจการที่ได้รับการกล่าวถึงในประวัติการจัดตั้งโรงรับจำนำภายใต้กฎหมายโดยเฉพาะ
๔. เหตุใดโรงรับจำนำจึงได้รับความนิยม
ในอดีต ประชาชนจำนวนมากไม่ได้เข้าถึงระบบสินเชื่อเหมือนในปัจจุบัน การขอเงินกู้จากบุคคลทั่วไปอาจต้องอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัว มีผู้ค้ำประกัน หรือเผชิญกับดอกเบี้ยที่สูง
โรงรับจำนำจึงเข้ามามีบทบาทเป็นแหล่งเงินทุนระยะสั้น โดยประชาชนสามารถนำสิ่งของมีค่ามาเป็นหลักประกัน และได้รับเงินตามราคาประเมินของทรัพย์สิน
ข้อดีของการจำนำคือไม่จำเป็นต้องขายทรัพย์สินทันที และมีโอกาสไถ่ถอนกลับคืนเมื่อมีเงินเพียงพอ ผู้จำนำจึงสามารถนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว ชำระค่าเล่าเรียน รักษาพยาบาล หรือใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพได้
ในทางกลับกัน หากผู้จำนำไม่สามารถชำระเงินและไถ่ถอนทรัพย์สินภายในเวลาที่กำหนด ทรัพย์สินนั้นก็อาจหลุดจำนำได้ ด้วยเหตุนี้ การจำนำจึงควรเป็นทางเลือกทางการเงินที่ใช้ด้วยความระมัดระวัง
๕. การจัดตั้งโรงรับจำนำของรัฐบาลใน พ.ศ. ๒๔๙๘
เมื่อประเทศไทยพัฒนาระบบการบริหารและสวัสดิการประชาชนมากขึ้น รัฐบาลได้จัดตั้งโรงรับจำนำของรัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาทางการเงิน
ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ สำนักงานธนานุเคราะห์ ระบุว่า โรงรับจำนำของรัฐจัดตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๘ ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น
การจัดตั้งดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการรับจำนำในอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ และบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวที่ขาดแคลนเงินสด
ในระยะแรก หน่วยงานนี้ใช้ชื่อว่าโรงรับจำนำของรัฐ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๐๐ เปลี่ยนชื่อเป็นสถานธนานุเคราะห์ และใน พ.ศ. ๒๕๑๗ เปลี่ยนสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจและใช้ชื่อสำนักงานธนานุเคราะห์ตามลำดับ
การจัดตั้งโรงรับจำนำของรัฐบาลถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบสวัสดิการทางการเงินในประเทศไทย เพราะทำให้รัฐมีบทบาทโดยตรงในการให้บริการแก่ประชาชนที่ต้องการเงินทุนระยะสั้น
๖. โรงรับจำนำของกรุงเทพมหานคร
นอกจากโรงรับจำนำของรัฐในสังกัดสำนักงานธนานุเคราะห์แล้ว กรุงเทพมหานครยังมีสถานธนานุบาลของกรุงเทพมหานครอีกด้วย
ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานครระบุว่า การดำเนินงานเริ่มต้นใน พ.ศ. ๒๕๐๓ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการจัดตั้งโรงรับจำนำเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนและลดการพึ่งพาเงินกู้จากเอกชนที่คิดดอกเบี้ยสูง
การดำเนินงานของสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานครจึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการนำบริการรับจำนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยเหลือประชาชนในระดับท้องถิ่น
แม้โรงรับจำนำของรัฐและโรงรับจำนำของกรุงเทพมหานครจะมีจุดมุ่งหมายคล้ายกัน แต่เป็นหน่วยงานที่มีประวัติการจัดตั้งและการบริหารแยกจากกัน
๗. พัฒนาการของโรงรับจำนำไทยจนถึงปัจจุบัน
จากกิจการรับจำนำในยุคแรก โรงรับจำนำของไทยได้พัฒนารูปแบบการให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง
ในอดีต การดำเนินงานอาจอาศัยการตรวจสอบสิ่งของและบันทึกข้อมูลด้วยเอกสารเป็นหลัก แต่ในปัจจุบัน โรงรับจำนำหลายแห่งนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประเมินราคา จัดเก็บข้อมูล และบริหารจัดการทรัพย์สิน
สิ่งของที่รับจำนำก็มีความหลากหลายมากขึ้น โดยทั่วไปอาจประกอบด้วยทองคำ เครื่องประดับ นาฬิกา เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ของแต่ละแห่ง
อย่างไรก็ตาม การรับจำนำต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการรับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด และคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการ
โรงรับจำนำจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับนำสิ่งของไปแลกเงินสดเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินที่ช่วยรองรับความต้องการเงินทุนระยะสั้นของประชาชนด้วย
บทสรุป
หากถามว่าโรงรับจำนำแห่งแรกของประเทศไทยคือที่ใด ใครเป็นผู้ก่อตั้ง และเริ่มต้นเมื่อใด สามารถสรุปข้อมูลสำคัญได้ดังนี้
- โรงรับจำนำเอกชนยุคแรก: มีข้อมูลกล่าวถึงโรงรับจำนำในย่านประตูผี ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรงรับจำนำสำราญราษฎร์
- ผู้ก่อตั้งที่มีการกล่าวถึง: จีนฮง ซึ่งเป็นชาวจีน
- ปีที่เริ่มต้น: มีข้อมูลระบุทั้ง พ.ศ. ๒๔๐๔ และ พ.ศ. ๒๔๐๙ จึงยังมีความแตกต่างระหว่างแหล่งข้อมูล
- โรงรับจำนำแห่งแรกที่กล่าวถึงในประวัติการจัดตั้งตามกฎหมาย: โรงรับจำนำฮั่วเส็ง บริเวณถนนพาหุรัด ก่อตั้งโดยนายเล็ก โทณะวณิก โดยมีข้อมูลระบุ พ.ศ. ๒๔๔๕
- โรงรับจำนำของรัฐบาล: จัดตั้งเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๘ ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม
ดังนั้น หากต้องการนำข้อมูลไปเขียนเป็นรายงานทางประวัติศาสตร์ ควรระบุให้ชัดเจนว่ากำลังกล่าวถึงโรงรับจำนำเอกชนแห่งแรก โรงรับจำนำที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย หรือโรงรับจำนำของรัฐบาล เพราะทั้งสามกรณีมีจุดเริ่มต้นและประวัติแตกต่างกัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
๑. ผู้จัดการออนไลน์ — ตำนานโรงจำนำแห่งแรกมี ๒ โรง ใครแรกกันแน่!
[อ่านบทความประวัติโรงรับจำนำ](https://mgronline.com/onlinesection/detail/9610000047374?utm_source=chatgpt.com)
๒. ไทยรัฐ — หมดยุคคนจำนำต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ถึงเวลาโรงตึ๊งอินเตอร์
[อ่านบทความประวัติโรงรับจำนำไทย](https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/trends/1036255?utm_source=chatgpt.com)
๓. สำนักงานธนานุเคราะห์ โรงรับจำนำของรัฐ — ประวัติสำนักงาน
[เว็บไซต์ทางการสำนักงานธนานุเคราะห์](https://www.tgp.go.th/about-history?utm_source=chatgpt.com)
๔. สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร — ประวัติความเป็นมา
[เว็บไซต์ทางการสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร](https://pawnshop.bangkok.go.th/newweb/history.html?utm_source=chatgpt.com)
เขียนโดย สร้อยนกเขา
ถกสนั่นโซเชียล เปิดภาพห้องเช่าย่านจุฬาฯ 3 ราคา 2,800 บาท สภาพแคบยาวจนชาวเน็ตลั่นไม่กล้านอน
ใบเขียว งวด 1 พ.ย. 69 เผยสูตรคำนวณใหม่ พร้อมแนวทางจากกรอบตัวเลข
เก่งจริง เจ้าแม่ทองมา เปิดแนวทางงวดใหม่ จับตาเลขเด่นมาแรง คอหวยห้ามพลาด
ส่องเลข สุนารี ราชสีมา เหมาลอตเตอรี่ยกแผง โชว์ชุดเลขสวย 2 ตัว 3 ตัว ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569
เลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจ
ทำความรู้จัก "แบมบี้" สิรินโสพิศ ปัจฉิมสวัสดิ์ อดีต The Star 9
10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน
ทำไมเงินจำนวนเท่าเดิมจึงซื้อของได้น้อยลง เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ?
ทำความเข้าใจ "ผีอำ" ในมุมมองวิทยาศาสตร์ และวิธีหลุดพ้นอย่างปลอดภัย
5 จังหวัดไทยที่ชื่อยาว อ่านยาก และชวนให้สะกดผิด
ไขปริศนา คลื่นเรืองแสงสีน้ำเงิน (Bioluminescence) ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เปลี่ยนชายหาดเป็นดาวระยิบระยับ
เจาะลึก "แอกโซลอเติล" (Axolotl) ซาลาแมนเดอร์หน้ายิ้ม กับพลังงอกอวัยวะใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกทึ่ง
เปิด 5 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนบุคลากรมากที่สุด
5 จังหวัดไทยที่ชื่อยาว อ่านยาก และชวนให้สะกดผิด
B20 เหลือ 33.50 บาท: วิ่ง 7,400 กม. ประหยัดเกือบ 5,000 บาท แต่รถคันไหนเติมไม่ได้ต้องเช็กก่อน
ถกสนั่นโซเชียล เปิดภาพห้องเช่าย่านจุฬาฯ 3 ราคา 2,800 บาท สภาพแคบยาวจนชาวเน็ตลั่นไม่กล้านอน
ทำไมเงินจำนวนเท่าเดิมจึงซื้อของได้น้อยลง เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ?
เก่งจริง เจ้าแม่ทองมา เปิดแนวทางงวดใหม่ จับตาเลขเด่นมาแรง คอหวยห้ามพลาด




