หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิด 5 กลุ่มธุรกิจที่บริษัทและนักลงทุนอินเดียเข้ามาทำในไทย ตั้งแต่เหล็ก ยานยนต์ IT เภสัชกรรม ถึง Data Center

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

เปิด 5 กลุ่มธุรกิจที่นักลงทุนอินเดียเข้ามาลงทุนในไทย มีอะไรบ้าง?

ถ้าพูดถึง “ธุรกิจอินเดียในประเทศไทย” หลายคนอาจนึกถึงร้านอาหารอินเดีย ร้านขายสินค้า หรือธุรกิจการค้าเป็นอย่างแรก

แต่ถ้ามองลึกเข้าไปในระดับบริษัทและการลงทุน ภาพกลับกว้างกว่านั้นมาก

บริษัทจากอินเดียเข้ามาทำธุรกิจในไทยตั้งแต่อุตสาหกรรมเหล็ก ยานยนต์ ไอที เภสัชกรรม ไปจนถึงธุรกิจดิจิทัลและ Data Center

ที่น่าสนใจคือ ช่วงหลังธุรกิจเทคโนโลยีกลายเป็นอีกพื้นที่ที่เห็นการลงทุนจากอินเดียอย่างชัดเจน

บทความนี้จึงพาไปดู 5 กลุ่มธุรกิจเด่นที่มีบริษัทอินเดียเข้ามาดำเนินธุรกิจหรือลงทุนในประเทศไทย โดยไม่ได้หมายความว่าเป็นอันดับ 1–5 ตามมูลค่าเงินลงทุน

1. เหล็ก โลหะ และวัสดุอุตสาหกรรม

หนึ่งในธุรกิจที่มีร่องรอยการลงทุนจากอินเดียในไทยมานาน คือ อุตสาหกรรมเหล็กและวัสดุอุตสาหกรรม

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Tata Steel Thailand รวมถึง Usha Siam Steel Industries ซึ่งอยู่ในรายชื่อบริษัทอินเดียที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

ธุรกิจกลุ่มนี้มีความสำคัญเพราะไม่ได้เป็นเพียงการนำสินค้าเข้ามาขาย แต่เกี่ยวข้องกับฐานการผลิตและ Supply Chain ของภาคอุตสาหกรรมไทย

พูดง่าย ๆ คือ เมื่อไทยมีฐานการผลิตรถยนต์ เครื่องจักร และสินค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ความต้องการเหล็กและวัสดุจึงตามมา

2. ยานยนต์และชิ้นส่วน

อีกกลุ่มที่เห็นชื่อบริษัทอินเดียอยู่ในตลาดไทยคือ ยานยนต์และชิ้นส่วน

ข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศอินเดียระบุบริษัทอย่าง Tata, Bajaj Auto, Apollo Tyres และ NRB Bearing อยู่ในกลุ่มบริษัทอินเดียที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

สิ่งที่น่าสนใจคือ ธุรกิจกลุ่มนี้ไม่ได้มีเพียงการขายรถยนต์ แต่ครอบคลุมตั้งแต่ยางรถยนต์ ลูกปืน ไปจนถึงชิ้นส่วนและระบบสนับสนุนการผลิต

ประเทศไทยเองมีฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่และมี Supply Chain ของผู้ผลิตชิ้นส่วนอยู่แล้ว จึงเป็นตลาดที่บริษัทจากต่างประเทศสามารถเข้ามาเชื่อมต่อกับระบบการผลิตเดิมได้

3. IT ดิจิทัล และ Data Center

นี่อาจเป็นกลุ่มที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของการลงทุนอินเดียในไทยได้ชัดที่สุด

ในรายชื่อบริษัทอินเดียที่ทำธุรกิจในไทยมีทั้ง Tata Consultancy Services, Tech Mahindra และ Coforge ซึ่งอยู่ในสายเทคโนโลยีและบริการไอที

แต่สิ่งที่น่าจับตากว่าคือ Data Center

BOI ระบุว่า CtrlS Datacenters ผู้ให้บริการ Data Center จากอินเดีย ลงทุนโครงการ Data Center ในเขต EECd จังหวัดชลบุรี มูลค่า 5,044 ล้านบาท

โครงการดังกล่าวเป็น Data Center ระดับ Tier 4 และออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูง

นี่เป็นสัญญาณสำคัญ เพราะแปลว่าบริษัทอินเดียไม่ได้มองไทยเพียงตลาดผู้บริโภค แต่ยังมองไทยเป็นพื้นที่สำหรับสร้าง โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ด้วย

ทำไม Data Center ถึงน่าสนใจ?

เพราะการลงทุนใน Data Center มีความแตกต่างจากธุรกิจบริการทั่วไป

ต้องใช้เงินลงทุนสูง ต้องมีไฟฟ้า ระบบเครือข่าย พื้นที่ และโครงสร้างพื้นฐานที่มีเสถียรภาพ

ดังนั้นการที่ BOI ระบุโครงการ CtrlS Datacenters มูลค่า 5,044 ล้านบาท จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดว่าการลงทุนจากอินเดียกำลังขยับเข้าสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

4. เภสัชกรรมและสุขภาพ

อีกกลุ่มที่มีชื่อบริษัทอินเดียอยู่ในประเทศไทยคือ อุตสาหกรรมยาและเภสัชกรรม

ตัวอย่างที่ปรากฏในข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ได้แก่ Ranbaxy และ Lupin

อินเดียเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมยาขนาดใหญ่ โดยเฉพาะด้านยาสามัญและการผลิตยาเพื่อส่งออก

เมื่อเข้ามาสู่ตลาดไทย ธุรกิจจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำสินค้ามาขาย แต่สามารถเชื่อมโยงกับตลาดสุขภาพ โรงพยาบาล ผู้จัดจำหน่าย และระบบ Supply Chain ด้านการแพทย์ได้

5. เคมีภัณฑ์ สิ่งทอ และการผลิต

กลุ่มสุดท้ายคือธุรกิจการผลิตที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่ เคมีภัณฑ์ พลาสติก ฟิล์ม สิ่งทอ ไปจนถึงวัสดุอุตสาหกรรม

ตัวอย่างบริษัทอินเดียที่มีธุรกิจในไทย ได้แก่ Aditya Birla Group, Polyplex และ SRF Industries Thailand

กลุ่มนี้มีความสำคัญเพราะผลิตภัณฑ์จำนวนมากไม่ได้ขายตรงถึงผู้บริโภค แต่ทำหน้าที่เป็นวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนให้กับธุรกิจอื่น

เช่น บรรจุภัณฑ์ ฟิล์ม วัสดุสังเคราะห์ และผลิตภัณฑ์เคมีที่สามารถถูกนำไปใช้ต่อในอุตสาหกรรมอาหาร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือสินค้าอุปโภคบริโภค

แล้วทำไมบริษัทอินเดียจึงสนใจประเทศไทย?

คำตอบไม่ได้มีเพียงเรื่อง “ตลาดไทย”

ประเทศไทยมีฐานการผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และเชื่อมโยงกับ Supply Chain ของอาเซียน ทำให้บริษัทต่างชาติสามารถใช้ไทยเป็นฐานผลิตและเชื่อมต่อกับตลาดภูมิภาคได้

ขณะเดียวกัน นโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทยก็ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เช่น ดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์สมัยใหม่ การแพทย์ พลังงานสะอาด และระบบอัตโนมัติ

ข้อมูล BOI ระบุว่าในปี 2024 กลุ่มดิจิทัลเป็นภาคที่มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงที่สุด โดยมี Data Center และ Cloud Services เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

จึงไม่น่าแปลกที่บริษัทอินเดียอย่าง CtrlS จะเข้ามาอยู่ในภาพนี้ด้วย

สรุป 5 กลุ่มธุรกิจอินเดียในไทย

กลุ่มธุรกิจตัวอย่างบริษัทที่พบในข้อมูล
เหล็ก โลหะ และวัสดุอุตสาหกรรม Tata Steel, Usha Siam Steel
ยานยนต์และชิ้นส่วน Tata, Bajaj Auto, Apollo Tyres, NRB Bearing
IT ดิจิทัล และ Data Center TCS, Tech Mahindra, Coforge, CtrlS
เภสัชกรรมและสุขภาพ Ranbaxy, Lupin
เคมีภัณฑ์ สิ่งทอ และการผลิต Aditya Birla, Polyplex, SRF

สรุป

ถ้ามองจากข้อมูลของหน่วยงานไทยและอินเดีย จะเห็นว่าการเข้ามาของธุรกิจอินเดียในประเทศไทยมีความหลากหลายกว่าภาพจำเดิมมาก

ตั้งแต่ เหล็กและวัสดุอุตสาหกรรม → ยานยนต์ → IT → เภสัชกรรม → เคมีภัณฑ์และการผลิต

และจุดที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงหลังคือ ธุรกิจดิจิทัลและ Data Center

กรณี CtrlS Datacenters ที่ลงทุน Data Center ในชลบุรีมูลค่า 5,044 ล้านบาท เป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่าเงินลงทุนจากอินเดียกำลังเข้าไปอยู่ในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ของไทยด้วย

ดังนั้น หากถามว่า “นักลงทุนอินเดียเข้ามาทำธุรกิจอะไรในไทย?”

คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ได้มีแค่การค้าและบริการ แต่มีตั้งแต่อุตสาหกรรมหนัก ยานยนต์ สุขภาพ ไปจนถึงเทคโนโลยีดิจิทัลระดับโครงสร้างพื้นฐาน

หมายเหตุ: 5 กลุ่มข้างต้นเป็นการจัดกลุ่มจากบริษัทและโครงการที่มีหลักฐานปรากฏในแหล่งข้อมูลทางการ ไม่ใช่การจัดอันดับตามมูลค่าเงินลงทุนรายอุตสาหกรรม เนื่องจากข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ไม่ได้จัดอันดับ 5 กลุ่มนี้ในรูปแบบเดียวกัน

1. กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย (Ministry of External Affairs, Government of India)
ข้อมูลความสัมพันธ์อินเดีย–ไทย และรายชื่อบริษัทอินเดียที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เช่น Tata, Aditya Birla, Tech Mahindra, Bajaj Auto, Ranbaxy, Lupin, Apollo Tyres และอื่น ๆ

2. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
ข้อมูลโครงการ CtrlS Datacenters ในจังหวัดชลบุรี มูลค่า 5,044 ล้านบาท

3. BOI — Investment Promotion 2024
ข้อมูลแนวโน้มการลงทุนในไทยปี 2024 โดย Digital Sector ซึ่งรวม Data Center และ Cloud Services ขึ้นเป็นภาคที่มีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมสูงสุด และมี CtrlS จากอินเดียเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญ

4. BOI — Investment Opportunities
ข้อมูลกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไทยเปิดรับการลงทุน เช่น Digital, Automotive, E&E, Healthcare, Bioeconomy, Data Center และ Cloud Services
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรนิยายชายหญิงถูกกลบจริงหรือ เปิดความจริงยุค BL–GL มาแรง ตลาดนักอ่านไทยกำลังเปลี่ยนไปย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้างAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 ลงทะเบียนวันไหน ? รัฐช่วยสูงสุด 3,500 บาท เช็กสิทธิที่นี่เปิดคลังตัวเลขและเหตุการณ์สำคัญ งวดวันที่ 16 กันยายน 2569ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก5 จังหวัดที่มีสัดส่วนเตียงผู้ป่วยต่อประชากรน้อยที่สุดพม. CARE เปิดสิทธิช่วยคนเดือดร้อน! สูงสุด 3,000 บาท เช็ก 6 กลุ่ม ใครยื่นได้บ้าง?สวดมนต์ก่อนนอนดีจริง หรือแค่ความเชื่อ? เปิดบทไหว้พระ–ศีล 5–แผ่เมตตาเจาะคัมภีร์ดวงดาว "แนวทางเลขเด่นประจำงวด 1/9/2569"! ถอดรหัสค่ายกลทองคำ 351974 ฟันราชาเลข 3 ชูชุดเด็ด 394 - 319 - 39 - 37เลขเด็ด อ.น๊อตตี้ งวด 16 ก.ย. 69
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 จังหวัดที่มีสัดส่วนเตียงผู้ป่วยต่อประชากรน้อยที่สุด😃 ชวนลองเข้ามาดูคนที่โชคดีราวกับถูกธรรมชาติมอบของขวัญที่ยิ่งใหญ่สุด ๆ ให้ 😁เปิด 5 วิชาที่นักเรียนไทยไม่อยากเรียนที่สุด อันดับ 1 คะแนนโหวตทิ้งห่าง!ทำไมคนสูบบุหรี่จึงมักมีปัญหาช่องปากมากกว่าที่เห็นในกระจกกรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนัก 11-13 ก.ย. 69 กทม.ปริมณฑล-ภาคใต้เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน เช็กจังหวัดและวิธีรับมือ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิด 40 อาชีพที่กฎหมายกำหนดสำหรับคนต่างด้าวในไทย แยกชัด 27 งานห้ามเด็ดขาด และอีก 13 งานที่ทำได้ภายใต้เงื่อนไขศิลปะแห่งการปล่อยวางจังหวัดที่มีจำนวนสุนัขและแมวจดทะเบียนหนาแน่นที่สุดในประเทศไทยเปิดตัวเลข "อัตราส่วนการอ่านหนังสือและเข้าถึงบริการดิจิทัล" รายจังหวัด
ตั้งกระทู้ใหม่