ซื้อหวยเลข 00 ถึง 99 ถูก 100% แล้วกำไรหรือขาดทุน? ลองคำนวณเงินให้เห็นกันชัด ๆ
ซื้อหวยเลข 00 ถึง 99 ถูก 100% แล้วกำไรหรือขาดทุน? ลองคำนวณเงินให้เห็นกันชัด ๆ
ลองนึกภาพว่าเรามีเงินก้อนหนึ่ง แล้วเดินไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล 100 ใบ โดยเลือกให้เลขท้าย 2 ตัวครบตั้งแต่ 00 ถึง 99
แบบนี้มีเลขท้ายทุกตัวอยู่ในมือ
ไม่ว่าในงวดนั้นจะออก 07, 38, 71 หรือ 99 อย่างไรเสีย เราก็ต้องมีสลากที่ตรงกับ เลขท้าย 2 ตัว อยู่ 1 ใบแน่นอน เพราะรางวัลเลขท้าย 2 ตัวมีเพียงหนึ่งหมายเลขจาก 00–99 และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกำหนดเงินรางวัลไว้ที่ 2,000 บาท
ฟังดูเหมือนเป็นวิธีที่ “ไม่มีทางเสีย”
แต่เดี๋ยวก่อน...
ถูกแน่นอน ไม่ได้แปลว่ากำไรแน่นอน
ลองเอาเครื่องคิดเลขมาคำนวณกันจริง ๆ ว่า ถ้าซื้อครบ 100 ใบ เราต้องจ่ายเท่าไร และเงินที่ได้กลับมาจะคุ้มกับที่จ่ายหรือไม่
ซื้อหวย 00–99 ทำไมถึงถูกแน่นอน
เหตุผลไม่ได้ซับซ้อนเลย
เลขท้าย 2 ตัวมีตั้งแต่
00, 01, 02 ... ไปจนถึง 99
รวมทั้งหมด 100 หมายเลข
ดังนั้น ถ้าคุณถือสลาก 100 ใบที่เลขท้ายไม่ซ้ำกันและครอบคลุมครบทั้ง 00–99 ไม่ว่าผลรางวัลเลขท้าย 2 ตัวจะออกเลขอะไร คุณจะมีสลากที่ตรงกับรางวัลอยู่ 1 ใบ
ตรงนี้พูดได้เต็มที่ว่า
“ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวแน่นอน”
แต่คำว่า “แน่นอน” ใช้ได้เฉพาะการ ถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจะถูกรางวัลอื่น และไม่ได้หมายความว่าจะคืนทุน
นี่คือจุดที่หลายคนมักสับสน
แล้วซื้อ 100 ใบ ต้องใช้เงินเท่าไร?
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลฉบับละ 80 บาท
ถ้าซื้อ 100 ใบในราคานี้
80 × 100 = 8,000 บาท
และเรารู้แล้วว่ารางวัลเลขท้าย 2 ตัวที่การันตีว่าจะได้คือ 2,000 บาท
ดังนั้น แม้ยังไม่ต้องคิดรางวัลอื่นเลย
8,000 - 2,000 = 6,000 บาท
แปลว่า หากถูกเพียงเลขท้าย 2 ตัวรางวัลเดียว เราจะ ขาดทุน 6,000 บาท
ลองดูให้เห็นภาพง่าย ๆ
กรณีราคา 90 บาทมีตัวอย่างจริงจากข่าวการซื้อสลากยกปึก 100 ใบ ซึ่งผู้ซื้อระบุว่าจ่าย 9,000 บาท และถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 2,000 บาท
ดังนั้นคำตอบแรกจึงชัดเจนมาก:
ซื้อครบ 00–99 ทำให้ถูกเลขท้าย 2 ตัวแน่นอน แต่ถ้าถูกแค่รางวัลนี้รางวัลเดียว ยังขาดทุนแน่นอน
แต่เดี๋ยวก่อน... ยังมีรางวัลอื่น
ตรงนี้เองที่เรื่องเริ่มน่าสนใจ
สลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ได้มีแค่เลขท้าย 2 ตัว ยังมีรางวัลที่ 1, รางวัลที่ 2, รางวัลที่ 3, รางวัลที่ 4, รางวัลที่ 5 รวมถึงรางวัลเลขหน้า 3 ตัวและเลขท้าย 3 ตัวด้วย
ดังนั้นการซื้อ 100 ใบไม่ได้หมายความว่าจะได้กลับมาเพียง 2,000 บาทเสมอไป
อาจได้รางวัลอื่นเพิ่ม
แต่คำว่า “อาจ” สำคัญมาก
เพราะเราไม่สามารถเอารางวัลเหล่านั้นมานับเป็นเงินที่ “การันตี” ได้
ตัวอย่างเช่น ถ้าซื้อ 100 ใบแล้วเกิดมีหนึ่งใบถูกรางวัลเลขหน้า 3 ตัวเพิ่มอีก 4,000 บาท ก็จะกลายเป็นได้รับอย่างน้อย 6,000 บาทจากตัวอย่างราคาซื้อ 8,000 บาท
แต่ถ้าไม่มีรางวัลอื่น ก็ยังเหลือเพียง 2,000 บาท
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการซื้อครบ 00–99 จึงไม่ใช่สูตร “กำไรแน่นอน”
แล้วถ้ามองด้วยค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์ล่ะ
ตรงนี้เป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุด
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุว่าโครงสร้างรางวัลของสลากหนึ่งชุดมีเงินรางวัลรวม 48 ล้านบาท และรางวัลเลขท้าย 2 ตัวมีมูลค่า 2,000 บาทต่อรางวัล
เมื่อเทียบโครงสร้างรางวัลกับจำนวนสลาก 1,000,000 หมายเลข จะเท่ากับเงินรางวัลตามโครงสร้างเฉลี่ยประมาณ
48 บาทต่อสลาก 1 ใบ
ดังนั้น หากสมมติในเชิงคณิตศาสตร์ว่าถือสลาก 100 ใบ ผลตอบแทนเฉลี่ยตามโครงสร้างรางวัลจะอยู่ที่ประมาณ
48 × 100 = 4,800 บาท
ขณะที่ถ้าซื้อในราคา 80 บาทต่อใบ ต้นทุนคือ 8,000 บาท
จึงได้ภาพประมาณนี้
ต้นทุน 8,000 บาท
ผลตอบแทนคาดหมายตามโครงสร้างรางวัลประมาณ 4,800 บาท
ส่วนต่างประมาณ -3,200 บาท
ตัวเลข 4,800 บาทนี้เป็น ค่าคาดหมายทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่จำนวนเงินที่รับประกันว่าจะได้จริงในงวดใดงวดหนึ่ง
บางงวดอาจได้เงินน้อยกว่านี้มาก
บางงวดอาจได้เงินมากกว่านี้มาก หากมีรางวัลใหญ่
และอาจเกิดกรณีที่เงินรางวัลรวมสูงกว่าต้นทุนได้ หากสลากในมือไปตรงกับรางวัลหลายประเภท
กรณีจริงก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
ประเด็นนี้ไม่ได้มีแค่การคำนวณบนกระดาษ
ในเดือนธันวาคม 2567 มีการเผยแพร่กรณีผู้ซื้อสลากยกปึก 100 ใบ โดยเลือกเลขท้ายครบ 00–99 และซื้อมาในราคา 9,000 บาท
ผลสุดท้ายถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว หมายเลข 38 ได้เงิน 2,000 บาท
เท่ากับว่าในกรณีนั้น
จ่าย 9,000 บาท
ได้เงินรางวัล 2,000 บาท
ขาดทุน 7,000 บาท
ยังไม่รวมต้นทุนหรือผลจากรางวัลอื่น เพราะกรณีดังกล่าวถูกรางวัลตามที่รายงานเพียงเลขท้าย 2 ตัว
ภาพนี้ทำให้เห็นคำตอบของคำถามตั้งต้นได้ชัดมาก
“ถูก 100%” กับ “กำไร” เป็นคนละเรื่องกัน
ถ้าอย่างนั้นซื้อครบ 00–99 มีข้อดีอะไร?
มีข้อดีอยู่ข้อหนึ่งที่ชัดเจนมาก คือ สามารถการันตีการถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวหนึ่งใบ หากเลขท้ายของสลากครบทั้ง 00–99 โดยไม่มีเลขซ้ำ
แต่ข้อดีนี้ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงทางการเงินหายไป
เพราะคุณกำลังใช้เงิน 8,000 บาทเพื่อแลกกับการการันตีรางวัลขั้นต่ำ 2,000 บาท
ส่วนเงินที่จะทำให้คืนทุนหรือกำไรนั้น ต้องมาจาก รางวัลอื่นที่ไม่ได้การันตี
นี่เป็นคนละเรื่องกับการเลือกเลขเพียงไม่กี่ใบ
ซื้อ 100 ใบไม่ได้หมายความว่าจะได้รางวัล 100 เท่า
นี่เป็นอีกความเข้าใจที่ควรแยกออกจากกัน
การซื้อเพิ่มทำให้มีสลากในมือมากขึ้น จึงเพิ่มโอกาสที่จะมีสลากไปตรงกับรางวัลประเภทต่าง ๆ
แต่ไม่ได้หมายความว่าเงินรางวัลจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนเงินที่จ่ายแบบอัตโนมัติ
Postjung เองมีบทความที่อธิบายเรื่องการซื้อสลากจำนวนมากว่า การซื้อเพิ่มช่วยเพิ่มโอกาสถูกรางวัล แต่ไม่ได้แปลว่าคุ้มทุนหรือถูกรางวัลที่ 1 แน่นอน
พูดง่าย ๆ คือ
ซื้อ 1 ใบ = มีโอกาส
ซื้อ 100 ใบ = มีโอกาสมากขึ้น
แต่
ซื้อ 100 ใบ ≠ กำไรแน่นอน
ถ้าซื้อ 100 ใบในราคา 80 บาท ต้องถูกรางวัลเพิ่มเท่าไรถึงจะคืนทุน
เริ่มต้นเราจ่าย 8,000 บาท
มีเงินรางวัลเลขท้าย 2 ตัวที่การันตี 2,000 บาท
ดังนั้นยังขาดอีก
6,000 บาท
ถ้ามีรางวัลอื่นรวมกันตั้งแต่ 6,000 บาทขึ้นไป จึงจะถึงจุดคุ้มทุนก่อนพิจารณาอากรแสตมป์
ถ้าได้เงินรางวัลรวมมากกว่า 8,000 บาท จึงจะเริ่มมีเงินเหลือเหนือเงินต้น
แต่ถ้าได้รางวัลรวมต่ำกว่า 8,000 บาท ก็ยังขาดทุน
นี่จึงเป็นวิธีคิดที่ง่ายกว่าการถามว่า “ซื้อครบทุกเลขดีไหม”
ให้ถามว่า
“เงินรางวัลทั้งหมดที่ได้กลับมา มากกว่าเงินที่จ่ายไปหรือไม่”
แล้วคำว่า “ซื้อครบ 00–99 ถูก 100%” ผิดไหม
ไม่ผิด แต่ต้องพูดให้ครบ
ประโยคที่ถูกต้องคือ
“ถ้าซื้อสลาก 100 ใบที่เลขท้ายครบ 00–99 จะการันตีว่ามีสลากถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 1 ใบ”
แต่ถ้าพูดว่า
“ซื้อครบ 00–99 ยังไงก็กำไร”
อันนี้ ไม่จริง
เพราะรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 2,000 บาทต่ำกว่าต้นทุนซื้อ 100 ใบที่ราคา 80 บาทถึง 6,000 บาท และรางวัลอื่นไม่ได้เกิดขึ้นแบบการันตี
สรุปแบบไม่ต้องเดา
ลองจำตัวเลขเพียง 3 ตัวนี้
100 ใบ → 8,000 บาท → การันตีรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 2,000 บาท
ดังนั้น
ซื้อครบ 00–99 = ถูกแน่นอน 1 ใบ
แต่
ถูกแน่นอน 1 ใบ ≠ คืนทุน
และ
คืนทุน ≠ กำไร
หากมองจากโครงสร้างเงินรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาล เงินรางวัลรวมถูกกำหนดไว้ต่ำกว่ายอดจำหน่ายรวม โดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุโครงสร้างเงินรางวัลตามระบบของสลาก ขณะที่ข้อมูลจาก KBank ก็อธิบายว่าการซื้อหวยไม่ใช่การลงทุนที่มีผลตอบแทนคาดหวังเป็นบวก
ดังนั้น ถ้าใครเคยคิดว่า
“ถ้าเรามีเงินพอ ซื้อ 00–99 ให้ครบ อย่างน้อยก็ต้องไม่ขาดทุน เพราะถูกแน่นอน”
คณิตศาสตร์ตอบกลับมาว่า...
ไม่ใช่ครับ
สิ่งที่การซื้อครบ 00–99 การันตี คือ “การมีสลากถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว”
ไม่ได้การันตีว่า “เงินที่ได้จะมากกว่าเงินที่จ่าย”
และนี่แหละคือความต่างระหว่างคำว่า “ถูกหวย” กับคำว่า “ได้กำไร”
หมายเหตุ: การคำนวณ Expected Value เป็นการคำนวณเชิงทฤษฎีจากโครงสร้างรางวัล ไม่ใช่การพยากรณ์ว่าผู้ซื้อ 100 ใบจะได้เงิน 4,800 บาทจริงในงวดใดงวดหนึ่ง
บทความนี้ชี้ให้เห็นชัดว่า การมีสลากเลขท้ายครบ 00–99 แม้จะทำให้มีหนึ่งใบตรงกับรางวัลเลขท้าย 2 ตัวแน่นอน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะคืนทุนหรือมีกำไร เมื่อถึงเวลาออกรางวัล ผู้ถือสลากสามารถ ตรวจหวย เพื่อเช็กผลของสลากทั้งหมดอีกครั้งว่ามีรางวัลประเภทอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ ก่อนสรุปว่าผลตอบแทนจริงมากหรือน้อยกว่าต้นทุนที่จ่ายไป
ไทยอยู่อันดับ 2 ของเอเชีย! เปิดเบื้องหลังชุมชนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่คนไทยอาจไม่เคยรู้
7 อำเภอธรรมชาติสวยที่สุดในไทย ป่าเขา ทะเล และสายหมอก สวยจนเหมือนอยู่ต่างประเทศ
เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญ
AI วิเคราะห์สถิติ 16 สิงหาคม 69 เปิด 2 ตัวซ้ำบ่อยสุด ย้อนหลัง 36 ปี
3 หมู่บ้านริมทะเลสาบที่เหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย
เหรียญสะสม10บาท พ.ศ.2533 หายาก เปิดประมูลที่ 3 แสน
รู้จัก “น้ำมะตูม” เครื่องดื่มหอมหวานจากผลไม้พื้นบ้าน
"ลิซ่า" ขอโทษ BLINKS หลังเกิดกระแสดราม่า วันครบรอบ 10 ปีของ BLACKPINK
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
สนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลย
การบ่นเรื่องเจ้านายช่วยให้เพื่อนร่วมงานสนิทกันเร็วขึ้น
เจาะเลขเด็ดใบดัง: มัดรวมสูตรคำนวณสำนักใหญ่ งวด 16 ส.ค.
ไทยอยู่อันดับ 2 ของเอเชีย! เปิดเบื้องหลังชุมชนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่คนไทยอาจไม่เคยรู้
10 เพลงแดนซ์ยุค 90 แค่ดนตรีขึ้นก็จำได้ทันที
รู้จัก “น้ำมะตูม” เครื่องดื่มหอมหวานจากผลไม้พื้นบ้าน
ฟาร์มส่งกลิ่นเหม็นและแมลงวันจัดการได้ตามกฎหมายสาธารณสุข
ผักที่ควรกินเป็นประจำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งและได้สารอาหารหลากหลาย
เคล็ดลับสร้างนิสัยการออมในครอบครัวให้ทำได้จริงและไม่ล้มเหลวกลางทาง






