TH-AI Passport ดียังไง? เปิด 7 สิทธิประโยชน์ที่คนไทยควรรู้ ก่อนเริ่มใช้ AI
ในช่วงที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งด้านการศึกษา การทำงาน และธุรกิจ TH-AI Passport เป็นโครงการของภาครัฐที่มีเป้าหมายเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงเครื่องมือ AI และพัฒนาทักษะด้าน AI ได้กว้างขึ้น โดยตั้งเป้าหมายรองรับคนไทยสูงสุด 5 ล้านคน และแพลตฟอร์ม AiPASS รวบรวมเครื่องมือ AI จากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดลไว้ในระบบเดียว พร้อมหลักสูตรด้าน AI มากกว่า 96 หลักสูตร จึงไม่ได้มุ่งเพียงให้ประชาชน “ได้ใช้ AI” แต่ต้องการให้เกิดการเรียนรู้และนำ AI ไปใช้จริงด้วย
1. เข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลกได้ง่ายขึ้น
จุดเด่นสำคัญของ TH-AI Passport คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI จากผู้พัฒนาชั้นนำหลายรายผ่านแพลตฟอร์ม AiPASS โดยภาครัฐระบุว่าระบบรวบรวมมากกว่า 30 โมเดลจากผู้พัฒนากว่า 14 ราย ครอบคลุมงานหลายรูปแบบ ทั้งการสนทนา การเขียนโปรแกรม การค้นคว้าเชิงลึก รวมถึงการสร้างภาพ วิดีโอ และเพลง ทำให้ผู้ใช้สามารถทดลองเรียนรู้ว่า AI แต่ละประเภทเหมาะกับงานแบบใด โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการสมัครใช้บริการหลายแพลตฟอร์มด้วยตัวเอง
2. ช่วยลดข้อจำกัดด้านค่าใช้บริการ AI
อีกหนึ่งประโยชน์ที่ถูกพูดถึงมากคือการช่วยลดอุปสรรคด้านค่าใช้บริการ AI ระดับสูง เพราะโครงการมีเป้าหมายให้คนไทยเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับ Pro ผ่านระบบที่ภาครัฐจัดเตรียมไว้ อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่าไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้ทุกคนจะได้รับสิทธิ์ Pro แบบไม่จำกัดตลอดโครงการ เพราะระดับสิทธิ์และการต่ออายุมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการเรียนและการสะสมคะแนน ดังนั้นประโยชน์ที่แท้จริงคือการเปิด “โอกาสในการเข้าถึง” เทคโนโลยีระดับสูงให้คนจำนวนมากขึ้น
3. ได้ทดลองใช้ AI หลายประเภทในแพลตฟอร์มเดียว
AiPASS ถูกออกแบบให้ผู้เริ่มต้นสามารถทดลองใช้โมเดล AI หลายประเภทภายในแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า AI แต่ละแบบเหมาะกับงานประเภทใด ผู้ใช้สามารถเรียนรู้จากการทดลองจริง ตั้งแต่งานสนทนาและเขียนเนื้อหา ไปจนถึงการค้นคว้า การเขียนโปรแกรม และงานสร้างสรรค์ แนวทางนี้ช่วยให้การเรียนรู้ AI ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการอ่านเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเรียนรู้ผ่านการใช้งานจริงได้ด้วย
4. มีหลักสูตรพัฒนาทักษะ AI มากกว่า 96 หลักสูตร
TH-AI Passport ไม่ได้เน้นเฉพาะการให้สิทธิ์ใช้เครื่องมือ AI แต่ยังมีระบบเรียนรู้ภายในแพลตฟอร์ม โดยภาครัฐระบุว่ามีหลักสูตรด้าน AI มากกว่า 96 หลักสูตร และเชื่อมโยงองค์ความรู้จากพันธมิตรระดับโลก เช่น Google for Education, Microsoft Elevate และ OpenAI จุดนี้ทำให้โครงการมีลักษณะเป็นการพัฒนาทักษะควบคู่กับการใช้งานจริง และสามารถตอบโจทย์ทั้งผู้เริ่มต้น นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน และผู้ประกอบการ
5. ช่วยต่อยอด AI กับการเรียนและการทำงาน
อีกเป้าหมายหนึ่งของโครงการคือการส่งเสริม AI Literacy หรือความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI ควบคู่กับการนำ AI ไปใช้งานจริง โดยกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมนักเรียน นักศึกษา บุคลากรภาครัฐ ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการ หากนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม AI สามารถเป็นเครื่องมือช่วยค้นคว้า วิเคราะห์ข้อมูล สร้างเนื้อหา หรือสนับสนุนกระบวนการทำงานได้ จึงเป็นเหตุผลที่ภาครัฐมองว่าโครงการนี้สามารถช่วยยกระดับทักษะที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานและเพิ่มผลิตภาพได้
6. มีระบบเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการได้รับสิทธิ์ใช้งาน
จุดที่แตกต่างจากการแจกสิทธิ์ใช้งานทั่วไปคือ TH-AI Passport เชื่อมการเรียนรู้เข้ากับระดับสิทธิ์ โดยข้อมูลจากภาครัฐระบุว่า ผู้สมัครในช่วงเริ่มต้นจะได้รับสิทธิ์ระดับ Innovator เพื่อทดลองใช้โมเดลระดับ Pro ตามเงื่อนไขของโครงการ และหลังจากนั้นต้องผ่านการอบรมและสะสมคะแนนตามเกณฑ์เพื่อรักษาหรือเลื่อนระดับสิทธิ์ กลไกดังกล่าวทำให้ผู้ใช้มีแรงจูงใจในการเรียนรู้ AI อย่างต่อเนื่อง แทนที่จะสมัครแล้วใช้เครื่องมือเพียงอย่างเดียวโดยไม่พัฒนาทักษะ
7. มีมาตรการด้านการจัดการข้อมูลและความปลอดภัยของโครงการ
ประเด็นเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งที่คนใช้ AI ควรให้ความสำคัญ โดยภาครัฐระบุว่าข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับโครงการจะถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย และดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ นอกจากนี้ยังระบุว่าระบบมีการตรวจ คัดกรอง และปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหวก่อนส่งข้อมูลที่จำเป็นไปประมวลผลกับผู้ให้บริการ AI ต่างประเทศ จึงเป็นอีกประเด็นที่ผู้ใช้ควรรู้ก่อนเริ่มใช้งาน
TH-AI Passport จึงน่าสนใจตรงที่ไม่ได้มีแนวคิดเพียง “ให้คนไทยใช้ฟรี” แต่เป็นโครงการที่พยายามรวม การเข้าถึงเครื่องมือ AI + การเรียนรู้ + การทดลองใช้งานจริง + การพัฒนาทักษะ ไว้ในระบบเดียว โดยตั้งเป้าหมายให้คนไทยสูงสุด 5 ล้านคนเข้าถึง AI จากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดล อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจควรตรวจสอบเงื่อนไขของระดับสิทธิ์และการสะสมคะแนนให้ละเอียด เพราะสิทธิ์การใช้งาน AI ระดับ Pro มีข้อกำหนด ไม่ใช่การใช้งานแบบไม่จำกัดตลอดไปโดยอัตโนมัติ
ข้อมูลล่าสุด: ภาครัฐเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 และกำหนดเปิดแพลตฟอร์ม AiPASS อย่างเป็นทางการวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดย ณ วันที่ 28–29 สิงหาคม มีรายงานว่ามียอดลงทะเบียนล่วงหน้ามากกว่า 1.3 ล้านคน จากเป้าหมาย 5 ล้านคน สะท้อนว่าประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมากแหล่งอ้างอิงหลัก: สำนักงานประชาสัมพันธ์/หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งให้รายละเอียดเรื่องคุณสมบัติ การลงทะเบียน โมเดล AI หลักสูตร ระดับสิทธิ์ และการจัดการข้อมูลโดยตรง
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
ผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไร
ฟ้าผ่าหนึ่งครั้งใช้เวลานานแค่ไหน? ทำไมเราจึงเห็นเป็นแสงวาบ
คาสิโนเวกัสและมาเก๊าไม่มีนาฬิกากับหน้าต่างจริงหรือไม่
ข้อมูลในโทรศัพท์ของเรามาจากไหน? มือถือเครื่องเดียวอาจเก็บเรื่องราวของเราไว้มากกว่าที่คิด
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชค
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย





