หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แค่นั่งหลังตรงขึ้น เราจะรู้สึกมั่นใจและ “กล้าเสี่ยง” ขึ้นจริงไหม?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

เวลาพูดถึงท่านั่ง หลายคนคงนึกถึงเรื่องปวดคอ ปวดหลัง หรือการจัดโต๊ะให้เหมาะกับสรีระ

แต่งานวิจัยจาก McGill University ในปี 2569 ลองถามอีกมุมหนึ่งว่า ถ้าสภาพแวดล้อมทำให้เรานั่งตัวตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ท่านั้นจะเปลี่ยนอารมณ์และวิธีตัดสินใจของเราได้หรือไม่?

ผลที่ได้ค่อนข้างน่าสนใจ

คนที่ถูกจัดให้อยู่ในท่าที่ตรงและเปิดมากกว่า รายงานความรู้สึกด้าน pride หรือความภาคภูมิใจ/ความมั่นใจในตัวเอง สูงขึ้น และในเกมวัดพฤติกรรมเสี่ยง พวกเขายังมีแนวโน้มรับความเสี่ยงมากขึ้นด้วย

แต่ตรงนี้ต้องล็อกขอบเขตไว้ตั้งแต่ต้นว่า ผลดังกล่าวไม่ได้แปลว่า “นั่งหลังตรงแล้วจะตัดสินใจเก่งขึ้น” หรือใช้เป็นสูตรเพิ่มความมั่นใจได้เสมอไป

 

นักวิจัยไม่ได้บอกคนว่า “นั่งหลังตรงนะ”

จุดที่น่าสนใจของงานนี้คือ ทีมพยายามลดปัญหาที่มักเกิดกับงานวิจัยเรื่อง posture หรือ “power posing”

ถ้าบอกผู้เข้าร่วมตรง ๆ ว่าให้ทำท่ามั่นใจ พวกเขาอาจเดาได้ว่านักวิจัยกำลังศึกษาความมั่นใจ และเผลอตอบหรือแสดงพฤติกรรมตามสิ่งที่คิดว่านักวิจัยต้องการเห็น

งานนี้จึงใช้วิธีอ้อมกว่า

ผู้เข้าร่วมทั้งหมด 198 คน ถูกสุ่มให้อยู่ในสภาพแวดล้อมหนึ่งในสองแบบ โดยไม่ได้บอกว่ากำลังถูกจัดท่านั่ง

กลุ่มหนึ่งใช้โต๊ะและตำแหน่งแท็บเล็ตที่ทำให้การมองหน้าจอสะดวกที่สุดเมื่อนั่งตัวตรงขึ้น

อีกกลุ่มอยู่ในสภาพที่แท็บเล็ตต่ำกว่า ทำให้ต้องก้มและห่อตัวเข้าหาหน้าจอมากกว่า

หลังจากนั้น ทีมยังใช้วิดีโอวัดมุมคอของผู้เข้าร่วมจริง ๆ เพื่อดูว่าแต่ละคนอยู่ในท่าตรงหรือก้มมากน้อยแค่ไหน ไม่ได้อาศัยเพียงการแบ่งกลุ่มจากการจัดโต๊ะเท่านั้น

จากนั้นให้เล่นเกม “สูบลูกโป่ง” ที่ยิ่งเสี่ยงก็ยิ่งได้รางวัลมากขึ้น

งานนี้ใช้แบบทดสอบที่เรียกว่า Balloon Analogue Risk Task หรือ BART

บนหน้าจอจะมีลูกโป่งหนึ่งใบ ทุกครั้งที่กดสูบ ผู้เล่นจะได้รางวัลเพิ่ม แต่ลูกโป่งก็มีโอกาสแตกได้

ผู้เล่นจึงต้องเลือกอยู่เรื่อย ๆ ว่า

“จะหยุดตอนนี้แล้วเก็บรางวัล หรือจะสูบต่อเพื่อหวังเพิ่มอีก?”

ถ้าหยุดทัน รางวัลในรอบนั้นจะถูกเก็บไว้

แต่ถ้าสูบต่อแล้วลูกโป่งแตก รางวัลของรอบนั้นจะหายไป

ในการทดลองนี้ ผู้เข้าร่วมเล่นทั้งหมด 30 รอบ ทำให้ทีมสามารถดูรูปแบบการรับความเสี่ยงได้หลายครั้ง แทนที่จะวัดจากการตัดสินใจเพียงครั้งเดียว

กลุ่มที่นั่งตรงกว่า “เสี่ยงมากขึ้น” จริง

ผลที่ได้คือ กลุ่มที่อยู่ในสภาพแวดล้อมซึ่งทำให้นั่งตรงและเปิดมากกว่า มีแนวโน้ม สูบลูกโป่งมากขึ้น ในแต่ละรอบ

หมายความว่า พวกเขายอมเดินเข้าใกล้จุดเสี่ยงมากกว่ากลุ่มที่ต้องก้มตัวลง

แต่มีรายละเอียดหนึ่งที่สำคัญมาก คือจำนวนลูกโป่งที่แตกไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามไปด้วย

นี่เป็นเหตุผลที่ผู้วิจัยมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่แค่ “หุนหันพลันแล่นมากขึ้น” แต่เป็นการยอมรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในบริบทของงานทดลอง โดยไม่ได้เกิดผลเสียจากลูกโป่งแตกมากขึ้นอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม คำว่า “effective risk-taking” ในบริบทนี้ยังหมายถึงผลในเกม BART เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าคนกลุ่มนี้จะลงทุนเก่งขึ้น ขับรถปลอดภัยขึ้น หรือเลือกเรื่องสำคัญในชีวิตได้ดีกว่าเดิม

อารมณ์ก็เปลี่ยน แต่ไม่ใช่ทุกด้าน

นักวิจัยวัดอารมณ์หลายด้าน ทั้งความรู้สึกเชิงบวก–ลบ ระดับความตื่นตัว และความรู้สึกภาคภูมิใจ

ผลที่เด่นที่สุดอยู่ที่ pride

ผู้ที่อยู่ในท่าตรงกว่ารายงานความรู้สึกอย่าง “accomplished”, “confident” และ “successful” สูงขึ้นหลังการทดลอง

ที่น่าสนใจคือ ความสัมพันธ์ส่วนหนึ่งเชื่อมกับ มุมคอที่วัดได้จริง ยิ่งท่าทางตรงขึ้น ผลด้าน pride ก็ยิ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ทีมคาดไว้

นี่ทำให้เรื่องไม่ได้เหลือแค่ “โต๊ะสูงกับโต๊ะต่ำ” แต่มีหลักฐานว่าท่าร่างกายที่เกิดขึ้นจริงมีส่วนสัมพันธ์กับผลที่วัดได้

แล้วนี่คือการกลับมาของ “Power Pose” หรือเปล่า?

ไม่ควรสรุปแบบนั้นตรง ๆ

งานเกี่ยวกับ power posing เคยมีประวัติถกเถียงกันมาก เพราะหลายการทดลองให้ผลไม่เหมือนกัน และบางงานไม่สามารถทำซ้ำผลด้านพฤติกรรมบางอย่างได้

ผู้เขียนงานนี้เองก็กล่าวถึงความไม่สม่ำเสมอของวรรณกรรมเดิม และไม่ได้เสนอว่า “ท่ามั่นใจใช้ได้กับทุกคนทุกสถานการณ์”

จุดใหม่ของงานนี้คือ การลองดูว่า ท่าทางที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น ความสูงของจอ โต๊ะ หรือการจัดพื้นที่ทำงาน อาจมีผลต่อ state ของคนได้หรือไม่

ผลที่เห็นไม่ได้แปลว่า “ตัดสินใจดีขึ้น”

จุดนี้สำคัญที่สุดของทั้งเรื่อง

การที่คนในท่าตรงกว่ารายงาน pride สูงขึ้น และยอมรับความเสี่ยงมากขึ้นใน BART ไม่ได้หมายความว่า พวกเขามีเหตุผลมากขึ้น ฉลาดขึ้น หรือเลือกสิ่งที่ถูกต้องกว่าเดิม

คำว่า “กล้าเสี่ยงขึ้น” เองก็ไม่ได้แปลว่าเป็นเรื่องดีเสมอ เพราะในชีวิตจริงบางสถานการณ์การเสี่ยงมากขึ้นอาจมีประโยชน์ แต่บางสถานการณ์ก็อาจสร้างผลเสียได้

ดังนั้น สิ่งที่งานนี้รองรับคือ ท่าทางและสภาพแวดล้อมอาจมีอิทธิพลต่ออารมณ์และพฤติกรรมการรับความเสี่ยงบางอย่าง ไม่ใช่สูตรสำเร็จสำหรับการตัดสินใจ

สิ่งที่น่าสนใจจริง ๆ อาจอยู่ที่ “โต๊ะ” มากกว่าความตั้งใจของเรา

เวลาเราคิดถึงอารมณ์หรือการตัดสินใจ เรามักคิดว่าเรื่องทั้งหมดเกิดอยู่ในสมอง

แต่งานแบบนี้เตือนว่า สมองไม่ได้ทำงานแยกจากร่างกายและสภาพแวดล้อม

ความสูงของหน้าจอ ตำแหน่งโต๊ะ หรือวิธีที่เก้าอี้และอุปกรณ์บังคับให้เราก้ม อาจเปลี่ยนท่าที่เราถือร่างกายไว้นาน ๆ โดยที่เราแทบไม่สังเกต

และถ้าท่าร่างกายเหล่านั้นส่ง feedback กลับไปยังอารมณ์และพฤติกรรมได้จริง แม้เพียงเล็กน้อย ของธรรมดาอย่างการจัดโต๊ะทำงานก็อาจมีผลมากกว่าเรื่อง “นั่งสบายหรือไม่สบาย” เพียงอย่างเดียว

ดังนั้นคำถามจากงานนี้อาจไม่ใช่แค่ “เราควรนั่งหลังตรงไหม?”

แต่อาจเป็นว่า “สภาพแวดล้อมรอบตัวกำลังทำให้เราถือร่างกายแบบไหน โดยที่เราไม่รู้ตัว?”

แหล่งที่มา:
British Journal of Psychology — Manipulating posture implicitly through environmental constraints influences mood and risk-taking behaviour
อ้างอิง: https://bpspsychub.onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/bjop.70083

PubMed — Manipulating posture implicitly through environmental constraints influences mood and risk-taking behaviour
อ้างอิง: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/42227350/

McGill University / ScienceDaily — Sitting up straight may improve your mood and decision-making
อ้างอิง: https://www.sciencedaily.com/releases/2026/08/260804034624.htm
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนเรื่องใกล้ตัวและมุมที่คนมักมองข้าม
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา5 เรื่องน่ารู้ USS Abraham Lincoln เรือรบที่ทำพัทยาคึกคักในไม่กี่วันเปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดีเปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวาแม่ร่ำไห้! รุ่นพี่นัดรุ่นน้องต่างโรงเรียนมาเคลียร์ ก่อนถูกลากไปรุมตบ จับหัวโขกเสาศาลา ลั่นไม่ยอม เอาเรื่องถึงที่สุดเปิด "อำเภอที่มีพื้นใหญ่"ของไทย ขนาดกว้างจนเทียบได้กับหลายจังหวัดอาชีพรับจ้างทวงหนี้ในไทยทำอะไรบ้าง และมีเส้นกฎหมายคุมไว้ชัดเจนเปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทไขข้อสงสัย! ทำไมคนไทยถึงนิยมใช้ “น้ำแดง” ไหว้เจ้าที่หรือศาลพระภูมิ?ทำไมถึงห้ามขับรถแซงซ้าย เพราะอีกฝ่ายอาจไม่ทันเห็นเรา“ตั้ม บ้าพลัง” มาแล้ว! ขี่เจ็ทสกีบุก DSI ร้องสอบ “มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้” ปมเส้นทางเงิน-บริษัทนอมินี แฉมีคลิปลับ ลั่นถึงผมไม่ใช่คนดี แต่วันนี้ขอถามความจริง!ขนมจีน” ทำไมถึงชื่อขนมจีน ทั้งที่ไม่ได้มาจากจีน?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 เรื่องน่ารู้ USS Abraham Lincoln เรือรบที่ทำพัทยาคึกคักในไม่กี่วัน“ตั้ม บ้าพลัง” มาแล้ว! ขี่เจ็ทสกีบุก DSI ร้องสอบ “มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้” ปมเส้นทางเงิน-บริษัทนอมินี แฉมีคลิปลับ ลั่นถึงผมไม่ใช่คนดี แต่วันนี้ขอถามความจริง!อาชีพรับจ้างทวงหนี้ในไทยทำอะไรบ้าง และมีเส้นกฎหมายคุมไว้ชัดเจนไขข้อสงสัย! ทำไมคนไทยถึงนิยมใช้ “น้ำแดง” ไหว้เจ้าที่หรือศาลพระภูมิ?อินฟูลดังเสียชีวิตกะทันหันที่ไทย หลังเข้ารับการศัลยกรรมขยายขนาดช้างน้อยทำไมเสาไฟฟ้าไทยจึงเป็นทรงเหลี่ยม เรื่องเล่ากันงูจริงแค่ไหน?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
สิ่งมีชีวิตต้องป่วยต้องเป็นโรค 🤨ขลิบหนังหุ้มทำไม ไม่ใช่ทุกคนต้องทำ แต่บางอาการไม่ควรปล่อยหนวดหงอกได้ และบางคนเจอก่อนผมหงอกเสียอีกน้ำด่างไม่ได้หลอกทุกอย่าง แต่หลายคำโฆษณาไปไกลกว่าหลักฐาน
ตั้งกระทู้ใหม่