หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทะเลลึกยังซ่อนอะไรไว้ ทำไมมนุษย์เห็นพื้นมหาสมุทรจริงเพียงนิดเดียว

เขียนโดย preechalcpd

ใต้ผิวน้ำที่คุ้นตา ยังมีโลกอีกใบที่แทบไม่เคยเห็นด้วยตา



คำว่า มนุษย์สำรวจทะเลไม่ถึง 1% ฟังแล้วเหมือนโลกยังเหลือพื้นที่ว่างมหาศาล แต่ตัวเลขนี้ต้องแยกให้ออกก่อน เพราะคำว่า สำรวจ กับ ทำแผนที่ ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเลย

ข้อมูลการทำแผนที่พื้นมหาสมุทรด้วยมาตรฐานสมัยใหม่ ณ ปี 2025 ครอบคลุมประมาณ 27.3% ของพื้นมหาสมุทรโลก แล้ว หมายความว่ามนุษย์พอรู้รูปร่างภูเขา ร่องลึก ที่ราบ และโครงสร้างใหญ่ใต้ทะเลอยู่พอสมควร แต่การส่งกล้องหรือยานลงไปมองพื้นทะเลลึกจริงๆ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะพื้นที่พื้นทะเลลึกที่ถูกสังเกตด้วยภาพโดยตรงยังมีน้อยกว่า 0.001%

แผนที่มีแล้ว ทำไมยังบอกว่าไม่เคยเห็น?

ลองนึกถึงการใช้เรดาร์มองภูเขาทั้งลูกจากเครื่องบิน รู้ว่าตรงไหนสูง ตรงไหนเป็นหุบเหว แต่ยังไม่เคยเดินลงไปดูว่าตามซอกหินมีต้นอะไร แมลงอะไร หรือโพรงอะไรซ่อนอยู่ การสำรวจทะเลก็คล้ายกัน

เรือสามารถยิงคลื่นเสียงลงไปแล้ววัดเวลาที่เสียงสะท้อนกลับมา เก็บข้อมูลเป็นแผนที่ความลึกได้ทีละบริเวณ แต่ถ้าต้องการรู้ว่าใต้ลงไปมีปะการังน้ำลึก ฟองน้ำ หมึก ปลา จุลชีพ หรือปล่องน้ำร้อนชนิดไหน ต้องใช้ยานสำรวจ กล้อง เซนเซอร์ และเวลามหาศาลตามลงไปดูทีละจุด

ตรงนี้แหละที่ทำให้ทะเลลึกยังเป็นพื้นที่ที่ความรู้มีช่องว่างเต็มไปหมด

ลงไปไม่กี่กิโลเมตร ปัญหาก็เริ่มโหดแล้ว

น้ำไม่ได้แค่ทำให้เปียก แต่มีน้ำหนักกดทับทุกสิ่งที่อยู่ด้านล่าง ความดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความลึก ประมาณทุก 10 เมตรจะเพิ่มราวหนึ่งบรรยากาศ ยิ่งลงหลายพันเมตร ตัวเรือ กล้อง ข้อต่อ สายไฟ แบตเตอรี่ และช่องใส่อุปกรณ์ต้องออกแบบให้ทนแรงกดมหาศาล

ยังมีเรื่องอุณหภูมิต่ำ ความมืด การสื่อสารที่ยุ่งยาก และพื้นที่มหาสมุทรที่กว้างจนการส่งเรือไปสำรวจแต่ละครั้งเหมือนเลือกเจาะดูเพียงจุดเล็กๆ บนสนามฟุตบอลขนาดเท่าทวีป

• ดาวเทียมมองทะลุน้ำลึกไม่ได้ จึงไม่สามารถถ่ายพื้นมหาสมุทรแบบเดียวกับถ่ายพื้นดิน

• คลื่นวิทยุเดินทางในน้ำทะเลได้ไม่ดี ยานใต้น้ำจึงสื่อสารยากกว่ารถสำรวจบนบกมาก

• ยิ่งลึกยิ่งแพง เพราะอุปกรณ์ทุกชิ้นต้องทนแรงดันและกู้กลับมาให้ได้

• พื้นที่กว้างเกินจินตนาการ มหาสมุทรกินพื้นที่มากกว่า 70% ของผิวโลก และกว่า 90% ของมหาสมุทรจัดเป็นทะเลลึกเมื่อใช้เกณฑ์ลึกกว่า 200 เมตร

 

แล้วสัตว์อยู่ได้ยังไงในที่แทบไม่มีอาหาร?

นี่เป็นส่วนที่น่าสนุกมาก เพราะโลกด้านบนมีแสงแดดเป็นต้นทางของห่วงโซ่อาหาร แต่ทะเลลึกส่วนใหญ่ไม่มีแสงเพียงพอสำหรับการสังเคราะห์แสง อาหารจึงต้องเดินทางลงมาจากด้านบน เช่น ซากแพลงก์ตอน เศษอินทรียวัตถุ อุจจาระสัตว์ และชิ้นส่วนสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ค่อยๆ ตกลงเหมือนหิมะ นักวิทยาศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า marine snow

พอลงไปลึก อาหารยิ่งเบาบาง สัตว์จำนวนมากจึงวิวัฒนาการให้ใช้พลังงานอย่างประหยัด บางชนิดเคลื่อนที่ช้า บางชนิดมีปากหรือกระเพาะขนาดใหญ่เพื่อคว้าอาหารทันทีเมื่อมีโอกาส และสัตว์จำนวนไม่น้อยสร้างแสงเองได้ผ่านกระบวนการเรืองแสงทางชีวภาพ ใช้ทั้งล่อเหยื่อ หลบผู้ล่า หาคู่ หรือสื่อสารกันในความมืด

แต่มีบางพื้นที่ที่กติกาเรื่องอาหารเปลี่ยนไปทั้งหมด

บริเวณปล่องน้ำร้อนใต้ทะเลลึกมีของเหลวร้อนและสารเคมีไหลขึ้นมาจากใต้พื้นโลก จุลชีพบางชนิดสามารถนำพลังงานจากสารเคมีเหล่านี้มาใช้สร้างสารอินทรีย์ได้ กระบวนการนี้เรียกว่า การสังเคราะห์ด้วยพลังงานเคมี ไม่ต้องพึ่งแสงแดด จุลชีพจึงกลายเป็นฐานของระบบนิเวศที่เลี้ยงหนอนทะเล หอย ปู และสัตว์อีกหลายชนิด

การค้นพบระบบนิเวศแบบนี้ทำให้แนวคิดเดิมที่ว่า สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ต้องอาศัยพลังงานจากแสงอาทิตย์โดยตรงหรือทางอ้อม ถูกเปิดมุมใหม่ทันที เพราะอย่างน้อยในบางระบบนิเวศ พลังงานเคมีจากใต้โลกก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของห่วงโซ่อาหารได้

สิ่งที่น่าตื่นเต้นอาจไม่ใช่สัตว์ประหลาด

เวลาพูดถึงทะเลลึก มักนึกถึงปลาหน้าตาแปลกหรือสิ่งมีชีวิตตัวมหึมา แต่ของสำคัญอาจธรรมดากว่านั้นเยอะ เช่น จุลชีพชนิดใหม่ สารเคมีชนิดใหม่ แนวปะการังน้ำลึก พื้นที่วางไข่ของสัตว์ หรือโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่ช่วยอธิบายการทำงานของโลก

ข้อมูลพื้นทะเลยังเกี่ยวข้องกับเรื่องใกล้ตัวด้วย ตั้งแต่การวางสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้ทะเล การประเมินพื้นที่เสี่ยงสึนามิ การศึกษากระแสน้ำ การจัดการประมง ไปจนถึงการกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ ถ้าไม่รู้ว่าข้างล่างมีอะไร การตัดสินใจบนผิวน้ำก็เหมือนจัดบ้านทั้งหลังโดยไม่เคยเปิดประตูดูห้องใต้ดิน

ทะเลไม่ได้ว่างเปล่าเพราะมองไม่เห็น สิ่งที่ขาดคือโอกาสลงไปมองมันให้ทั่วถึงต่างหาก

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 30 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการทำไมแมลงเม่าถึงชอบบินเข้าหาหลอดไฟในคืนที่ฝนตก ? เผยเหตุผลที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ไขปริศนา “นกฮูก” นักล่าไร้เสียงแห่งราตรี! ทำไมปีกของมันถึงบินได้เงียบกริบจนเหยื่อไม่ทันรู้ตัว?เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมเสือตกถังพลังเงินดี งวด 16 ต.ค. 2569 เปิดเลขเด่น 1 เลขรอง 5 พร้อมชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขเบิ้ลทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวรู้หรือไม่? “สามแม่ครัว” ปลากระป๋องที่อยู่คู่ครัวไทยกว่า 50 ปี ผู้หญิง 3 คนบนโลโก้มีตัวตนจริงหรือไม่?เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!จับคู่ให้ถูกจาน: อาหารบางอย่างกินด้วยกันแล้วร่างกายใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้นอำเภอที่คนจีนนิยมไปที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในไทยทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไรเบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
มีเลขจดแจ้งแล้วปลอดภัยจริงไหม? สิ่งที่ควรเช็กก่อนซื้อเครื่องสำอางออนไลน์7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
ตั้งกระทู้ใหม่