สวยทรมาน! 5 ค่านิยมสุดหลุดโลกในประวัติศาสตร์
สวยทรมาน! 5 ค่านิยมสุดหลุดโลกในประวัติศาสตร์
หากพูดถึงคำว่า “ความสวยงาม” แต่ละยุคสมัยย่อมมีนิยามที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าลองย้อนเวลากลับไปมองประวัติศาสตร์โลก เราอาจต้องเอามือทบอกด้วยความตกตะลึง เพราะ “ค่านิยมความงาม” ของคนโบราณในบางวัฒนธรรมนั้น ไม่ได้แลกมาแค่ด้วยแป้งหรือเครื่องสำอาง... แต่มันแลกมาด้วยความเจ็บปวด เลือดเนื้อ และการแลกชีวิต!
มาดูกันว่า 5 มาตรฐานความงามแปลกประหลาดจากทั่วโลกในยุคโบราณ มีอะไรกันบ้าง และพวกเขายอมทำกันถึงขนาดไหนเพื่อคำว่า “สวย”
1. จีน: “เท้าดอกบัว” ยิ่งเล็ก ยิ่งเจ็บ ยิ่งเลอค่า
หนึ่งในประประเพณีทรมานร่างกายที่โด่งดังที่สุดในโลก ยุคราชวงศ์ซ่งของจีนมีค่านิยมว่า ผู้หญิงที่สวยสมบูรณ์แบบต้องมีเท้าที่เล็กกระจิริด เรียกว่า "เท้าดอกบัวทองคำ" ซึ่งความยาวที่เพอร์เฟกต์ที่สุดคือไม่เกิน 3 นิ้ว!
-
ทุ่มเทขนาดไหน? ตั้งแต่เด็กสาวอายุเพียง 4–9 ขวบ กระดูกนิ้วเท้าทั้งสี่ (ยกเว้นนิ้วหัวแม่มือ) จะถูกหักลงแล้วพับงอไปชิดฝ่าเท้า จากนั้นใช้ผ้าพันแน่นหนาเพื่อไม่ให้โตขึ้นอีก เด็กๆ ต้องเดินบนเท้าที่หักกระดูกเพื่อกดให้รูปเท้าโค้งได้รูป ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงจนมีคำกล่าวว่า "เท้าดอกบัวหนึ่งคู่ แลกด้วยน้ำตาเต็มตุ่ม"
-
ทำไปเพื่ออะไร? เท้าเล็กสะท้อนถึงชนชั้นและความรวย เพราะแปลว่าผู้หญิงคนนั้นรวยพอที่จะไม่ต้องออกไปทำงานหนัก และท่าเดินชดช้อยกระย่องกระแย่งเนื่องจากเจ็บเท้า ก็กลายเป็นภาพที่ผู้ชายในยุคนั้นมองว่าชวนมองและเซ็กซี่อย่างยิ่ง
2. ญี่ปุ่น: “โอฮาโกรุ” ยิ้มสยอง ยิ้มสวย... ฟันต้องดำสนิท!
หากปัจจุบันเราหมดเงินไปกับการฟอกฟันขาว ในญี่ปุ่นยุคเฮอันถึงยุคเอโดะ กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง! เพราะการมีฟันขาววับถูกมองว่าเป็นเรื่องของสัตว์ป่า หรือสตรีที่ไม่ได้รับการอบรม การมี "ฟันดำสนิท" (Ohaguro) ต่างหากคือสัญลักษณ์แห่งความงดงามและสง่างาม
-
ทุ่มเทขนาดไหน? สตรีชนชั้นสูง (และต่อมาแพร่หลายไปยังหญิงแต่งงานแล้ว) จะต้องนำผงธาตุเหล็กผสมกับชาหรือเหล้าสาเกและกรดจางๆ มาทาฟันเป็นประจำ กลิ่นของมันค่อนข้างฉุนและรสชาติชวนกลืนไม่ลง
-
ทำไปเพื่ออะไร? นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์บอกสถานะว่าแต่งงานแล้ว การเคลือบฟันด้วยสารชนิดนี้ยังช่วยป้องกันฟันผุและรักษาเนื้อฟันได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย ยิ้มทีไรดำคลี่ยมวนเสน่ห์ตามค่านิยมยุคนั้นทันที
3. ยุโรปยุคเรอเนซองส์: “หน้าผากโหนกไร้ขน” หัวเถิกสไตล์ชนชั้นสูง
ผู้หญิงในศตวรรษที่ 15–16 ในแถบยุโรปไม่ได้เน้นดวงตาหรือริมฝีปากเหมือนยุคนี้ แต่พวกเธอโฟกัสไปที่ "หน้าผาก" หน้าผากที่ยิ่งกว้าง เถิก โหนกนวล และโหนกสูงเท่าไหร่ ยิ่งแสดงถึงความฉลาด ชนชั้นสูง และความบริสุทธิ์ผุดผ่อง
-
ทุ่มเทขนาดไหน? เพื่อให้ได้หน้าผากกว้างตึงตามจินตนาการ ผู้หญิงยุคนั้นต้องยอมถอนคิ้วออกจนหมด โกนขนตา และลงมือถอนหรือโกนไรผมบริเวณหน้าผากขึ้นไปอีกหลายนิ้ว บางคนถึงขั้นใช้น้ำยาเคมีที่ทำจากหินปูนผสมสารหนูมาทาเพื่อให้ผมหยุดขึ้นเลยทีเดียว!
4. แอฟริกาตะวันออก (ชนเผ่ามูรซี): “จานใส่ปาก” ยิ่งเบิ่งขยาย ยิ่งมีราคา!
ในแถบหุบเขาโอโม ประเทศเอธิโอเปีย ความงามของสตรีชนเผ่ามูรซี (Mursi) ไม่ได้วัดกันที่ใบหน้าเรียวเนียน แต่วัดกันที่ขนาดของ "จานดินเผาที่เจาะใส่ไว้ริมฝีปากล่าง" ยิ่งจานใหญ่โตมากเท่าไหร่ สตรีผู้นั้นก็ยิ่งงดงามและมีเสน่ห์มากเท่านั้น
-
ทุ่มเทขนาดไหน? เมื่อเด็กสาวเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ (อายุราว 15–16 ปี) แม่หรือหญิงผู้ใหญ่จะใช้มีดเจาะริมฝีปากล่างของเธอ ถอนฟันหน้าด้านล่างออก 2–4 ซี่ เพื่อเปิดทางให้ใส่จานดินเผาหรือจานไม้ขนาดเล็ก จากนั้นจะค่อยๆ เปลี่ยนขนาดจานให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตลอดหลายปี จนริมฝีปากยืดขยายกว้างขวางใส่จานที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางได้ถึง 10–20 เซนติเมตร!
-
ทำไปเพื่ออะไร? จานใส่ปากคือสัญลักษณ์แสดงความพร้อมในการแต่งงานและศักดิ์ศรีของสตรี ยิ่งจานกว้างเท่าไหร่ ครอบครัวของฝ่ายชายก็จะต้องจ่าย "ค่าสินสอด" (ส่วนใหญ่เป็นวัว) ให้แก่ครอบครัวของเธอมากขึ้นเท่านั้น!
5. มายาโบราณ: หัวแบนทรงฝักข้าวโพด และตาเขสุดมีเสน่ห์
ข้ามฝั่งมาที่อารยธรรมมายาทางอเมริกาเหนือและกลาง มาตรฐานความงามของคนที่นี่เรียกได้ว่าฉีกทุกกฎเกณฑ์ เพราะพวกเขาไม่ได้เลียนแบบมนุษย์ด้วยกันเอง แต่เลียนแบบ "เทพเจ้า"
-
ทุ่มเทขนาดไหน?
-
หัวยาวแบน: เนื่องจากชาวมายานับถือเทพเจ้าข้าวโพด เด็กทารกที่เพิ่งเกิดมาและกระดูกยังอ่อน จะถูกนำแผ่นไม้สองแผ่นมาประกบหน้าหลังศีรษะแล้วรัดไว้อย่างแน่นหนาเป็นเวลาหลายเดือน เพื่อบีบให้กระดูกศีรษะยืดขยายโตไปทางด้านบนจนดูแบนยาวคล้ายฝักข้าวโพด
-
ตาเขเป็นเสน่ห์: พ่อแม่จะแขวนลูกปัดไว้ตรงกลางระหว่างดวงตาของทารกตลอดเวลา เพื่อดึงสายตาให้เด็กจ้องมองเข้าหากันจนเกิดอาการตาเขชั่วชีวิต เพราะสายตาที่เอียงเข้าหากันถูกมองว่ามีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างมาก
-
ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "ความงาม" ไม่มีคำว่าถูกหรือผิดตายตัว มันเป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์ในแต่ละยุคสมมติและสร้างคุณค่าขึ้นมาเอง และเมื่อมองย้อนกลับไป เราอาจจะรู้สึกโชคดีสุดๆ ที่เกิดในยุคนี้ ยุคที่ไม่ต้องหักกระดูกเท้า เจาะริมฝีปาก หรือรัดหัวตัวเองตั้งแต่เด็ก เพียงเพื่อคำว่า... "สวย"!
เขียนโดย moley
8 ปรากฏการณ์อพยพของสัตว์โลกสุดอัศจรรย์ ที่เห็นแล้วต้องขนลุก
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
5 ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก ทำไมต้องยาวขนาดนั้น
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
ถอดรหัสลับหน้าปกสลากฯ งวด 16 ตุลาฯ 69: “บ้านท่าข้ามควาย” พามูฟออนสู่เศรษฐีใหม่
เลข 5 โผล่ 3 สำนัก งวด 16 ต.ค. 69 หลายสำนักสะกิดตรงกัน จุดไหนน่าจับตา?
7 ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในอดีต ที่เคยสร้างยอดขายแผ่นเสียงและเทปมหาศาล
4 สำนักเปิดข้อมูล งวด 16 ต.ค. 69 “ราชาตั๋วเด่น-เฮีย เสาชิงช้า” พบ 43-49 ตรงกัน
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
8 สนามกอล์ฟระดับพรีเมียมในไทย ที่นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงนิยมไปออกรอบ
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?
8 ปรากฏการณ์อพยพของสัตว์โลกสุดอัศจรรย์ ที่เห็นแล้วต้องขนลุก
เลข 5 โผล่ 3 สำนัก งวด 16 ต.ค. 69 หลายสำนักสะกิดตรงกัน จุดไหนน่าจับตา?
จังหวัดเดียวของไทย ไม่ใช่กรุงเทพฯ คว้าสถานที่เป็นมิตรที่สุดในโลก2026
นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันและเยอรมัน 3 คน คว้ารางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ จากผลงานที่ช่วยรักษาอาการตาบอดและปัญหาการได้ยิน
ปิดภารกิจค้นหาดอยจ้อง! พบแล้วครบ 3 คน “นายทนง” รายสุดท้าย เจ้าหน้าที่เจอตัวช่วงบ่าย หลังระดมกำลังค้นหาต่อเนื่อง
ขอพร "หลวงพ่อสัมฤทธิ์ผล" เสริมความสำเร็จ ปล่อยอุปสรรค รับโชคลาภทันใจ
ก้อนหินเดินได้เองจริงหรือ ? เปิดความลับ Death Valley ปริศนาธรรมชาติที่นักวิทยาศาสตร์ตามหาคำตอบ
หนังสือที่ไม่มีใครอ่านออก ! ปริศนา Voynich Manuscript ที่ท้าทายนักถอดรหัสมากว่า 100 ปี
วัดเจดีย์หอย วัดกลางทุ่งปทุมธานีที่ซ่อน “เจดีย์เปลือกหอย” อายุนับล้านปี




