หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ขุนแผนกับด้านมืดของความรักที่เปลี่ยนคนให้กลายเป็นเครื่องมือ

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

ถ้ามองขุนแผนด้วยสายตาคนยุคนี้ เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่คำว่าเจ้าชู้



ขุนแผนในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นตัวละครที่มีหลายด้านมาก ทั้งนักรบ ผู้มีวิชาอาคม คนรัก และคนที่ตัดสินใจทำเรื่องรุนแรงเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ภาพจำเรื่องเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามจึงเป็นเพียงชั้นนอก เพราะข้างใต้ยังมีเรื่อง อำนาจ การควบคุม ความปรารถนา และค่านิยมของสังคมในโลกวรรณคดี ซ้อนอยู่เต็มไปหมด

ขุนแผนไม่ได้มีแค่หน้าตาหรือคารม

ในเรื่อง ขุนแผนมีทั้งความสามารถทางการรบ ความกล้า วิชาอาคม และเสน่ห์ทางเพศ คุณสมบัติเหล่านี้รวมกันสร้างภาพของชายที่มีอำนาจสูงในโลกแบบโบราณ การมีคนรักหลายคนจึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่บอกว่าเจ้าชู้ แต่ยังเป็นเครื่องหมายหนึ่งของความสามารถในการครอบครองสิ่งที่ปรารถนา

ถ้าใช้กรอบจิตวิทยาสมัยใหม่มาช่วยอ่าน จะเห็นสิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อความรักปนกับความต้องการควบคุม เส้นแบ่งระหว่างความผูกพันกับการครอบครองจะเริ่มเลือน คนรักอาจไม่ได้ถูกมองเป็นบุคคลที่มีความต้องการของตัวเองเต็มที่ แต่กลายเป็นสิ่งที่ต้องแย่ง ต้องรักษา หรือทำทุกทางเพื่อให้กลับมาอยู่กับตน

ตรงนี้สำคัญมาก เพราะไม่ควรเอาคำวินิจฉัยทางจิตเวชไปติดป้ายขุนแผน ตัวละครวรรณคดีไม่ใช่ผู้ป่วยที่ผ่านการประเมิน สิ่งที่ทำได้คือใช้แนวคิดทางจิตวิทยาเป็นเลนส์อ่านพฤติกรรมเท่านั้น

แล้วคาถามหาเสน่ห์เกี่ยวอะไรกับจิตใจ?

ในโลกของเรื่อง อาคมไม่ได้เป็นเพียงของประดับฉาก ขุนแผนเรียนวิชาและใช้สิ่งเหนือธรรมชาติหลายรูปแบบตามความเชื่อของยุคสมัย หากมองเชิงสัญลักษณ์ วิชาเสน่ห์คือความฝันที่จะควบคุมสิ่งที่มนุษย์ควบคุมยากที่สุด นั่นคือใจของคนอื่น

ความรักตามธรรมชาติมีความเสี่ยง อีกฝ่ายอาจไม่รัก อาจเปลี่ยนใจ อาจจากไป แต่โลกของมนตร์เสน่ห์เสนอภาพตรงข้าม คือมีวิธีบางอย่างทำให้ความไม่แน่นอนนั้นลดลง ความเชื่อเรื่องอาคมจึงเข้ากับความต้องการพื้นฐานของมนุษย์อย่างหนึ่งได้พอดี นั่นคือความอยากมีอำนาจเหนือสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้

อยากเป็นที่ต้องการ เพราะการได้รับความสนใจช่วยยืนยันคุณค่าของตัวเอง

อยากควบคุมผลลัพธ์ เพราะการถูกปฏิเสธทำให้เสียทั้งความสัมพันธ์และศักดิ์ศรี

อยากเหนือกว่าคู่แข่ง ความรักในเรื่องจึงเชื่อมกับการแข่งขันและสถานะ

อยากได้โดยไม่ยอมเสีย เมื่อความปรารถนากลายเป็นศูนย์กลาง ต้นทุนที่ยอมจ่ายก็สูงขึ้นเรื่อยๆ

 

แล้วทำไมถึงไปไกลถึงกุมารทอง?

ตอนที่มักถูกพูดถึงมากที่สุดคือการสร้างกุมารทองจากทารกในครรภ์ของบัวคลี่ หลังขุนแผนล่วงรู้แผนที่จะถูกวางยาพิษ เหตุการณ์ในวรรณคดีมีรายละเอียดรุนแรง และสะท้อนโลกความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ที่ต่างจากชีวิตจริงอย่างมาก กุมารทองในตอนนี้จึงไม่ควรถูกลดความหมายเหลือเพียงคำว่า “คาถามหาเสน่ห์” เพราะหน้าที่สำคัญของกุมารทองคือการเป็นวิญญาณผู้ช่วยและเครื่องคุ้มครองตามโลกทัศน์ของเรื่อง

แต่ในเชิงจิตวิทยาของตัวละคร เหตุการณ์นี้เผยด้านที่น่ากลัวกว่าเรื่องเจ้าชู้เสียอีก เมื่อเป้าหมายเรื่อง ความอยู่รอด อำนาจ และวิชา มีน้ำหนักเหนือสายสัมพันธ์ สิ่งที่ปกติควรมีคุณค่าในตัวเองสามารถถูกเปลี่ยนสถานะเป็น “เครื่องมือ” ได้

จากคนรักเป็นสิ่งที่ครอบครอง
จากลูกเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจ


นี่คล้ายแนวคิดเรื่อง instrumentalization หรือการมองผู้อื่นในฐานะเครื่องมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย เมื่อกรอบคิดแบบนี้รุนแรงขึ้น คำถามในหัวจะเปลี่ยนจาก “สิ่งนี้ทำร้ายใครบ้าง” ไปเป็น “สิ่งนี้ช่วยให้ได้สิ่งที่ต้องการหรือไม่” ซึ่งเป็นการอ่านผ่านแนวคิดสมัยใหม่ ไม่ใช่คำอธิบายที่ตัวบทประกาศตรงๆ

อีกจุดที่ชวนคิดคือขุนแผนไม่ได้ถูกสร้างมาเป็นตัวร้ายแบนๆ ตัวเดียวจบ ตัวละครมีทั้งความรัก ความผูกพัน ความสามารถ ความกล้า ความแค้น ความหึง และการตัดสินใจที่โหดร้ายอยู่ในคนเดียวกัน นั่นทำให้ขุนแผนยังถูกถกเถียงได้เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

เสน่ห์ของขุนแผนจึงมีราคาของมัน

ถ้าอ่านเฉพาะมุมชายเจ้าชู้เก่ง ขุนแผนอาจดูเป็นตำนานนักรัก แต่พอไล่ดูการใช้อำนาจและอาคม ภาพจะเปลี่ยนทันที เพราะความสามารถในการทำให้คนหลงใหลไม่ได้เท่ากับความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยหรือเคารพอีกฝ่าย

นี่เป็นจุดที่วรรณคดีเก่าโยงเข้ากับชีวิตคนยุคนี้ได้ดีมาก คนที่มีเสน่ห์สูงอาจทำให้รู้สึกตื่นเต้นและได้รับความสนใจอย่างรุนแรง แต่สิ่งที่ควรดูต่อคือ คนคนนั้นรับมือกับคำว่าไม่อย่างไร เคารพการตัดสินใจของอีกฝ่ายหรือไม่ และมองคนรักเป็นมนุษย์หรือเป็นสิ่งที่ต้องได้มา

เพราะบางครั้งสิ่งที่ดูเหมือน “รักมาก” เมื่อแกะออกทีละชั้น อาจประกอบด้วยความอยากชนะ ความกลัวสูญเสีย ศักดิ์ศรี และความต้องการควบคุมปะปนอยู่ด้วย และขุนแผนก็เป็นตัวละครที่ทำให้ส่วนผสมอันยุ่งเหยิงนี้มองเห็นได้ชัดแบบแทบไม่ต้องแต่งเพิ่มเลย

เนื้อหาโดย: TEN OUT OF TEN
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 31 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุดรหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569ส่องสถิติ "เลขท้าย 2 ตัว" ออกซ้ำบ่อยที่สุดในรอบ 10 ปี มีเลขไหนบ้าง?ทำไมอาหารจานเพื่อนถึงอร่อยกว่าจานตัวเองทั้งที่เป็นเมนูเดียวกันทำไมคนฉลาดบางคนถึงลองสารเสพติดทั้งที่รู้ความเสี่ยงดีทำไมคนฉลาดก็ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ง่ายแม้รู้ผลเสียครบทุกอย่าง108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงทำไมสมองถึงอยากเริ่มเปลี่ยนตัวเองในวันจันทร์ วันที่ 1 หรือปีใหม่ ทั้งที่เริ่มวันนี้ก็ได้จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านรถ EV 10 รุ่นที่คนไทยนิยมมากที่สุด เช็กอันดับรถไฟฟ้ายอดจดทะเบียนเซฟด่วน! 30 AI สายฟรีตลอดชีวิต เจนวิดีโอไม่จำกัด-แต่งรูป-ลบวัตถุเนียนกริบ ไม่ต้องจ่ายรายเดือน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สังเกตใครอิจฉาคุณอยู่เซฟด่วน! 30 AI สายฟรีตลอดชีวิต เจนวิดีโอไม่จำกัด-แต่งรูป-ลบวัตถุเนียนกริบ ไม่ต้องจ่ายรายเดือนทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" หรือ "ทำดีได้ชั่ว ทำชั่วได้ดี"กันแน่? เจาะลึกความจริงในสังคมที่คนตั้งคำถามกันทั้งประเทศ!สินค้าไทยที่ครองตลาดญี่ปุ่นแบบคนไทยคาดไม่ถึง
ตั้งกระทู้ใหม่