หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 ของกินที่เรามักเก็บผิดวิธี

เขียนโดย thoughtloop

อาหารบางอย่างอยู่ในบ้านเราจนรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา

ซื้อมาแล้วก็วางไว้ก่อน

กินไม่หมดก็ใส่ตู้เย็น

เปิดถุงแล้วพับปากถุงเก็บ

เหลือกับข้าวก็เอากลับมาอุ่นวันรุ่งขึ้น

หลายอย่างดูเหมือนไม่มีปัญหา เพราะอาหารยังมีกลิ่นปกติ หน้าตายังเหมือนเดิม และตู้เย็นก็ยังทำงานอยู่

แต่ความจริงคือ การเก็บอาหารไม่ถูกวิธี อาจทำให้อาหารเสื่อมคุณภาพหรือเพิ่มความเสี่ยงจากเชื้อจุลินทรีย์ได้ แม้บางครั้งเราจะมองไม่เห็นความผิดปกติก็ตาม

กรมอนามัยแนะนำว่าอาหารที่ต้องการความเย็นควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส และควรแยกอาหารดิบกับอาหารปรุงสุกเพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามกัน

ลองมาดูกันว่า มีอาหารอะไรบ้างที่คนมักเก็บผิดวิธีโดยไม่รู้ตัว

1. ข้าวสวยและข้าวที่หุงเหลือ

ข้าวเป็นอาหารที่หลายบ้านทำครั้งเดียวแล้วกินกันหลายมื้อ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การเก็บข้าวในตู้เย็น แต่เป็นช่วงเวลาที่ข้าวถูกปล่อยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกินไป

ข้าวที่หุงสุกแล้วอาจมีสปอร์ของแบคทีเรียบางชนิด เช่น Bacillus cereus ปนเปื้อนอยู่ได้ หากปล่อยไว้ในสภาพที่เหมาะสม เชื้อสามารถเพิ่มจำนวนและสร้างสารพิษบางชนิดได้

เพราะฉะนั้น ข้าวเหลือจึงไม่ควรวางทิ้งไว้บนโต๊ะเป็นเวลานานแล้วค่อยนำเข้าตู้เย็น

หลักง่าย ๆ คือ เมื่อรู้ว่าจะเก็บไว้กินภายหลัง ควรนำเข้าตู้เย็นโดยเร็ว และแบ่งใส่ภาชนะไม่ลึกมากเพื่อให้เย็นเร็วขึ้น แนวทางด้านความปลอดภัยอาหารแนะนำให้อาหารที่เหลือเข้าตู้เย็นภายใน 2 ชั่วโมง และแบ่งอาหารปริมาณมากเป็นภาชนะตื้น ๆ เพื่อช่วยให้เย็นเร็วขึ้น

ข้าวหนึ่งหม้ออาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่การปล่อยไว้บนโต๊ะทั้งคืนไม่ใช่วิธีเก็บที่ควรทำ

2. กับข้าวที่ทำไว้กินหลายวัน

นี่น่าจะเป็นของที่หลายบ้านคุ้นเคยที่สุด

วันนี้ทำแกงไว้หม้อใหญ่ กินไม่หมดก็เอาเข้าตู้เย็น พรุ่งนี้อุ่นอีกครั้ง แล้วเหลืออีกก็เก็บกลับเข้าไป

สิ่งที่ควรระวังคือการปล่อยอาหารปรุงสุกไว้ที่อุณหภูมิห้องนานก่อนนำเข้าตู้เย็น

กรมอนามัยแนะนำว่าอาหารปรุงสุกหรืออาหารที่เสียง่ายควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส และไม่ควรวางอาหารปรุงสุกไว้ที่อุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง

ถ้าทำอาหารปริมาณมาก ไม่จำเป็นต้องรอจนเย็นสนิทหลายชั่วโมงก่อนเข้าตู้เย็น แต่ควรแบ่งเป็นภาชนะขนาดเล็กหรือตื้นเพื่อให้ความร้อนลดลงเร็ว

และก่อนกินก็ควรอุ่นให้ร้อนทั่วถึง

3. เนื้อหมู เนื้อไก่ และเนื้อสัตว์ดิบ

บางคนซื้อเนื้อสัตว์กลับบ้านแล้ววางไว้ในช่องธรรมดาของตู้เย็นแบบไม่ห่อ ไม่แยก และวางรวมกับอาหารอื่น

ปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องเนื้อเสีย

น้ำจากเนื้อดิบอาจหยดหรือสัมผัสอาหารอื่น ทำให้เกิดการปนเปื้อนข้ามได้

วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือเก็บเนื้อสัตว์ดิบแยกจากอาหารพร้อมกิน และใส่ภาชนะหรือถุงที่ปิดสนิท หากเป็นอาหารที่ยังไม่ใช้ทันที ก็ควรเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม

กรมอนามัยแนะนำให้แยกอาหารสดและอาหารปรุงสุก รวมถึงเก็บเนื้อสัตว์ดิบในอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส

โดยเฉพาะถ้าวางเนื้อดิบไว้ชั้นบน แล้วมีผักหรืออาหารพร้อมกินอยู่ด้านล่าง

น้ำจากเนื้ออาจไม่ได้ถามก่อนว่าจะตกใส่อะไร

4. ไข่

ไข่เป็นอีกอย่างที่หลายบ้านมีวิธีเก็บแตกต่างกัน

บางคนวางไว้ข้างนอก บางคนเก็บในตู้เย็น และบางคนเอาไข่ใส่ช่องประตูตู้เย็นทันที

สำหรับไข่ที่ต้องเก็บเย็น แนวทางด้านความปลอดภัยอาหารแนะนำให้เก็บในตู้เย็นและรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสม โดย FDA แนะนำให้เก็บไข่ไว้ในกล่องเดิมและบริเวณที่เย็นสม่ำเสมอของตู้เย็น มากกว่าบริเวณประตูซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบ่อยจากการเปิดปิด

อีกเรื่องที่ควรระวังคือไข่เปลือกแตก

ถ้าเปลือกมีรอยแตก เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ด้านในได้ง่ายขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการเก็บหรือใช้ไข่ที่เปลือกแตกเสียหาย

5. อาหารทะเลสด

กุ้ง ปลาหมึก หอย และปลาสด เป็นอาหารที่เสียง่าย โดยเฉพาะในอากาศร้อน

บางคนซื้อกลับมาจากตลาดแล้วแวะทำธุระต่อหลายที่ ก่อนจะนำกลับบ้าน

ปัญหาคือเวลาที่อาหารอยู่ในอุณหภูมิไม่เหมาะสมกำลังเดินไปเรื่อย ๆ

เมื่อกลับถึงบ้าน หากยังไม่ทำทันที ควรเก็บในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็งตามระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรวางทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์ครัวนาน ๆ

กรมอนามัยแนะนำให้อาหารสดประเภทเนื้อสัตว์เก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิไม่เกิน 5 องศาเซลเซียส ขณะที่แนวทางทั่วไปด้านความปลอดภัยอาหารแนะนำให้อาหารที่ต้องแช่เย็นเข้าตู้เย็นภายใน 2 ชั่วโมง หรือภายใน 1 ชั่วโมงหากอากาศร้อนกว่า 32 องศาเซลเซียส

ในประเทศไทยที่อากาศร้อน รถที่จอดกลางแดดก็ยิ่งไม่ใช่สถานที่เก็บอาหารสด

6. ผักและผลไม้ที่หั่นแล้ว

ผลไม้ทั้งลูกกับผลไม้ที่หั่นแล้วไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

แตงโมทั้งลูกอาจวางไว้ได้ตามความเหมาะสม แต่เมื่อผ่าหรือหั่นแล้ว พื้นผิวด้านในจะสัมผัสกับอากาศ มือ มีด เขียง และภาชนะ

ผลไม้หรือผักที่หั่นแล้วจึงควรเก็บในภาชนะสะอาดและแช่เย็น

FDA แนะนำให้ผักผลไม้ที่หั่นแล้วหรือซื้อมาแบบพร้อมรับประทานและต้องแช่เย็น เก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า

ดังนั้น การหั่นแตงโมทั้งลูกแล้ววางถาดไว้บนโต๊ะตั้งแต่เช้าจนเย็น อาจไม่ใช่วิธีที่ดีนัก โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน

7. นมและผลิตภัณฑ์จากนม

นม โยเกิร์ต ครีม และผลิตภัณฑ์จากนมบางชนิดต้องการการควบคุมอุณหภูมิ

สิ่งที่หลายคนทำคือเอาออกจากตู้เย็นมากิน แล้ววางทิ้งไว้บนโต๊ะจนลืม

พอผ่านไปหลายชั่วโมงก็เอากลับเข้าตู้เย็นอีกครั้ง

การทำแบบนี้ไม่ได้ทำให้อาหารกลับไปอยู่ในสภาพเดิม

อาหารที่ต้องแช่เย็นควรได้รับการควบคุมอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง และอาหารที่เน่าเสียง่ายไม่ควรอยู่นอกตู้เย็นนานเกิน 2 ชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมงหากอุณหภูมิสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส

เพราะฉะนั้น เวลาเอานมออกมากิน กินเสร็จแล้วก็เก็บกลับเข้าตู้เย็น อย่าปล่อยให้วางอยู่บนโต๊ะจนหมดมื้อ

8. อาหารกระป๋องที่เปิดแล้ว

อาหารกระป๋องก่อนเปิดสามารถเก็บไว้ในสภาพที่ผู้ผลิตกำหนดได้ แต่เมื่อเปิดแล้ว เรื่องราวเปลี่ยนทันที

ไม่ควรคิดว่าเปิดแล้วก็เอากระป๋องเดิมวางไว้ในตู้เย็นได้หลายวันโดยไม่ต้องสนใจ

หลังเปิดควรเก็บส่วนที่เหลือในภาชนะสะอาดที่ปิดมิดชิดและแช่เย็น พร้อมดูคำแนะนำบนฉลากเรื่องระยะเวลาการเก็บ

สิ่งสำคัญคือ กระป๋องที่บวม รั่ว มีสนิมรุนแรง หรือมีความเสียหายผิดปกติไม่ควรนำมารับประทาน

และอย่าคิดว่า “ต้มให้เดือดก็น่าจะปลอดภัย”

แม้แต่บรรจุภัณฑ์ของอาหารที่มีลักษณะผิดปกติก็ไม่ควรเสี่ยงนำมาทดลองกิน

9. ขนมปัง

ขนมปังเป็นอาหารที่คนมักเก็บผิดอยู่สองทาง

บางคนเก็บไว้ในที่ร้อนและชื้นจนขึ้นราเร็ว

อีกบางคนเอาเข้าตู้เย็นทันทีเพราะคิดว่า “ของทุกอย่างอยู่ในตู้เย็นแล้วจะปลอดภัยกว่า”

แต่การเก็บขนมปังควรดูชนิดและระยะเวลาที่ต้องการเก็บเป็นหลัก

ถ้าจะกินในช่วงสั้น ๆ การเก็บในภาชนะปิดสนิทในบริเวณที่แห้งและไม่ร้อนจัดมักเหมาะกว่า ส่วนถ้าต้องการเก็บนานขึ้น การแช่แข็งเป็นทางเลือกที่ช่วยยืดอายุได้

และถ้าเห็นราขึ้นบนขนมปัง ไม่ควรตัดเฉพาะจุดที่เห็นราแล้วกินส่วนที่เหลือ เพราะอาหารประเภทเนื้อนุ่มและมีรูพรุนอาจมีการปนเปื้อนอยู่ใต้พื้นผิวที่มองไม่เห็น

เจอรากับขนมปัง สิ่งที่ปลอดภัยกว่าคือทิ้งทั้งชิ้น

10. อาหารเหลือที่ใส่หม้อใหญ่เข้าตู้เย็นทั้งหม้อ

ข้อนี้หลายบ้านทำกันโดยไม่รู้ว่ามีวิธีที่ดีกว่า

ทำแกงหม้อใหญ่เสร็จ กินไม่หมด แล้วเอาหม้อทั้งใบเข้าตู้เย็น

ดูเหมือนสะดวกที่สุด

แต่ปริมาณอาหารที่มากและภาชนะลึกทำให้ความร้อนตรงกลางลดลงช้ากว่าการแบ่งเป็นภาชนะขนาดเล็กหรือตื้น

แนวทางของ FDA และ USDA จึงแนะนำให้แบ่งอาหารเหลือปริมาณมากเป็นภาชนะตื้น ๆ เพื่อช่วยให้เย็นเร็วขึ้นก่อนหรือระหว่างการแช่เย็น

วิธีนี้อาจต้องล้างกล่องเพิ่มอีกสองสามใบ แต่ช่วยให้การเก็บอาหารมีประสิทธิภาพกว่า

แล้วตู้เย็นควรเย็นแค่ไหน?

สำหรับอาหารที่ต้องแช่เย็น กรมอนามัยแนะนำให้อาหารปรุงสุกและอาหารที่เสียง่ายเก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส

ส่วนแนวทางของ FDA ใช้เกณฑ์ตู้เย็นที่ 4 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า และช่องแช่แข็งประมาณ -18 องศาเซลเซียส

สิ่งที่น่าสนใจคือ ตัวเลขบนปุ่มปรับความเย็นไม่ได้บอกอุณหภูมิจริงเสมอไป

ถ้าอยากรู้ว่าตู้เย็นเย็นแค่ไหน การมีเทอร์โมมิเตอร์สำหรับตู้เย็นจึงช่วยให้ตรวจสอบได้แม่นกว่าเดาเอาจากความรู้สึก

จำง่าย ๆ ก่อนเก็บอาหาร

สุดท้ายแล้ว การเก็บอาหารอย่างปลอดภัยไม่ได้มีสูตรซับซ้อนมาก

อาหารดิบ แยกจากอาหารสุก

อาหารที่ต้องแช่เย็น รีบแช่เย็น

อาหารเหลือ อย่าปล่อยไว้นอกตู้เย็นนาน

อาหารปริมาณมาก แบ่งเป็นภาชนะตื้น ๆ

ตู้เย็นควรเย็นพอ ไม่ใช่แค่รู้สึกว่าเย็น

และที่สำคัญคือ อย่าใช้กลิ่นหรือหน้าตาเป็นเครื่องยืนยันความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว

อาหารบางชนิดอาจมีเชื้อก่อโรคโดยที่ยังไม่เปลี่ยนสีหรือมีกลิ่นผิดปกติ ดังนั้นการเก็บอย่างถูกอุณหภูมิและถูกเวลาจึงสำคัญกว่าการรอให้เห็นว่าอาหารเสียก่อน

ลองเปิดตู้เย็นที่บ้านแล้วมองใหม่อีกครั้ง

กล่องกับข้าวที่อยู่ตรงนั้นเก็บมานานแค่ไหนแล้ว?

เนื้อดิบอยู่ชั้นเดียวกับอาหารพร้อมกินหรือเปล่า?

ผลไม้ที่หั่นแล้ววางอยู่ข้างนอกนานแค่ไหน?

และข้าวหม้อนั้นที่หุงตั้งแต่เมื่อคืน...

ยังจำได้ไหมว่าเอาเข้าตู้เย็นตอนไหน?

บางครั้งอาหารที่ดูเหมือน “ยังดีอยู่” อาจไม่ได้ปลอดภัยเท่าที่เราคิด และการเก็บให้ถูกตั้งแต่แรกก็ง่ายกว่ามานั่งเสี่ยงทีหลัง

FDA, กรมอนามัย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 14 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 กันยายน 2569ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย9 อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำแต่ประเทศยังขาดไม่ได้งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำไชรหัสเลข ขุนพันธุ์ นำโชค 1/9/69ไจแอนท์ วีต้า แมลงยักษ์แห่งนิวซีแลนด์เจาะสูตรดักทาง "เลขเบิ้ล-เลขหาม" งวด 1 กันยายน 256973.8 กม. แต่ยกระดับราว 65 กม. — แนวรถไฟสุพรรณบุรี–บ้านภาชีกำลังข้ามอะไรอยู่เจาะคัมภีร์ "เลขดารา" ลาภลอย! หวย 1 กันยายน 2569 ส่องสูตรพิเศษ 40 ชุดตรง ชนสถิติ 20 ปี คัดเน้น 73 - 74 - 79 - 78ส่องใบฟ้ากำลังวันอมตะ งวด 1 กันยายน 2569 สแกนตารางชนสถิติ 20 ปีเมื่อสายน้ำแห่งชีวิตกลายเป็น “ถังขยะพิษ” : ภาพถ่ายยุค 70s ที่สะท้อนราคาของความเจริญทำไมเวลาเรา "ตื่นเต้น" ถึงรู้สึกมวนท้องเหมือนมีผีเสื้อบิน?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ส.ส. ประเทศไหนเงินเดือนสูงสุดในอาเซียน?จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่คนกัมพูชานิยมเข้ามาทำงานอยู่มากที่สุดไจแอนท์ วีต้า แมลงยักษ์แห่งนิวซีแลนด์ไส้กรอกอีสานย่างไฟแรง?73.8 กม. แต่ยกระดับราว 65 กม. — แนวรถไฟสุพรรณบุรี–บ้านภาชีกำลังข้ามอะไรอยู่เจาะคัมภีร์ "เลขดารา" ลาภลอย! หวย 1 กันยายน 2569 ส่องสูตรพิเศษ 40 ชุดตรง ชนสถิติ 20 ปี คัดเน้น 73 - 74 - 79 - 78
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
ข้าวซอยไทย เคยคว้าอันดับ 1 เมนูเส้นโลกจาก TasteAtlas ปี 2023เมนูไทยที่เสิร์ฟมาแล้วต่างชาติถึงกับหยุดคิดว่า “เริ่มจากตรงไหนดี?”ปลาจับหลัก/แจงลอน ลูกครึ่งห่อหมกทอดมันปอกไข่ต้มให้สวยต้องทำอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่