หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สีแดงในลูกอมมาจากแมลงจริงไหม?

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

เวลาเห็นลูกอมสีแดงสด หลายคนมักนึกถึงสีผสมอาหารสังเคราะห์ หรือไม่ก็สีจากผลไม้บางชนิด แต่ถ้าบนฉลากเขียนว่า carmine, cochineal extract, carminic acid, E120 หรือ INS 120 สีแดงนั้นอาจมีที่มาจากแมลงจริง ๆ ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ถูกเล่าต่อกันแรง ๆ มักใช้คำว่า ขี้เพลี้ยแป้งบดละเอียด จนคนอ่านรู้สึกเหมือนกำลังกินของเสียจากแมลงอยู่ในทุกคำที่เคี้ยว ฟังแล้วชวนขนลุก แต่คำอธิบายนี้ไม่ตรงกับกระบวนการผลิตเสียทีเดียว สี carmine ไม่ใช่ขี้แมลงที่กวาดมาบดเป็นผง ทว่าเป็นเม็ดสีที่สกัดจากลำตัวของแมลงโคชินีลตัวเมีย ซึ่งเป็นแมลงเกล็ดชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่บนกระบองเพชร พอรู้รายละเอียดจริง เรื่องนี้กลับน่าสนใจกว่าการพาดหัวให้ตกใจ เพราะมันพาไปถึงภูมิปัญญาการย้อมสีจากธรรมชาติ อุตสาหกรรมอาหาร การอ่านฉลาก และคำถามเรื่องความเหมาะสมสำหรับแต่ละคนในเวลาเดียวกัน

แมลงตัวเล็กที่สร้างสีแดงเข้ม



โคชินีลมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dactylopius coccus ตัวเมียไม่มีปีกและมีลำตัวอ่อนนุ่ม มักเกาะอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของกระบองเพชร โดยเฉพาะกระบองเพชรสกุล Opuntia บริเวณผิวของแมลงจะเห็นเป็นคราบสีขาวคล้ายปุยหรือผงแป้ง จึงมีคนเรียกติดปากว่าเพลี้ยแป้ง แม้จะเป็นคนละกลุ่มกับเพลี้ยแป้งที่พบตามต้นไม้บ้านเราในหลายกรณี สีแดงไม่ได้เกิดจากการเอาดินหรือสีเคมีไปย้อมแมลง แต่เกิดจากสาร carminic acid ที่สะสมอยู่ในตัวแมลง สารนี้ช่วยป้องกันศัตรูตามธรรมชาติ และมีคุณสมบัติให้สีแดงถึงแดงอมม่วง เมื่อนำวัตถุดิบไปผ่านขั้นตอนที่เหมาะสม สีจะละลายและนำไปใช้กับอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง รวมถึงงานย้อมสีได้ การเลี้ยงโคชินีลจึงไม่ได้ทำแบบปล่อยให้แมลงอยู่ในโกดังแล้วค่อยเก็บมากองรวมกัน แหล่งผลิตจะดูแลกระบองเพชรและรอให้แมลงเติบโตตามช่วงอายุ จากนั้นจึงเก็บตัวเมียที่มีปริมาณเม็ดสีสูงไปทำให้ตายและทำให้แห้ง วิธีดั้งเดิมอาจใช้ความร้อนหรือแสงแดด ส่วนโรงงานจะควบคุมความสะอาด อุณหภูมิ และขั้นตอนการสกัดให้ได้สีสม่ำเสมอ

จากตัวแมลงกลายเป็นสีในโรงงาน



หลังจากทำให้แห้ง วัตถุดิบอาจถูกบดและนำไปสกัดด้วยน้ำหรือสารละลายที่เหมาะสม ก่อนกรองและทำให้เข้มข้นตามชนิดของผลิตภัณฑ์ เม็ดสีที่ได้สามารถนำไปทำเป็นสารสกัดสีแดง หรือทำปฏิกิริยากับเกลือของโลหะบางชนิดเพื่อให้เกิดรูปแบบ carmine lake ซึ่งเกาะกับอาหารได้ดีและให้สีค่อนข้างคงตัว นั่นหมายความว่าในลูกอมไม่ได้มีชิ้นส่วนแมลงแห้งลอยอยู่ให้มองเห็นเป็นตัว ๆ โรงงานนำสารสีออกมาแยกและทำให้บริสุทธิ์ตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์แล้ว ปริมาณที่ใช้ก็ไม่ได้เท่ากับการใส่แมลงทั้งตัวลงไปในหม้อ สีเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้อาหารมีโทนแดงชัดได้ จึงไม่ควรตีความภาพลูกอมหนึ่งเม็ดว่าเป็นแมลงหนึ่งตัวที่ถูกบดรวมอยู่ข้างใน สีชนิดนี้มีข้อดีตรงที่ให้เฉดแดงสวยและมาจากธรรมชาติ ไม่ใช่สีสังเคราะห์ล้วน ๆ อีกทั้งยังใช้กับอาหารหลายชนิดได้ แต่ความเป็นธรรมชาติไม่ได้แปลว่าทุกคนจะเลือกกินได้โดยไม่ต้องคิด คนที่แพ้โปรตีนตกค้างจากวัตถุดิบ หรือคนที่หลีกเลี่ยงส่วนประกอบจากสัตว์ อาจมองเรื่องนี้ต่างออกไป

ลูกอมสีแดงทุกเม็ดไม่ได้ใช้ carmine



ลูกอมสีแดงอาจใช้สีจากบีตรูต แอนโทไซยานินจากพืช ปาปริกา สีสังเคราะห์ หรือสีจากแหล่งอื่นก็ได้ การมองจากสีภายนอกจึงบอกที่มาไม่ได้ ต้องอ่านรายการส่วนประกอบบนซองให้ละเอียด โดยเฉพาะคำว่า carmine, cochineal extract, cochineal, carminic acid, E120 หรือ INS 120 ชื่อที่ใช้จะต่างกันตามกฎหมายและรูปแบบฉลากของแต่ละตลาด คำว่า สีธรรมชาติ ก็ยังไม่พอสำหรับคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงแมลง เพราะสีธรรมชาติอาจหมายถึงสีจากพืช สีจากแร่ หรือสีจากสัตว์ก็ได้ ถ้าซองเขียนเพียงคำกว้าง ๆ แล้วไม่มีรายละเอียด ควรตรวจสอบกับผู้ผลิตหรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุแหล่งที่มาชัดเจน โดยเฉพาะขนมที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพราะชื่อส่วนประกอบและกฎการแสดงฉลากอาจไม่เหมือนกัน สำหรับคนกินมังสวิรัติหรือวีแกน carmine มักไม่ผ่านเงื่อนไข เพราะวัตถุดิบมาจากแมลง ส่วนเรื่องฮาลาลและโคเชอร์ควรดูตรารับรองของสินค้ารายชิ้น ไม่ควรเดาจากคำว่า natural หรือ plant-based ที่พิมพ์อยู่ด้านหน้าซองเพียงอย่างเดียว บางผลิตภัณฑ์อาจใช้สีจากพืช แต่บางผลิตภัณฑ์อาจใช้สีธรรมชาติจากสัตว์แล้วใช้ข้อความการตลาดที่ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนได้

กินแล้วอันตรายหรือไม่



การที่สีนี้มาจากแมลงไม่ได้แปลว่ากินแล้วจะเป็นพิษทันที หน่วยงานประเมินความปลอดภัยอาหารหลายแห่งอนุญาตให้ใช้ carmine หรือ E120 ภายใต้เงื่อนไขและปริมาณที่กำหนด ข้อมูลการประเมินไม่ได้ชี้ว่าสาร carminic acid มีฤทธิ์ก่อการกลายพันธุ์ในระดับที่เป็นเหตุให้ต้องห้ามใช้ และการได้รับจากอาหารทั่วไปมักอยู่ในปริมาณต่ำ เรื่องที่ต้องระวังคืออาการแพ้ แม้จะพบไม่บ่อย แต่มีรายงานว่าคนบางกลุ่มไวต่อ carmine หรือสารโปรตีนตกค้างจากกระบวนการผลิต อาการอาจเริ่มจากผื่นคัน ลมพิษ หน้าและริมฝีปากบวม แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด หรือเวียนศีรษะ ถ้าเคยมีประวัติแพ้สีชนิดนี้หรือสงสัยว่าอาการเกิดหลังรับประทานอาหาร ควรหยุดกินและปรึกษาแพทย์ หากมีอาการหายใจลำบาก คอบวม หรือหน้ามืด ต้องรีบไปฉุกเฉินทันที คนทั่วไปที่ไม่ได้แพ้จึงไม่จำเป็นต้องกลัวลูกอมสีแดงทุกเม็ด แต่ควรรู้ว่าตัวเองกำลังกินอะไรอยู่มากกว่าเลือกเชื่อคำเตือนแบบเหมารวม สีจากธรรมชาติไม่ได้ปลอดภัยกับทุกคนโดยอัตโนมัติ และสีสังเคราะห์ก็ไม่ได้หมายความว่าอาหารทั้งชิ้นเป็นพิษ การประเมินควรดูชนิดสาร ปริมาณที่ใช้ ฉลาก และประวัติสุขภาพของแต่ละคนประกอบกัน

วิธีเช็กก่อนหยิบเข้าปาก

เริ่มจากพลิกซองแล้วดูส่วนประกอบ ไม่ต้องพึ่งสีของลูกอมเป็นตัวตัดสิน หากพบคำว่า carmine, cochineal, carminic acid, E120 หรือ INS 120 ก็รู้ได้ว่าสีแดงมาจากโคชินีล หากต้องการหลีกเลี่ยงวัตถุดิบจากแมลง ให้เลือกสินค้าที่ระบุว่าใช้สีจากพืชและมีชื่อแหล่งสีชัดเจน เช่น สีจากบีตรูตหรือแอนโทไซยานิน พร้อมตรวจตรารับรองที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและรูปแบบการกินของตัวเอง ถ้าเป็นคนมีประวัติแพ้อาหาร การถ่ายรูปฉลากเก็บไว้หรือจดชื่อส่วนประกอบที่เคยทำให้เกิดอาการจะช่วยให้ซื้อครั้งต่อไปง่ายขึ้น เพราะสูตรของขนมชนิดเดิมอาจเปลี่ยนตามประเทศ โรงงาน หรือช่วงเวลา การเห็นคำว่า natural color บนหน้าซองไม่ควรทำให้หยุดอ่านรายละเอียดด้านหลัง เรื่องนี้จึงไม่ใช่คำถามว่าลูกอมทุกเม็ดกำลังเคลือบขี้เพลี้ยแป้งหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของการใช้คำให้ตรงกับข้อเท็จจริง สี carmine มีต้นทางจากแมลงโคชินีลจริง ผ่านการทำให้แห้ง สกัด และทำให้บริสุทธิ์ก่อนนำไปใช้ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทำให้ลูกอมทุกชิ้นอันตราย และไม่ได้เหมาะกับทุกคนเท่ากัน การรู้จักชื่อบนฉลากจะช่วยให้เลือกได้ตรงกับสุขภาพ ความเชื่อ และความสบายใจของตัวเองมากกว่าการตัดสินจากพาดหัวเพียงประโยคเดียว

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 11 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็นงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำด่วน!น่านวิกฤตหนักน้ำท่วมกระทบ7 อำเภอเสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมว6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวมผู้หญิงเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ แต่บรรลุพระอรหันต์ได้จริงหรือ?เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทยจังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทยน้ำผลไม้คั้นสดช่วยดีท็อกซ์จริงหรือ?เปิด 3 นักษัตร “มีของดีติดตัว” ยิ่งต่อยอด ยิ่งมีโอกาสรุ่ง!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 7 ประเทศในอาเซียนที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดเสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมวน้ำแข็งช่วยให้รูขุมขนกระชับจริงไหม?ส่องไฟตรวจแบงก์ปลอมใส่หน้าจะอันตรายแค่ไหน?ฟองขาวบนซุปกระดูกหมูบอกอะไรเรา?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
7 วิธีปลดล็อกตัวเองจากการกดดันตัวเองธุรกิจให้เช่าต้นไม้ สำหรับคนอยากมีธรรมชาติแต่ไม่อยากซื้อเสียง “เพอร์รรร (Purr)” ไม่ได้แปลว่ามีความสุขเสมอไป วิทยาศาสตร์เบื้องหลังคลื่นเสียงรักษาตัวเองของแมวโรงเรียนที่ให้เด็กมีสิทธิ์ร่วมกำหนดกฎเอง
ตั้งกระทู้ใหม่