วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคลของไทยก้าวถึงไหน ? เทคโนโลยีรักษาที่ออกแบบจากพันธุกรรมผู้ป่วย
วงการแพทย์ไทยกำลังเดินหน้าพัฒนา “วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล” ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษามะเร็งแบบแม่นยำ โดยนำข้อมูลการกลายพันธุ์ของเซลล์มะเร็งในผู้ป่วยแต่ละรายมาใช้ในการออกแบบวัคซีน เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้จดจำ และโจมตีเซลล์มะเร็งได้ตรงเป้าหมายมากขึ้น
โครงการในประเทศไทยเกิดจากความร่วมมือระหว่างองค์การเภสัชกรรม (อภ.) บริษัท Seqker Biosciences Inc. และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีการเดินหน้าจากงานวิจัยเข้าสู่การทดลองทางคลินิกในมนุษย์แล้ว
🔘วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคลคืออะไร ?
แม้จะเรียกว่า “วัคซีน” แต่แตกต่างจากวัคซีนทั่วไปที่ใช้เพื่อป้องกันโรค เพราะวัคซีนชนิดนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษามะเร็งที่เกิดขึ้นแล้ว
แนวคิดสำคัญคือ มะเร็งของแต่ละคนไม่ได้มีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกันทั้งหมด นักวิจัยจึงนำชิ้นเนื้อมะเร็งของผู้ป่วยมาวิเคราะห์การกลายพันธุ์ แล้วคัดเลือกเป้าหมายที่เรียกว่า “นีโอแอนติเจน” (neoantigen) เพื่อนำข้อมูลไปออกแบบวัคซีนสำหรับผู้ป่วยรายนั้นโดยเฉพาะ
เมื่อได้รับวัคซีนระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะเซลล์ T จะถูกกระตุ้นให้รู้จักเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับเซลล์มะเร็ง และมีเป้าหมายที่จะช่วยให้ร่างกายโจมตีเซลล์มะเร็งได้จำเพาะมากขึ้น
พูดง่ายๆคือ ไม่ได้ผลิตวัคซีนแบบเดียวแล้วใช้กับผู้ป่วยทุกคน แต่พยายามออกแบบให้เหมาะกับลักษณะมะเร็งของแต่ละคน
🔘ไทยเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีนี้มานานแล้ว
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเริ่มพัฒนางานวิจัยด้านวัคซีนรักษามะเร็งเฉพาะบุคคลมาตั้งแต่ปี 2560 และในปี 2564 ได้เข้าสู่การทดลองทางคลินิกระยะแรกในประเทศไทย
ข้อมูลจากจุฬาฯในปี 2565 ระบุว่า มีการทดลองกับผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 4 จำนวน 4 ราย แบ่งเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา 3 ราย และมะเร็งไต 1 ราย โดยพบการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่จำเพาะต่อการกลายพันธุ์ของมะเร็ง และพบผลข้างเคียงในระดับไม่รุนแรงในการทดลองดังกล่าว
ส่วนโครงการความร่วมมือระหว่าง อภ. จุฬาฯ และ Seqker Biosciences ที่มีการรายงานความคืบหน้าในปี 2569 เป็นการต่อยอดเทคโนโลยีเข้าสู่การทดลองในมนุษย์ และการพัฒนาระบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น
🔘ต้องใช้ร่วมกับการรักษาอื่นหรือไม่ ?
วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคลไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้แทนการรักษามะเร็งมาตรฐานทั้งหมดได้
การศึกษาของ Seqker ที่มีการลงทะเบียนไว้ระบุแนวทางการใช้วัคซีนร่วมกับสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และยากลุ่ม immune checkpoint inhibitor เช่น anti-PD-1 เพื่อประเมินความปลอดภัย และการตอบสนองต่อการรักษา
ดังนั้น แนวทางนี้จึงควรถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีภูมิคุ้มกันบำบัดที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา และประเมินประสิทธิผล มากกว่าจะเป็นวิธีรักษาที่ใช้แทนการรักษามะเร็งทุกชนิดได้ในทันที
🔘หากพัฒนาได้สำเร็จ อาจช่วยลดต้นทุนในอนาคต
จุดที่น่าสนใจของการพัฒนาในประเทศไทยคือ หากสามารถพัฒนากระบวนการผลิต และระบบบริการภายในประเทศได้สำเร็จ ก็มีโอกาสช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และอาจทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้ง่ายขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายจริง ผลลัพธ์ในการรักษา และการนำไปใช้ในระบบโรงพยาบาลรัฐ ยังต้องขึ้นอยู่กับผลการทดลองทางคลินิก การขึ้นทะเบียน และการพิจารณาด้านระบบสาธารณสุขในอนาคต
🔘ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่กำลังพัฒนา
เทคโนโลยีวัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคลกำลังได้รับความสนใจในหลายประเทศ โดยล่าสุดในเดือนสิงหาคม 2569 Moderna และ Merck รายงานผลการทดลองวัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคลชนิด mRNA ระยะที่ 3 ในผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา โดยใช้ร่วมกับ pembrolizumab และพบผลลัพธ์ที่เป็นบวกในด้านการลดความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำ และการแพร่กระจายของโรค
ความก้าวหน้าดังกล่าวสะท้อนว่า แนวคิดการรักษามะเร็งโดยออกแบบให้เหมาะกับลักษณะของผู้ป่วยแต่ละคนกำลังกลายเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของการแพทย์แม่นยำ
🔘แล้วผู้ป่วยทั่วไปสามารถใช้ได้เลยหรือไม่ ?
ยังไม่ควรเข้าใจว่า “วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล” เป็นการรักษาที่ผู้ป่วยมะเร็งทุกคนสามารถเดินเข้าโรงพยาบาลแล้วขอรับวัคซีนได้ทันที
การรักษาลักษณะนี้ยังต้องผ่านกระบวนการวิจัยทางคลินิก การประเมินคุณสมบัติของผู้ป่วย และการกำกับดูแลตามมาตรฐานทางการแพทย์
ข้อมูลทะเบียนการทดลองของ Seqker ระบุว่า การศึกษายังอยู่ในระยะการทดลองทางคลินิก และมีการกำหนดเกณฑ์คัดเลือกผู้เข้าร่วมอย่างชัดเจน
ดังนั้น ผู้ป่วยมะเร็งควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาโดยตรง ไม่ควรหยุดหรือลดการรักษามาตรฐาน เพื่อเปลี่ยนมาใช้วิธีทดลองด้วยตนเอง
🔘จากงานวิจัยสู่ความหวังของการแพทย์ไทย
“วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล” เป็นตัวอย่างของการนำพันธุศาสตร์ ชีวสารสนเทศ ภูมิคุ้มกันวิทยา และเทคโนโลยีการผลิตยามาประยุกต์ร่วมกัน
แม้ยังต้องมีการพิสูจน์ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยเพิ่มเติม แต่การที่ประเทศไทยสามารถพัฒนา และทดลองเทคโนโลยีลักษณะนี้ได้เอง ถือเป็นอีกก้าวที่น่าสนใจของวงการแพทย์แม่นยำ และหากในอนาคตสามารถลดต้นทุนการผลิต ขยายกำลังการผลิต และผ่านกระบวนการขึ้นทะเบียนได้สำเร็จ เทคโนโลยีนี้ก็อาจมีบทบาทในการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทยได้มากขึ้น
หมายเหตุ : “วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล” ในบทความนี้ หมายถึง วัคซีนเพื่อการรักษา (therapeutic cancer vaccine) ไม่ใช่วัคซีนป้องกันการเกิดมะเร็ง และยังไม่ควรตีความว่าเป็นวิธีรักษาที่พิสูจน์แล้วสำหรับมะเร็งทุกชนิดครับ
1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2. Hfocus
3. ClinicalTrials
4. Thai PBS
5. Bangkokbiznews
อ้างอิง:
1.https://www.chula.ac.th/news/64312/
2.https://www.hfocus.org/content/2026/06/38488
3.https://clinicaltrials.gov/study/NCT07002203
4.https://www.thaipbs.or.th/news/content/509695
5.https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1251594
เขียนโดย Wisdom Insight
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
5 บริษัทประกันชีวิต ที่คนไทยซื้อมากที่สุด
4 ไม้ดอกนี้ "งู" ไม่ชอบจริงหรือ?
“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอม
อังกฤษ ไม่ใช่ สหราชอาณาจักร แล้วทำไมคนทั่วโลกยังเรียกสลับกัน
มาแล้ว เลขเด็ดจากปฏิทินจีน ปฏิทินครอบครัวข่าว 3 งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569
เปิดรายได้คนไทยไปทำงานญี่ปุ่น เงินเดือนเท่าไร หักค่าที่พักและค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกลับบ้านกี่บาท
คนไทยใช้ Android หรือ iPhone มากกว่ากัน เปิดตัวเลขล่าสุด 2026
เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไร
ต้นไม้บนโลกกับดาวในทางช้างเผือก อะไรมีจำนวนมากกว่ากัน
2000 ล้านแห่งทานบารมี เมื่อพระมหาเถระเปลี่ยนศรัทธา ให้กลายเป็นโรงพยาบาลเพื่อประชาชน
เลขม้าสีหมอก 16/9/69 เปิดแนวทางเด่นบน 4-7 วิ่ง 4 และเด่นล่าง 0-8 วิ่ง 0 พร้อมเลข 2 ตัวครบชุด
เปิดประวัติ ไทยประกันชีวิต จากวันที่คนไทยยังไม่คุ้นคำว่า ประกันชีวิต สู่บริษัทแห่งแรกที่คนไทยก่อตั้ง
5 บริษัทประกันชีวิต ที่คนไทยซื้อมากที่สุด
เปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?
4 ไม้ดอกนี้ "งู" ไม่ชอบจริงหรือ?
แอ่งดานาคิลเกิดสีเขียวเหลืองและสภาพสุดขั้วได้อย่างไร
ภูฏานใช้ GNH กำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างไร
ต้นไม้บนโลกกับดาวในทางช้างเผือก อะไรมีจำนวนมากกว่ากัน


