หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นิยายชายหญิงถูกกลบจริงหรือ เปิดความจริงยุค BL–GL มาแรง ตลาดนักอ่านไทยกำลังเปลี่ยนไป

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของวงการนิยายไทย แล้วทำให้นึกย้อนกลับไปถึงบรรยากาศการอ่านหนังสือในสมัยก่อน

สำหรับคนที่เติบโตมากับร้านหนังสือในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังไม่ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ภาพของชั้นหนังสือในเวลานั้นแตกต่างจากวันนี้อยู่ไม่น้อย หากเดินเข้าไปในร้านหนังสือขนาดใหญ่ เรามักเห็นนิยายรักชายหญิงเรียงรายอยู่บนชั้นอย่างเด่นชัด พระเอก นางเอก ความรัก การแต่งงาน ความเข้าใจผิด การพลัดพราก การกลับมาพบกันใหม่ หรือเรื่องราวของคนสองคนที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อครองรักกัน

นิยายประเภทนี้เคยเป็นภาพจำของคำว่า “นิยายรัก” สำหรับนักอ่านจำนวนมาก

บางคนเดินเข้าร้านหนังสือโดยไม่ได้คิดว่าจะซื้อเรื่องอะไร แต่เพียงเห็นปก เห็นชื่อเรื่อง หรือเห็นชื่อของนักเขียนที่คุ้นเคย ก็หยิบขึ้นมาเปิดอ่านแล้วตัดสินใจซื้อกลับบ้าน

ยุคนั้นหนังสือเล่มเป็นช่องทางสำคัญในการพบปะระหว่างนักเขียนกับนักอ่าน

แต่วันนี้ ถ้าเดินเข้าไปในร้านหนังสือ โดยเฉพาะร้านหนังสือในงานมหกรรมขนาดใหญ่ ภาพที่เห็นอาจทำให้คนอ่านรุ่นก่อนต้องหยุดมองอยู่พักหนึ่ง

นิยาย BL หรือ Boy Love มีพื้นที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันนิยาย GL หรือ Girl Love ซึ่งในอดีตอาจเป็นตลาดที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม ก็เริ่มมีพื้นที่ของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ

หนังสือบางเรื่องไม่ได้ขายเพียงเรื่องราวในเล่มเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับซีรีส์ นักแสดง คู่จิ้น แฟนคลับ งานอีเวนต์ ของสะสม และกิจกรรมต่างๆ จนกลายเป็นระบบนิเวศทางธุรกิจที่ใหญ่กว่าการขายหนังสือเพียงอย่างเดียว

คำถามจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า

 

นิยายชายหญิงกำลังถูกนิยายวายและหญิงรักหญิงกลบจนหมดพื้นที่หรือไม่?

หรือแท้จริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่านิยายชายหญิงหมดความนิยม แต่เป็นเพราะ “โลกของนักอ่าน” ในปัจจุบันมีขนาดใหญ่และแตกออกเป็นกลุ่มย่อยมากกว่าเดิม

ผู้เขียนเห็นว่าคำตอบอยู่ตรงกลางระหว่างสองเรื่องนี้

เพราะถ้ามองเฉพาะภาพบนชั้นหนังสือ เราอาจรู้สึกว่านิยายชายหญิงถูกลดพื้นที่ลงจริง

แต่ถ้ามองตลาดนิยายทั้งหมด ทั้งหนังสือเล่ม อีบุ๊ก และนิยายออนไลน์ ภาพจะซับซ้อนกว่านั้นมาก

ข้อมูลของสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย หรือ PUBAT แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมหนังสือไทยยังมีการติดตามทั้งตลาดหนังสือ พฤติกรรมการอ่าน และพฤติกรรมการซื้อหนังสืออย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลที่เผยแพร่ในปี 2568 มีทั้งผลการศึกษาสถานการณ์ธุรกิจหนังสือและพฤติกรรมการบริโภคหนังสือของคนไทยในช่วงปี 2566–2567 รวมถึงข้อมูลจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติและมหกรรมหนังสือระดับชาติ

สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการถามว่า “นิยายแนวไหนชนะ” ก็คือ นิยายยังคงเป็นหมวดที่มีความสำคัญอย่างมากในตลาดหนังสือ

รายงานข่าว Thai PBS เกี่ยวกับงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30 ในปี 2568 ระบุว่า งานดังกล่าวมีผู้เข้าชมมากกว่า 1.5 ล้านคน และสร้างเม็ดเงินสะพัดรวมกว่า 474 ล้านบาท โดย “นิยาย” ขึ้นเป็นหนังสือยอดนิยมแซงหน้าการ์ตูน และ Gen Z เป็นกลุ่มสำคัญที่ขับเคลื่อนงานหนังสือในครั้งนั้น

ตัวเลขนี้มีความหมายมาก

เพราะมันบอกเราว่า แม้โลกจะเปลี่ยนจากการอ่านหนังสือเล่มไปสู่การอ่านผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น แต่ “นิยาย” ยังไม่ได้หายไปจากความสนใจของคนรุ่นใหม่

ตรงกันข้าม นิยายยังสามารถดึงคนจำนวนมหาศาลให้เดินทางไปยังงานหนังสือได้

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือชนิดของนิยายที่นักอ่านเลือก

ในอดีต ตลาดนิยายอาจถูกมองเป็นก้อนใหญ่ๆ ไม่กี่ก้อน นิยายรักชายหญิงมีบทบาทสูงมาก นิยายแฟนตาซีและนิยายประเภทอื่นมีตลาดของตัวเอง แต่ยังไม่ได้แตกแขนงละเอียดเท่าปัจจุบัน

วันนี้กลับไม่ใช่เช่นนั้น

นักอ่านหนึ่งคนอาจอ่านนิยายจีนโบราณ อีกคนอ่าน BL อีกคนอ่าน GL อีกคนอ่านแฟนตาซี อีกคนอ่านนิยายรักชายหญิง และอีกคนอาจอ่านหลายแนวพร้อมกัน

นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของตลาดนิยายยุคใหม่

นักอ่านไม่ได้หายไป แต่รสนิยมของนักอ่านกำลังแยกย่อยมากขึ้น

ข้อมูลจาก Dek-D ซึ่งเผยแพร่สถิติปี 2025 ระบุว่า ในบรรดาหมวดนิยายยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ จีนโบราณ รักแฟนตาซี รักโรแมนติก BL และแฟนตาซี โดย Dek-D ระบุด้วยว่าปีนั้นเป็นปีที่แฟนตาซีและวายมีนักอ่านเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างโดดเด่น

ลองสังเกตให้ดี

ในรายชื่อดังกล่าวมีทั้ง BL และ “รักโรแมนติก”

นั่นหมายความว่า ต่อให้ BL เติบโตขึ้น ก็ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ของนิยายรักชายหญิงหายไปทั้งหมด

สิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่าคือ ตลาดกำลังมีหลายขั้ว

มีทั้งคนอ่าน BL

มีทั้งคนอ่าน GL

มีทั้งคนอ่านชายหญิง

มีทั้งคนอ่านจีนโบราณ

มีทั้งคนอ่านแฟนตาซี

และยังมีคนอ่านแนวอื่นๆ อีกจำนวนมาก

ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของตลาดนิยายไทยในปัจจุบันจึงไม่ควรมองง่ายๆ ว่า “วายเข้ามาแทนที่ชายหญิง”

เพราะคำว่า “แทนที่” อาจทำให้เราเข้าใจตลาดผิดไป

ความจริงอาจเป็นว่า จากเดิมที่ตลาดนิยายเคยมีแนวหลักไม่กี่แนว วันนี้กลับมีตลาดเฉพาะกลุ่มเพิ่มขึ้นมากมาย

เหมือนตลาดอาหารที่เมื่อก่อนมีร้านอาหารไม่กี่ประเภท แต่วันนี้ในพื้นที่เดียวกันมีทั้งอาหารไทย ญี่ปุ่น เกาหลี จีน อิตาเลียน คาเฟ่ อาหารสุขภาพ และอาหารเฉพาะทาง

การที่ร้านหนึ่งได้รับความนิยมมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าร้านอื่นปิดกิจการทั้งหมด

ตลาดนิยายก็มีลักษณะใกล้เคียงกัน

จุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้อยู่ที่ BL อย่างเดียว แต่อยู่ที่ “วิธีอ่าน”

เรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนคิดว่าน่าสนใจมาก คือ เราไม่ควรเปรียบเทียบตลาดหนังสือในร้านกับตลาดนิยายออนไลน์โดยตรงแล้วสรุปว่าอะไรขายดีกว่ากัน

เพราะในอดีต ร้านหนังสือคือพื้นที่สำคัญในการค้นพบนิยาย

แต่ปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือกลายเป็นชั้นหนังสือที่อยู่ในมือของคนอ่านตลอดเวลา

นักอ่านไม่จำเป็นต้องเดินเข้าร้านเพื่อค้นหานิยายอีกแล้ว

เพียงเปิดแอปก็สามารถค้นหานิยายตามคำสำคัญ ตามหมวด ตามนักเขียน ตามความนิยม หรือแม้กระทั่งตามลักษณะตัวละครที่ตัวเองชอบได้

ตรงนี้เองที่ทำให้ตลาดนิยายออนไลน์สามารถรองรับนิยายจำนวนมหาศาลได้มากกว่าชั้นหนังสือจริง

ข้อมูลจาก Meb ระบุว่า ปัจจุบันแพลตฟอร์ม meb มีอีบุ๊กให้เลือกมากกว่า 100,000 เล่ม ขณะที่ readAwrite เป็นแพลตฟอร์มสำหรับนักเขียนและนักอ่านที่มีทั้งนิยายรายตอน นิยายแชต และการ์ตูน นอกจากนี้ข้อมูลของบริษัทในปี 2569 ระบุว่ามีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนมากกว่า 15 ล้านราย และรายได้รวมปี 2568 มากกว่า 2,100 ล้านบาท

ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ข้อสันนิษฐานว่า “คนเลิกอ่านนิยายออนไลน์กันหมดแล้ว” เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก

เพราะหลักฐานที่มีอยู่ไม่ได้แสดงภาพเช่นนั้น

ตรงกันข้าม ธุรกิจหนังสือดิจิทัลและแพลตฟอร์มนิยายออนไลน์ยังมีขนาดใหญ่มาก

Meb ยังดำเนินธุรกิจทั้งในส่วนของอีบุ๊กและ readAwrite ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอ่านเขียนนิยายออนไลน์ และบริษัทระบุว่าแอป Meb ครองอันดับหนึ่งด้านยอดใช้จ่ายในหมวดหนังสือบน App Store และ Google Play Store ในประเทศไทยติดต่อกัน 8 ปี โดยอ้างอิงข้อมูลจาก data.ai

เพราะฉะนั้น หากมีใครพูดว่า “นักอ่านยุคนี้เลิกอ่าน Dek-D, readAwrite หรือ Meb ไปหมดแล้ว” ผู้เขียนคิดว่าควรฟังด้วยความระมัดระวัง

อาจมีนักอ่านบางส่วนเปลี่ยนแพลตฟอร์ม

อาจมีบางคนกลับมาอ่านหนังสือเล่ม

อาจมีบางคนใช้หลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน

หรืออาจมีบางคนหยุดอ่านนิยายไปเลย

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้

แต่เราไม่ควรนำประสบการณ์ของคนกลุ่มหนึ่งไปแทนภาพของตลาดทั้งหมด หากยังไม่มีข้อมูลสถิติที่ยืนยัน

และนี่เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคนที่สนใจวงการนิยาย

เพราะถ้าตัดสินตลาดผิด นักเขียนก็อาจเลือกแนวผิดเพราะคิดว่าตลาดหนึ่ง “ตายแล้ว” ทั้งที่ความจริงยังมีนักอ่านอยู่จำนวนมาก

แล้วนิยายวายโตขึ้นมากแค่ไหน?

ประเด็นนี้ต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า BL ไม่ใช่กระแสเล็กๆ อีกต่อไป

Marketeer รายงานโดยอ้างข้อมูลจากสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยว่า ในปี 2567 นิยายวายมีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท จากมูลค่าหนังสือนิยายทั้งหมดประมาณ 8,000 ล้านบาท และนิยายสายวายมีสัดส่วนยอดขาย 21% ของยอดขายหนังสือทั้งหมดในงานสัปดาห์หนังสือปี 2568 ตามข้อมูลที่รายงานไว้

นี่เป็นตัวเลขที่ไม่ควรมองข้าม

เพราะมันแสดงให้เห็นว่า BL ได้กลายเป็นตลาดที่มีน้ำหนักในอุตสาหกรรมหนังสือไทยแล้ว

แต่คำว่า “เติบโต” ก็ไม่ได้เท่ากับ “แนวอื่นตาย”

นี่คือจุดที่เราต้องแยกให้ออก

ตลาดนิยายไม่ใช่เค้กก้อนเดิมที่มีขนาดเท่าเดิม แล้ว BL เข้ามาตัดเอาชิ้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเหลือพื้นที่ให้นิยายชายหญิงน้อยลงเสมอไป

ตลาดสามารถขยายได้

มีนักอ่านหน้าใหม่เข้ามาได้

มีคนกลับมาอ่านหนังสือได้

มีคนซื้อทั้ง BL และชายหญิงได้

และคนคนเดียวกันสามารถอ่านหลายแนวได้

ดังนั้นการเติบโตของ BL จึงอาจหมายถึงการสร้างตลาดใหม่ขึ้นมา ไม่ได้หมายความว่าเอานักอ่านทั้งหมดมาจากนิยายชายหญิง

ยิ่งเมื่อมองไปที่ GL ก็ยิ่งเห็นภาพของตลาดที่กำลังแตกแขนง

จากเดิมที่เรื่องราวความรักระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงอาจมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ปัจจุบันกลับเริ่มมีทั้งนิยาย หนังสือ ซีรีส์ และคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น

กระแสของ GL ยังเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมบันเทิงและ Y-Economy ทำให้เรื่องราวไม่ได้จบอยู่ที่หนังสือ แต่สามารถต่อยอดไปสู่ซีรีส์ นักแสดง แฟนคลับ งานพบปะ และสินค้าต่างๆ ได้

ตรงนี้เองที่ทำให้รูปแบบการแข่งขันในตลาดนิยายเปลี่ยนไป

นักเขียนในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะว่า “ใครเขียนนิยายรักได้ดีกว่า”

แต่ต้องแข่งขันกันเรื่องพล็อต ตัวละคร การสร้างฐานแฟน ความต่อเนื่องของผลงาน การสื่อสารกับนักอ่าน และความสามารถในการทำให้เรื่องหนึ่งกลายเป็นสิ่งที่นักอ่านอยากติดตามต่อ

แล้วนิยายชายหญิงจะกลับมาได้หรือไม่?

คำถามนี้น่าสนใจกว่าคำถามว่า “นิยายชายหญิงตายหรือยัง”

เพราะถ้ามองจากข้อมูลปัจจุบัน คำตอบชัดเจนว่าไม่ได้ตาย

ในระบบนิยายของ Dek-D เอง หมวด “รักโรแมนติก” ยังคงอยู่ในกลุ่มหมวดนิยม ขณะที่หน้าอีบุ๊กของ Dek-D ก็ยังมีหมวดจีนโบราณ รักโรแมนติก Boy Love / Girl Love แฟนตาซี บู๊มันส์สะใจ ทริลเลอร์ และรักแฟนตาซีอยู่ร่วมกัน

นี่สะท้อนสิ่งหนึ่งอย่างชัดเจน

ตลาดไม่ได้กำลังบอกว่า “คนไม่อ่านชายหญิงแล้ว”

ตลาดกำลังบอกว่า “คนอ่านมีทางเลือกมากขึ้น”

และเมื่อทางเลือกมากขึ้น นักเขียนก็ต้องทำงานหนักขึ้น

นิยายชายหญิงที่มีเพียงพล็อตรักแบบเดิมๆ อาจต้องเผชิญการแข่งขันมากขึ้น เพราะนักอ่านสามารถหานิยายรูปแบบอื่นมาอ่านได้อย่างง่ายดาย

แต่ถ้านิยายชายหญิงมีจุดขายที่ชัดเจน มีตัวละครที่คนอ่านรัก มีปมที่ชวนติดตาม หรือสามารถผสมกับแนวอื่นได้ ก็ยังสามารถสร้างฐานนักอ่านได้

เช่น นิยายรักชายหญิงที่ผสมจีนโบราณ

นิยายรักชายหญิงที่ผสมแฟนตาซี

นิยายรักชายหญิงแนวทะลุมิติ

นิยายรักชายหญิงแนวครอบครัว

นิยายรักชายหญิงแนวสืบสวน

นิยายรักชายหญิงที่เน้นชีวิตประจำวัน

หรือนิยายที่ไม่ได้เน้นความรักเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ความสัมพันธ์ของตัวละครเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ใหญ่กว่า

สิ่งเหล่านี้ยังมีพื้นที่

และบางครั้งอาจเป็นพื้นที่ที่กว้างกว่าที่เรามองเห็นจากชั้นหนังสือด้วยซ้ำ

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ นักอ่านยุคนี้ไม่ได้เลือกเพียง “เพศของคู่รัก” แต่เลือกโลกของเรื่อง

ผู้เขียนคิดว่าประเด็นนี้เป็นหัวใจสำคัญของวงการนิยายยุคใหม่

นักอ่านไม่ได้ตัดสินใจเพียงว่า “วันนี้จะอ่านชายหญิงหรือวาย”

แต่หลายครั้งพวกเขาตัดสินใจจากคำถามว่า

เรื่องนี้มีอะไรให้ฉันติดตาม?

ตัวละครน่าสนใจหรือไม่?

พล็อตแปลกใหม่หรือไม่?

อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร?

โลกในเรื่องน่าเข้าไปอยู่หรือไม่?

และที่สำคัญคือ นักเขียนสามารถทำให้ผู้อ่านรู้สึกผูกพันกับตัวละครได้หรือไม่

เพราะฉะนั้น นิยายชายหญิงที่เขียนดี ก็ยังสามารถเอาชนะกระแสได้

BL ที่เขียนไม่ดี ต่อให้เป็นแนวที่กำลังได้รับความนิยม ก็ไม่ได้หมายความว่าจะขายได้ทุกเรื่อง

GL ก็เช่นเดียวกัน

นี่คือเหตุผลที่ผู้เขียนไม่เห็นด้วยกับการมองตลาดแบบ “แนวนี้มา แนวนั้นตก”

ตลาดนิยายไม่ได้ทำงานง่ายขนาดนั้น

ร้านหนังสือเปลี่ยนไป แต่ไม่ได้หมายความว่านักอ่านหายไป

เมื่อก่อนการเดินเข้าร้านหนังสือเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ง

คนจำนวนมากใช้เวลาหลายชั่วโมงเดินดูหนังสือ เปิดอ่านปกหลัง พลิกดูสารบัญ หรือยืนอ่านตัวอย่างก่อนตัดสินใจซื้อ

วันนี้พฤติกรรมเหล่านั้นบางส่วนย้ายมาอยู่บนโทรศัพท์มือถือ

นักอ่านอาจเห็นคำโปรยใน TikTok

ไปอ่านตัวอย่างในแพลตฟอร์มนิยาย

ติดตามนักเขียนใน Facebook หรือ X

อ่านรายตอน

ซื้ออีบุ๊ก

แล้ววันหนึ่งเมื่อชอบมากๆ จึงซื้อหนังสือเล่ม

เส้นทางการซื้อหนังสือจึงไม่ได้เป็นเส้นตรงอีกต่อไป

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราอาจเห็นคนซื้อหนังสือในร้านน้อยลง แต่ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นไม่ได้อ่านหนังสือ

เขาอาจอ่านอยู่ในโทรศัพท์

หรือในทางกลับกัน คนที่อ่านออนไลน์เป็นประจำก็อาจเป็นคนเดียวกับที่เดินเข้างานหนังสือแล้วซื้อหนังสือกลับบ้านหลายเล่ม

ตลาดออนไลน์กับตลาดหนังสือเล่มจึงไม่ได้จำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน

บางครั้งกลับส่งเสริมกันด้วยซ้ำ

นิยายที่มีฐานแฟนจากออนไลน์สามารถกลายเป็นหนังสือเล่มได้

นักเขียนที่มีชื่อเสียงจากหนังสือเล่มสามารถดึงคนไปติดตามผลงานออนไลน์ได้

และเรื่องที่ได้รับความนิยมจากนิยายก็สามารถต่อยอดเป็นซีรีส์ได้

ระบบทั้งหมดจึงเชื่อมโยงกันมากขึ้น

ถ้ามองจากอดีตมาถึงวันนี้ สิ่งที่หายไปจริงๆ อาจไม่ใช่นิยายชายหญิง แต่คือ “ยุคที่มีแนวหลักเพียงไม่กี่แนว”

นี่คือข้อสรุปที่ผู้เขียนรู้สึกว่าน่าสนใจที่สุด

เมื่อหลายสิบปีก่อน หากพูดถึงนิยายรัก คนส่วนใหญ่อาจนึกถึงพระเอกกับนางเอก

แต่วันนี้คำว่า “นิยายรัก” กว้างขึ้นมาก

มีชายหญิง

มีชายชาย

มีหญิงหญิง

มีความรักในโลกแฟนตาซี

มีความรักในโลกจีนโบราณ

มีความรักในโลกย้อนยุค

มีความรักที่ผสมสืบสวน

มีความรักที่ผสมการเมือง

มีความรักที่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่อง

และมีนิยายจำนวนมากที่แทบไม่สามารถจัดลงในช่องใดช่องหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์

นี่คือความเปลี่ยนแปลงของวงการ

จากตลาดที่เคยรวมกันเป็นก้อนใหญ่

กลายเป็นตลาดที่แตกออกเป็นกลุ่มเล็กจำนวนมาก

แต่กลุ่มเล็กเหล่านั้นเมื่อรวมกันแล้วกลับมีขนาดใหญ่มาก

ดังนั้น หากมองจากหน้าร้านเพียงอย่างเดียว เราอาจรู้สึกว่า BL กำลังกลืนตลาด นิยาย GL กำลังขึ้นมา และนิยายชายหญิงกำลังถูกลดพื้นที่

แต่หากมองให้ลึกลงไป เราจะเห็นว่าแท้จริงแล้ว “พื้นที่ของนิยาย” กำลังขยายออกไปหลายทิศทาง

ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า

นิยายชายหญิงไม่ได้กำลังสูญพันธุ์ เพียงแต่กำลังสูญเสียสถานะการเป็น “พระเอกของตลาด” เพียงหนึ่งเดียว

นี่เป็นสองเรื่องที่แตกต่างกันมาก

การไม่ได้ครองตลาด ไม่ได้แปลว่าไม่มีตลาด

การที่ BL ขึ้นมาแรง ไม่ได้แปลว่าคนอ่านชายหญิงหายหมด

และการที่ GL กำลังได้รับความสนใจ ก็ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ของนิยายประเภทอื่นจะต้องหายไป

ในทางกลับกัน ผู้เขียนกลับมองว่านี่อาจเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจสำหรับคนเขียนนิยายมากที่สุดช่วงหนึ่ง

เพราะในอดีตนักเขียนอาจต้องพยายามเขียนให้ตรงกับสิ่งที่สำนักพิมพ์หรือร้านหนังสือต้องการ

แต่ปัจจุบันนักเขียนสามารถสร้างกลุ่มนักอ่านของตัวเองได้

ไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนชอบ

ขอเพียงมีคนกลุ่มหนึ่งที่ชอบมากพอ ก็สามารถสร้างฐานผู้อ่านขึ้นมาได้

นี่คือพลังของโลกออนไลน์

และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงไม่ควรตัดสินว่านิยายเรื่องหนึ่งไม่มีอนาคต เพียงเพราะไม่ใช่แนวที่กำลังขึ้นหน้าร้านหนังสือ

เพราะโลกออนไลน์เปิดพื้นที่ให้กับเรื่องที่อาจไม่สามารถยืนอยู่บนชั้นหนังสือได้จำนวนมาก

ท้ายที่สุดแล้ว นักอ่านไม่ได้ซื้อหนังสือเพราะชื่อหมวดเพียงอย่างเดียว

นักอ่านซื้อเพราะอยากรู้ว่า “เรื่องนี้จะพาฉันไปที่ไหน”

ถ้านิยายชายหญิงเรื่องหนึ่งทำให้คนอ่านหัวเราะ ร้องไห้ ลุ้น หรือคิดถึงตัวละครหลังปิดหนังสือได้ เรื่องนั้นก็ยังมีคุณค่า

ถ้า BL ทำให้คนอ่านรู้สึกผูกพันกับตัวละคร ก็ย่อมมีพื้นที่

ถ้า GL ทำให้เกิดนักอ่านกลุ่มใหม่ ก็ย่อมมีพื้นที่เช่นกัน

เพราะวงการนิยายไม่จำเป็นต้องมีผู้ชนะเพียงคนเดียว

และนักอ่านก็ไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงโลกเดียว

วันนี้อาจอ่าน BL

พรุ่งนี้อาจอ่าน GL

วันต่อมาอาจหยิบนิยายจีนโบราณ

สุดสัปดาห์อาจกลับไปอ่านนิยายรักชายหญิง

ทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นกับคนคนเดียวกันได้

ดังนั้น หากถามว่า

“นิยายชายหญิงถูกนิยายวายกลบจนหายไปแล้วหรือยัง?”

ผู้เขียนคงตอบว่า

ยังไม่หาย และยังไม่ควรรีบประกาศว่าสิ้นยุค

สิ่งที่เปลี่ยนไปจริงๆ คือยุคที่นิยายชายหญิงสามารถครองพื้นที่หลักโดยแทบไม่มีคู่แข่งจำนวนมากเหมือนแต่ก่อนกำลังเปลี่ยนผ่าน

จากหนึ่งตลาด กลายเป็นหลายตลาด

จากนักอ่านกลุ่มใหญ่ กลายเป็นนักอ่านกลุ่มย่อยจำนวนมาก

จากชั้นหนังสือ กลายเป็นหน้าจอมือถือ

และจากการรอให้สำนักพิมพ์เลือกเรื่องที่ดีที่สุด กลายเป็นยุคที่นักอ่านสามารถเลือกเรื่องที่ตรงกับหัวใจของตัวเองได้แทบทุกประเภท

ส่วนอนาคตของนิยายชายหญิงจะกลับมาร้อนแรงอีกครั้งหรือไม่ ไม่มีใครสามารถฟันธงได้

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัด

ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องการความรัก ความผูกพัน ความฝัน ความหวัง และเรื่องราวที่จะพาตัวเองออกจากชีวิตประจำวัน นิยายรักก็ยังไม่ตาย

เพียงแต่พระเอกกับนางเอกในวันนี้อาจไม่ได้ยืนอยู่บนชั้นวางเพียงลำพังอีกต่อไป

ข้างๆ กันมีทั้งคู่ชายชาย คู่หญิงหญิง ตัวละครแฟนตาซี ตัวละครจากโลกจีนโบราณ และเรื่องราวอีกมากมายที่คนรุ่นก่อนอาจไม่เคยเห็นบนชั้นหนังสือ

และบางที นี่อาจไม่ใช่จุดจบของนิยายชายหญิง

แต่เป็นหลักฐานว่า วงการนิยายกำลังเปิดประตูให้เรื่องราวของผู้คนหลากหลายขึ้นกว่าเดิม

สำหรับคนอ่าน นี่หมายถึงมีหนังสือให้เลือกมากขึ้น

สำหรับนักเขียน นี่หมายถึงมีตลาดให้ค้นหามากขึ้น

และสำหรับวงการหนังสือ นี่อาจเป็นสัญญาณที่สำคัญที่สุดว่า

นิยายไม่ได้กำลังหายไปไหน เพียงแต่กำลังเปลี่ยนวิธีเดินทางไปหานักอ่าน

แหล่งที่มาของข้อมูล :

  1. สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) — ข้อมูลสถิติงานหนังสือปี 2568 รวมถึงข้อมูลสถานการณ์ธุรกิจหนังสือและพฤติกรรมการบริโภคหนังสือของคนไทยในช่วงปี 2566–2567 และสถิติงานหนังสือแห่งชาติและมหกรรมหนังสือระดับชาติ

  2. Dek-D — สถิตินิยายปี 2025 ระบุ 5 หมวดนิยายยอดนิยม ได้แก่ จีนโบราณ รักแฟนตาซี รักโรแมนติก BL และแฟนตาซี พร้อมระบุว่าปีดังกล่าวแฟนตาซีและวายมีนักอ่านเพิ่มขึ้นจากปีก่อน

  3. Thai PBS — รายงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30 ปี 2568 ซึ่งระบุว่างานมีผู้เข้าชมมากกว่า 1.5 ล้านคน เงินสะพัดกว่า 474 ล้านบาท และนิยายเป็นประเภทหนังสือยอดนิยมอันดับต้นๆ

  4. Meb Corporation — ข้อมูลธุรกิจ meb และ readAwrite ระบุว่า meb มีอีบุ๊กมากกว่า 100,000 เล่ม และ readAwrite เป็นแพลตฟอร์มอ่านเขียนนิยายออนไลน์ รวมถึงข้อมูลปี 2568 ที่ระบุรายได้รวมมากกว่า 2,100 ล้านบาท และผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนมากกว่า 15 ล้านราย

  5. Meb Corporation / ข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร — ข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการของ Meb และ readAwrite รวมถึงรูปแบบการอ่านนิยายรายตอน การอ่านออนไลน์ และการเติบโตของระบบนักเขียน–นักอ่าน

  6. Marketeer Online — รายงานภาพรวม Y-Economy และตลาดนิยายวาย โดยอ้างข้อมูลจาก PUBAT ว่าในปี 2567 นิยายวายมีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท จากมูลค่าหนังสือนิยายประมาณ 8,000 ล้านบาท และมีสัดส่วนยอดขาย 21% ในข้อมูลยอดขายงานสัปดาห์หนังสือปี 2568 ที่รายงานไว้

  7. Dek-D Novel — หน้าอีบุ๊กของแพลตฟอร์มยังมีหมวดจีนโบราณ รักโรแมนติก Boy Love / Girl Love แฟนตาซี บู๊ ทริลเลอร์ และรักแฟนตาซี สะท้อนว่าตลาดนิยายออนไลน์ในปัจจุบันมีหลายแนวอยู่ร่วมกัน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 4 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 รถซิตี้คาร์ทรงกลมยุค 2000 ที่ราคามือสองเริ่มดีดตัวกลับมาแพงย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้างเลขเด็ด อ.น๊อตตี้ งวด 16 ก.ย. 69เปิดรายชื่อโรงเรียนหญิงล้วนรัฐบาลปี 2569 เช็กว่ามีที่ไหนบ้าง พร้อมแยกโรงเรียนที่ชื่อ “สตรี” แต่ปัจจุบันเป็นสหศึกษากรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนัก 11-13 ก.ย. 69 กทม.ปริมณฑล-ภาคใต้เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน เช็กจังหวัดและวิธีรับมือโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทยไฟลามสองโรงเรียนในบูคาฟู นักเรียนเสียชีวิต 26 รายความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้เปิดผลสำรวจ ! 5 วิชาที่นักเรียนไทยอยากให้ยกเลิกมากที่สุด อันดับ 1 ทิ้งห่าง 61%AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรคนโบราณวัดน้ำหนักสินค้ากันอย่างไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ไฟลามสองโรงเรียนในบูคาฟู นักเรียนเสียชีวิต 26 ราย10 รถซิตี้คาร์ทรงกลมยุค 2000 ที่ราคามือสองเริ่มดีดตัวกลับมาแพงเปิดผลสำรวจ ! 5 วิชาที่นักเรียนไทยอยากให้ยกเลิกมากที่สุด อันดับ 1 ทิ้งห่าง 61%เปิดรายชื่อโรงเรียนหญิงล้วนรัฐบาลปี 2569 เช็กว่ามีที่ไหนบ้าง พร้อมแยกโรงเรียนที่ชื่อ “สตรี” แต่ปัจจุบันเป็นสหศึกษาย้อนรอย “ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา” จากเรือพายในสายน้ำ สู่ตำนานชามละบาทบนบกกรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนัก 11-13 ก.ย. 69 กทม.ปริมณฑล-ภาคใต้เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน เช็กจังหวัดและวิธีรับมือ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ห้องที่ดูเรียบง่าย เครื่องวางเรียงรายเพียงภาพแขวนผนังเก่าๆ ให้ความหมายได้มากกว่าสิ่งใดในความรู้สึกรู้ไหม หวยไทยไม่ได้เริ่มที่ 1 และ 16 เปิดที่มา 2417 ใครกำหนดวันหวยออกจนถึงวันนี้คดีชมพู่ เด็กหายที่ถูกลืมช็อกกำลังซื้อ 33 ประเทศต้องทำงานกี่วันซื้อ iPhone 17 Pro ไทย 61 วัน อินเดียพุ่ง 160 วัน
ตั้งกระทู้ใหม่